ครูปรีชามั่นใจ หวย 30 ล้าน เป็นของตนเอง ลั่น! คลิปเสียงหลุดตัดต่อกันได้

“ครูปรีชา” ปัดตอบคลิปเสียงหลุด ชี้! ตัดต่อกันได้ ย้ำ หวย 30 ล้าน เป็นของตนเอง – ขณะลูกชายเจ๊บ้าบิ่น ยอมรับเป็นเสียงแม่

นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูในจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงคลิปเสียงที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ ที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นคลิปเสียงของนายปรีชา กับเจ้บ้าบิ่น แม่ค้าลอตเตอรี่ ในจังหวัดกาญจนบุรี ว่า ตนเองจะไม่ขอตอบว่าคลิปเสียงดังกล่าวนั้น เป็นเสียงของตนหรือไม่เพราะเชื่อว่าเรื่องของเสียงสามารถตัดต่อกันได้

และยอมรับว่า ไม่เคยได้ยินคลิปเสียงดังกล่าวมาก่อนพร้อมกันนี้ไม่รู้สึกกังวลใจอะไรเกี่ยวกับคดี พร้อมต่อสู้ในชั้นศาล และหากตำรวจ กองปราบปรามจะเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติม ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือพร้อมกันนี้ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าลอตเตอรี่หวย 30 ล้าน เป็นของตนเองจริง ทั้งนี้จะรอให้ทนายความ เป็นคนดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องคดีทั้งหมด

ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้ไปตรวจสอบที่บ้านพักของนางรัตนาภรณ์ หรือเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายลอตเตอรี่ พบเพียงลูกชาย ที่ระบุว่าไม่สะดวกให้ข้อมูล แต่ยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นแม่ของตนเองจริงแต่ผู้ชายไม่รู้ว่าเป็นครูปรีชาหรือไม่เพราะแม่ขายหวยให้กับหลายคน

ทางด้าน นายสมพงษ์ เตชชรัตนวรกุล ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องส่วนตัวและครูปรีชา ยังมาสอนหนังสือตามปกติไม่กระทบต่อการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ส่วนคดีอาญาหากสิ้นสุดแล้วพบว่าครูปรีชาทำผิดจริง ถ้ากระทรวงศึกษาก็มีขั้นตอนการลงโทษอยู่แล้ว ส่วนคลิปเสียงที่มีการแชร์กันนั้น ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าเป็นเสียงของครูปรีชาหรือไม่

น้องชายหนุ่มต้านทุจริต ถูกอุ้มหายที่ สภ.บ้านไผ่ ร้อง DSI ผ่านมา 10 ปี คดีไม่คืบ

น้องชาย ‘กมล เหล่าโสภาพันธ์’ หนุ่มต้านทุจริตถูกอุ้มหายที่ สภ.บ้านไผ่ ร้อง DSI ผ่านมา 10 ปี คดีไม่คืบหน้า

วันนี้ (9 ก.พ. 61) มีรายงานว่า นายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้เร่งรัดการสอบสวนกรณี นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ พี่ชายได้หายตัวไปจากพื้นที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2551 หลังพบเห็นการทุจริตการเช่าที่ดินของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่มีนายตำรวจในพื้นที่ในขณะนั้นเกลี้ยกล่อมไม่ให้แจ้งความและให้หยุดการตรวจสอบ ทำให้ นายกมล แจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจคนดังกล่าวในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนหายตัวไป

ทั้งนี้ นายประเสริฐ เผยว่า การมาในวันนี้ต้องการให้มีการสอบสวนผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยได้นำเอกสารข้อสังเกต ข้อมูลเพิ่มเติม และเอกสารเพิ่มเติม มามอบให้ดีเอสไอไปพิจารณาดำเนินการ หลังคดีไม่มีความคืบหน้า จนดีเอสไอสั่งงดการสอบสวนเรื่องนี้ในปี 2556 และตนเองเคยยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อเดือน ต.ค. 2559 ซึ่งอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วพบว่า อาจมีเหตุจูงใจให้มีผู้กระทำความผิดจึงให้ส่งข้อมูลไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และส่งไปให้ดีเอสไอดำเนินการ แต่ดีเอสไอไม่มีการดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานอัยการ พร้อมยืนยันสิ่งที่พี่ชายทำ ทำด้วยความสุจริต จึงขอความกรุณาให้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผู้อำนวยหารกองบริหารคดีพิเศษ ได้เป็นตัวแทนรับเรื่องดังกล่าว พร้อมเผยว่า จะรับเรื่องไว้นำเสนอต่ออธิบดีต่อไป ส่วนเรื่องงดการสอบสวน ยืนยันไม่ไช่เป็นการจำหน่ายคดี เรื่องนี้ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษที่ 70/2552 และดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ทั้งจากผู้ร้องและพยานหลักฐานอื่นๆ ตลอดมา แต่ไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด จึงเห็นควรงดการสอบสวนส่งพนักงานอัยการ สอดคล้องกับคำสั่งของพนักงานอัยการที่ให้งดการสอบสวน แต่หากพบว่ามีพยานหลักฐานใหม่ พบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิดก็สามารถนำเรื่องมาสอบใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งวันนี้ก็จะนำเอกสารหลักฐานที่ได้มาไปตรวจสอบว่ามีข้อมูลใหม่ใดเพิ่มเติมบ้าง

ผู้ว่าฯจันทบุรียื่นหนังสื่อลาออก รับผิดชอบใช้ถ้อยคำผิดพลาด

ผู้ว่าฯจันทบุรี ยื่นหนังสือลาออกปมใช้ถ้อยคำผิดพลาดในหนังสือราชการ เบื้องต้นหนังสือถูกส่งไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว

จากกรณี ภาพหนังสือลาออกของนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันบุรี ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ เนื่องจากเกิดความคาดเคลื่อนในการใช้ถ้อยคำในหนังสือ “มอบหมายภารกิจการเตรียมการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายกรัฐมนตรี และการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดจันทบุรี”

โดยข้อความในหนังสือลาออกระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงจังหวัดจันทบุรีได้ดำเนินการแก้ไขคำสั่งที่มีความคลาดเคลื่อนในถ้อยคำบางคำ และ ได้รายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบแล้วนั้น เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศของวงตระกูล และ ตำแหน่งหน้าที่ที่รับชอบ ข้าพเจ้า จึงขอลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.61 เป็นต้นไป โดยหนังสือดังกล่าวได้ถูกส่งไปถึง ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ล่าสุดจากการติดต่อสอบถามไปยังนางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันบุรี ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในเรื่องดังกล่าว ส่วนตัวอยากให้สอบถามกับทางนายวิทูรัช เอง เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ทั้งนี้เมื่อทางสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ได้พยายามติดต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เบื้องต้นยังไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากนายวิทูรัช อยู่ระหว่างร่วมประชุมมอบนโยบายและแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ส่วนราชการระดับสูง และ ผู้ว่าราชการจังหวัดจากทั่วประเทศ