ไทยตอนบนอากาศหนาวเย็นลง กทม. อุณหภูมิลดลง 1-3 องศา

ไทยตอนบนรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดลง 3-5 องศา โดยจะมีผลกระทบจนถึง 14 ก.พ. 61

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ทั้งนี้สภาพอากาศหนาวเย็นจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามัน มีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ในระยะ 1-2 วันนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเล จีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

เริ่มทำ ‘ฝนหลวง’ ที่ นครนายก ให้กลุ่มเมฆก่อตัวเคลื่อนเข้า กทม. เพื่อลดค่าฝุ่นละออง

เริ่มทำฝนหลวงที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ให้กลุ่มเมฆก่อตัว แล้วเคลื่อนที่เข้ามาในพื้นที่ กทม. เพื่อลดค่าฝุ่นละออง

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ระบุว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินสภาพอากาศ ความเร็วลม ทิศทางลม ความชื้นในอากาศ และการยกตัวของเมฆ ก่อนจะดำเนินการทำฝนหลวงได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เมฆค่อนข้างจมตัว ทำให้ไม่สามารถทำฝนหลวงได้นั้น แต่วันนี้ (12 ก.พ. 61) สภาพโดยรวมดีขึ้น ในระดับ 50/50 ทำให้ตัดสินใจดำเนินการในทันที

โดยมีการเรียกประชุมหน่วยปฎิบัติการทั้ง 3 พื้นที่ คือ จ.ระนอง จ.นครสวรรค์ และ อ.หัวหิน พบว่าทิศทางของลมอยู่ทางทิศตะวันออก จึงดำเนินการทำฝนหลวงในบริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เพื่อให้กลุ่มเมฆก่อตัว แล้วค่อยๆ เคลื่อนที่เข้ามาในพื้นที่ กทม. เพราะด้วยสภาพความหนาแน่นของอากาศยาน และลดผลกระทบ จึงไม่สามารถให้เครื่องบินปฎิบัติการเข้ามาทำฝนหลวงในพื้นที่ กทม. ได้โดยตรง

ทั้งนี้ นายสุรสีห์ ยืนยันว่า การทำฝนหลวงไม่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เช่น ฝนตกหนักจนน้ำท่วมขัง เพราะเป็นเพียงการสร้างกลุ่มฝน ไปจับฝุ่นละออง เพื่อลดค่าฝุ่นให้น้อยลงจนเข้าสู่ภาวะปกติเท่านั้น สำหรับผลการดำเนินการในวันนี้ นักวิชาการ รายงานว่า สถานการณ์กลุ่มเมฆ ยังไม่จับตัวจนสามารถเกิดฝนได้ แต่ยังคงต้องเฝ้าดูสถานการณ์ต่อเนื่องในคืนนี้ หลังจากนี้ ยังคงวางแผนทำฝนหลวงไว้ตลอด หากค่าฝุ่นละอองยังสูงเกินกว่ากำหนด ก่อนจะเข้าสู่การทำฝนหลวงช่วงหน้าแล้งระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 ตุลาคม ของทุกปี

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จส.100

พบ ‘ต้นพิลังกาสา’ ที่ ‘หมอแสง’ ใช้รักษามะเร็ง เร่งขยายพันธุ์ต่อ

พบต้นพิลังกาสา ตัวเอกสำคัญที่ “หมอแสง” ใช้ทำยารักษาโรคมะเร็งฟรี สวนรุกขชาติมวกเหล็กเร่งขยายพันธุ์ต่อ

ที่ ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย ของ นายกิตติพงษ์ ชุมมี อายุ 44 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปาก “หมอพงษ์” บ้านกระทมพงษ์ ม.12 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้เรียนวิชาแพทย์แผนไทยจากศีรษะอโศก จ.ศรีสะเกษ และปลูกพืชสมุนไพรนานาชนิด ไว้ที่ข้างๆ บ้าน และหลังบ้าน เพื่อขยายพันธุ์สมุนไพรไทย ต่อลมหายใจภูมิปัญญาไทย โดยได้มอบพันธุ์กล้าไม้ สมุนไพรหลากหลายชนิดเป็นจำนวนมาก และประเมินค่ามิได้ กว่า 2 รถกระบะ ให้กับ นายอริยะ หาญสวัสดิ์ หัวหน้าสวนรุกขชาติมวกเหล็ก จ.สระบุรี ซึ่งหนึ่งในนั้น มีต้นพิลังกาสา สมุนไพรตัวเอก ที่ หมอแสง จ.ปราจีน ใช้รักษาโรคมะเร็งฟรี เร่งปลูกขยายพันธุ์ต่อ

ทั้งนี้ เพื่อนำไปเข้าร่วมใน “โครงการป่าในเมืองสวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” สวนรุกขชาติมวกเหล็ก ตั้งอยู่ หมู่ที่ 1 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อทำสวนป่าสมุนไพร เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ ให้กับนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่สนใจ และเพื่อขยายพันธุ์แจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นอกจากนี้ นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ตนขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ และขอรับบริจาคต้นสมุนไพร นานาพันธ์ เพื่อมาปลูกภายในสวนป่าสมุนไพร ภายในสวนรุกขชาติมวกเหล็ก ให้เป็นที่ศึกษาและเรียนรู้ของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ใครมีสมุนไพรเป็นต้น ส่งมาให้ได้ที่ สวนรุกขชาติมวกเหล็ก หมู่ที่ 1 ต.มิตรภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

ด้าน นายอริยะ หาญสวัสดิ์ หัวหน้าสวนรุกขชาติมวกเหล็ก กล่าวว่า ตนมาขอรับบริจาคต้นไม้ สมุนไพรไทย จากนายกิตติพงษ์ ชุมมี เพื่อนำไปปลูกที่สวนรุกขชาติมวกเหล็ก เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ในการศึกษาเรียนรู้เรื่องสมุนไพรไทยของนักเรียน นักศึกษา และส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่ปลูกสร้างรายได้