“ดูไบ” เปิดตัวโรงแรมสูงที่สุดในโลก

ูนครดูไบเปิดตัวโรงแรมสูงที่สุดในโลกแห่งใหม่ ชื่อ “เจโวรา” โดยมีความสูง 356 เมตร ทำลายสถิติเดิมของโรงแรม “เจดับบลิว แมริออท” ในเมืองเดียวกัน

นครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เปิดตัวโรงแรมที่สูงที่สุดในโลกแห่งใหม่ ชื่อว่า “เจโวรา” เมื่อวานนี้ โดยมีความสูงอยู่ที่ 356 เมตร แบ่งเป็น 75 ชั้น รวมห้องพักทั้งหมด 528 ห้อง และมีร้านอาหารอยู่ชั้นบนสุด สามารถมองวิวของเมืองได้แบบ 360 องศา

โรงแรมแห่งนี้เฉือนทำลายสถิติเดิมของโรงแรมเจดับบลิว แมริออท มาร์คิส ที่ตั้งอยู่ในนครดูไบเช่นกัน ซึ่งครองสถิติโรงแรมสูงที่สุดในโลกของกินเนสส์ เวิลด์ เร็กคอร์ด ด้วยความสูง 355.35 เมตร

โรงแรมเจโวราก่อสร้างโดยบริษัทอัลอัตต้า กรุ๊ป ใช้เวลานาน 4 ปีจึงแล้วเสร็จ และเพิ่งเปิดให้เข้าชมได้เมื่อวานนี้ ก่อนจะให้บริการแขกภายในไม่กี่วันข้างหน้า

นครดูไบของ UAE ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมอาคารสูงติดอันดับโลกมากมาย ซึ่งรวมถึง “เบิร์จ คาลีฟา” ที่ครองสถิติอาคารที่มีความสูงมากที่สุดในโลก 828 เมตร

ประกาศสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษาประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ว่างลง สมควรที่จะสถาปนา สมเด็จพระราชาคณะขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เพื่อจักได้บริหารการพระศาสนา ให้สมบูรณ์สืบไป

สมเด็จพระสังฆราช, ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสดวันนี้

จึงทรงพระราชดําริว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นพระเถระผู้เจริญในสมณคุณยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ สมบูรณ์ด้วยศีลสมาจารวัตร รัตตัญญูมหาเถรกรณธรรม ดํารงสถาพรอยู่ในสมณพรหมจรรย์ตลอดมาเป็นเวลาช้านาน ได้ประกอบกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พุทธจักรและราชอาณาจักรอย่างไพศาล ดังมีอรรถจริยาปรากฏเกียรติสมภาร ในประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะมหาสังฆนายก เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ แล้ว นั้น

ครั้นต่อมา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ยิ่งเจริญด้วยอุตสาหวิริยาธิคุณ สามารถรับภารธุระพระพุทธศาสนา เป็นพาหุลกิจนิตยสมาทานมิได้ท้อถอย ยังการพระศาสนาให้เรียบร้อยและเจริญมั่นคงยิ่งขึ้นเป็นลําดับตลอดมา ในการบริหารและการปกครองคณะสงฆ์

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานครเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองงานพระธรรมทูต และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ – ๑๕(ธรรมยุต) ประธานกรรมการคณะธรรมยุต กรรมการเถรสมาคมธรรมยุต เป็นพระอุปัชฌาย์

นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยและนายกกรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้านการศึกษา รับเป็นอาจารย์สอนธรรมวินัยแก่พระภิกษุสามเณร เป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี เป็นประธานศูนย์ธรรมศึกษา

ในสํานักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธ ด้านการศึกษาสงเคราะห์ เป็นกรรมการฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้จัดมอบทุนสนับสนุนและส่งเสริมแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

หน้า ๒เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๕ ข ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ทั้งสามัญศึกษาและปริยัติศึกษา เพื่อให้ศิษยานุศิษย์มีโอกาสได้รับการศึกษาชั้นสูงยิ่งขึ้น

ทั้งสามัญศึกษาและปริยัติศึกษา เพื่อให้ศิษยานุศิษย์มีโอกาสได้รับการศึกษาชั้นสูงยิ่งขึ้นด้านสาธารณูปการ เป็นประธานกรรมการควบคุมดูแลการปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามให้มีสภาพมั่นคงสง่างามดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

นอกจากนั้นยังได้อุปการะการสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะให้แก่วัดต่าง ๆ เป็นจํานวนมาก ด้านการสาธารณสงเคราะห์ ได้รับเป็นประธานมูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และสนับสนุนช่วยเหลือทางราชการในการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยต่าง ๆตามเหตุการณ์ทุกครั้ง ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้รับอาราธนาแสดงธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะให้แก่ผู้มารักษาศีลปฏิบัติธรรม เป็นผู้บุกเบิกนําพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์เครือรัฐออสเตรเลีย

รวมทั้งได้วางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างมีรูปแบบ ทําให้พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทมีความมั่นคงในไพรัชประเทศ มีวัดและพระสงฆ์ไทยอยู่ประจําที่เครือรัฐออสเตรเลียหลายแห่ง รวมทั้งเป็นผู้แทนมหาเถรสมาคมในคราวที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชาวันสําคัญสากลของโลก ณ สํานักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

บัดนี้ เป็นที่ประจักษ์ว่า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นผู้เจริญยิ่งด้วยพรรษายุกาล รัตตัญญูมหาสถาวีรธรรม ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ เป็นอจลพรหมจริยาภิรัต ดํารงมั่นในไตรสิกขามิได้เสื่อมถอย มีจริยาการสํารวมเรียบร้อย ไม่หวั่นไหวต่อโลกามิส เป็นคุรุฐานียบัณฑิตผู้มีกิตติประวัติอันผ่องแผ้ว

