เปิดคลิป 9 โจ๋โหดทำร้ายตำรวจกะโหลกร้าว ล่าสุดจับได้แล้ว

เปิดคลิปชัดๆ นาที 9 โจ๋โหดรุมกระทืบ ด.ต.กะโหลกร้าว-เลือดคั่ง ขณะที่ตำรวจรวบมาได้แล้วส่วนหนึ่ง ก่อนอ้างไม่รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้านชาวบ้านแห่รุมประชาทัณฑ์ขณะทำแผน

จากกรณี ด.ต.สมใจ คงมาลายู ตำรวจจราจร สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นกะโหลกร้าวและเลือดคั่งในสมอง อาคารโคม่า นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ร.พ.พระนครศรีอยุธยา และเตรียมส่งตัวเข้ารักษาที่ ร.พ.ตำรวจ เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 11 ม.ค. นั้น

เมื่อช่วงวานนี้ (12 ก.พ. 2561) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้เผยให้เห็นนาทีชีวิตดังกล่าว โดยภาพได้เผยให้เห็นว่าขณะที่ผู้บาดเจ็บได้เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อนั้น เขาก็เดินไปพูดคุยกับวัยรุ่นคนหนึ่ง จากนั้นไม่นานก็มีวัยรุ่นอีกคนกระโดดถีบผู้บาดเจ็บจนล้ม ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้ารุมทำร้าย ก่อนที่คนที่กระโดดถีบจะไปยกเก้าอี้มาฟาดใส่ผู้บาดเจ็บ ก่อนทั้งหมดจะแยกย้ายกันหลบหนีไป

ต่อยตำรวจ, ข่าวสดวันนี้

อย่างไรก็ดีจากเหตุที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ทั้งหมดแล้ว โดยสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง และไม่ทราบด้วยว่าเป็นตำรวจ ส่วนที่ได้ก่อเหตุทำร้ายนั้น ก็เพราะไม่พอใจที่ ด.ต.ผู้บาดเจ็บเข้าไปตักเตือนพวกตนที่นั่งดื่มเหล้ากันอยู่ ขณะที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน ตำรวจได้นำผู้ต้องหาไปทำแผนในจุดที่เกิดเหตุ แต่เป็นไปด้วยความทุลักทุเล เพราะมีชาวบ้านจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าของผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น เนื่องจาก ด.ต.สมใจ เป็นคนนิสัยดี ตรงไปตรงมา เป็นที่รักมักคุ้นของคนในชุมชนละแวกดังกล่าว

ประวิตรงดพูด หลังถูกหมอธีระเกียรติวิจารณ์ ควรลาออกปมนาฬิกา

พล.อ.ประวิตร ปัดตอบสื่อประเด็น นพ.ธีระเกียรติ มีแค่รอยยิ้มก่อนเดินขึ้นตึกประชุม คสช. ทันที

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าร่วมประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดใด กับสื่อมวลชนแม้จะพยายามถามถึงกรณี ที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้กล่าวกับนักเรียนไทยและนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยระบุถึง กรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร ว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกแล้วนั้น ซึ่งพล.อ.ประวิตร แต่ได้หันมายิ้มให้กับผู้สื่อข่าวก่อนที่จะเดินขึ้นห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลไปทันที

ทางด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวกับนักเรียนไทย และนักธุรกิจไทยในงานเลี้ยงรับรอง ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงกรณีนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าหากเป็นตนเองคงลาออกไปตั้งแต่เรือนแรกแล้ว นั้น เรื่องนี้ส่วนตัวได้ทราบจากกระแสข่าวที่มีออกมาเช่นกัน ขอไม่ออกความเห็นใด ๆ และไม่ทราบเจตนารมย์
ในการพูดครั้งนี้ของนพ.ธีระเกียรติ

ส่วนเรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดรอยร้าว ในคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอไม่ออกความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ขอให้ไปถามจากนายกรัฐมนตรีเอง

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ลั่น สั่งทหารยิงกบฏหญิงที่อวัยวะเพศ

ประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ เผยสั่งทหารยิงสมาชิกกลุ่มกบฏหญิงที่อวัยวะเพศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วิวาทะของประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ กลายมาเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อเขาได้ออกมาพูดถึงกลุ่มกองทัพประชาชนใหม่ (NPA)กบฏคอมมิวนิสต์ในฟิลิปปินส์หญิง ว่ารัฐบาลจะไม่สั่งให้กองทัพฆ่าคุณ แต่จะสั่งให้ทหารยิงอวัยวะเพศของคุณ เพราะถ้าพวกคุณไม่มีอวัยวะเพศ พวกคุณก็จะไร้ประโยชน์

เมื่อกล่าวถึงกลุ่ม กองทัพประชาชนใหม่ (NPA)เป็นกองทหารของพรรคคอมมิวนิสต์ในฟิลิปปินส์ มีการทำการรบแบบกองโจรในเขตชนบท รวมถึงโจมตีสถานีตำรวจ และการลักพาตัวนายทหาร ซึ่งนายดูแตร์เต ได้วางจุดยืนในการปราบปรามกลุ่มดังกล่าว พร้อมย้ำว่า กองทัพทหารฟิลิปปินส์จะสังหารสมาชิกในองค์กรให้สิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่สมาชิกผู้หญิงในกลุ่ม

ประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต , ฟิลิปปินส์
ประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นาย ดูแตร์เต ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งฟิลิปินส์ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน และแนวคิดการกระตุ้นให้เกิดควารุนแรงต่อสตรี ทั้งยังถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ที่มีความเกลียดชังเพศหญิง และมีแนวคิดในลัทธิฟาสซิสต์

นอกจากนี้นายดูแตร์เต กำลังถูกไต่สวนโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ ในเรื่อง”สงครามยาเสพติด” ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 4,000 คน ในการใช้ศาลเตี้ยสังหารผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยไม่ผ่านกระบวนการตัดสินของศาล