สงเคราะห์พุทธบริษัท ปกครองคณะสงฆ์ เป็นอุปัธยาจารย์ของมหาชนมากมาย มีศิษยานุศิษย์แพร่หลายไพศาล เป็นที่เคารพสักการแห่งมวลพุทธศาสนิกบริษัททั่วสังฆมณฑลตลอดจนประชาราษฎรทั่วไป สมควรจะได้สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกประธานาธิบดีแห่งสังฆมณฑล เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแห่งพระบวรพุทธศาสนาสืบไป

จึงมีพระราชโองการโปรดสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธํารง สกลมหาสงฆปริณายกตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ

กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิตวชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศรปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏบวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช เสด็จสถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในสังฆมณฑลทั่วราชอาณาจักร

ขออาราธนาให้ทรงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในสังฆมณฑลทั่วไป โดยสมควรแก่พระอิสริยยศซึ่งพระราชทานนี้ ทรงเจริญพระชนมายุ วรรณสุข พล ปฏิภาณ คุณสารสิริสวัสดิ์ จิรัฏฐิติวิรุฬหิไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนา เทอญ

ให้ทรงมีพระราชาคณะและพระครูฐานานุกรมประดับพระอิสริยยศ ๑๕ รูป คือ พระมหาคณิสรพุทธศาสนิกนิกรปสาทาภิบาล สกลสังฆประธานมหาสถาวีรกิจการี นายกบดีศรีรัตนคมกาจารย์พระราชาคณะปลัดขวา ๑ พระจุลคณิศร สัทธรรมนิติธรมหาเถราธิการ คณกิจบรรหารธุรการีสมุหบดีศรีธรรมภาณกาจารย์ พระราชาคณะปลัดซ้าย ๑ พระครูวินยาภิวุฒิ ๑ พระครูสุตตาภิรม ๑

พระครูวิจารณ์ธรรมกิจ พระครูพระปริต ๑ พระครูวิจิตรธรรมการ พระครูพระปริต ๑ พระครูวินัยธร ๑พระครูธรรมธร ๑ พระครูโฆสิตสุทธสร พระครูคู่สวด ๑ พระครูอมรสรนาท พระครูคู่สวด ๑พระครูพิลาสบรรณวัตร ๑ พระครูพิพัฒบรรณกร ๑ พระครูสังฆวิธาน ๑ พระครูสมุห์ ๑ พระครูใบฎีกา ๑ขอให้พระคุณผู้ได้รับตําแหน่งทั้งปวงนี้ มีความสุขสิริสวัสดิ์สถาพรในพระบวรพุทธเทอญ

ประกาศ ณ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตร ศาสนา เทอญ

ประกาศ ณ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

ราคาดอกกุหลาบที่เชียงใหม่พุ่งรับ วาเลนไทน์

บรรยากาศซื้อขายดอกกุหลาบ ช่วงเทศกาล วาเลนไทน์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ยังคึกคัก แม้ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น ส่วนที่จังหวัดตรัง จัดพิธีวิวาห์ใต้สมุทร ปีที่ 22 อย่างยิ่งใหญ่

ร้านจำหน่ายดอกไม้ ย่านตลาดต้นลำไย จังหวัดเชียงใหม่ เร่งบรรจุดอกกุหลาบสดนับหมื่นดอก ลงกล่องกระดาษ เพื่อส่งให้กับลูกค้าที่สั่งจองไว้ในหลายจังหวัด ให้ทันจำหน่ายในช่วงวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจากการสำรวจ พบว่าปีนี้ ดอกกุหลาบมีราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว โดยตกดอกละ 10 – 50 บาท ตามสีและขนาด

ทั้งนี้เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นยาวนาน ทำให้ดอกออกช้ากว่าปกติ จนแหล่งปลูกอย่างที่บ้านบวกเต๋ย อำเภอแม่ริม ตัดส่งลูกค้าแทบไม่ทัน อย่างไรก็ตามบรรยากาศซื้อ-ขายดอกกุหลาบในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้ โดยรวมยังคงคึกคักเช่นเดียวกับทุกปี และถือเป็นช่วงเวลาทำเงินของร้านขายดอกไม้ในย่านนี้

ขณะที่กิจกรรมแห่งความรักที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 22 อย่างพิธีวิวาห์ใต้สมุทร จังหวัดตรัง ซึ่งวานนี้ (12 ก.พ.61) มีพิธีต้อนรับคู่บ่าวสาวทั้งชาวไทยและต่างชาติ 15 คู่ ที่เดินทางมาร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2018 ระหว่าง 12 – 14 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีขบวนแห่จากถนนสถานี ไปตามถนนพระราม 6 จนถึงหอนาฬิกา ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์ หน้าสำนักงานเทศบาลนครตรัง และประเพณี “กินเหนียว”

ซึ่งเป็นการทานข้าวเหนียวมูล-แกงกะทิไก่ ที่สืบทอดมายาวนานของทางปักษ์ใต้ ก่อนปิดท้ายด้วยพิธีเลี้ยงต้อนรับ ส่วนวันนี้ (13 ก.พ.61) คู่บ่าวสาวทั้งหมด จะดำน้ำลงไปทำพิธีรดน้ำสังข์ และจดทะเบียนสมรส บริเวณถ้ำมรกต เกาะมุก แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมเป็นสักขีพยาน