นายกฯ เชื่อ สหรัฐฯ เข้าใจกรณีไทยเลื่อน เลือกตั้ง

นายกฯ เชื่อ สหรัฐฯ เข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทย เผย ไม่ได้มีการทวงถามเรื่องโรดแมป เลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมคารวะของประธานคณะเสนาธิการร่วม กองทัพสหรัฐอเมริกา พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีการสอบถามถึงเรื่องการเลือกตั้ง แต่ได้ให้กำลังใจไทยเพื่อเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยต่อไป

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า โรดแมปเลือกตั้งจะเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กำหนด และอีกปัจจัยคือเป็นไปตามกฎหมาย

ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เผยว่า การคว่ำร่างกฎหมายลูกหรือไม่นั้นเป็นสิทธิของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่เชื่อว่าจะไม่มีประเด็นนี้ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะได้คะแนนเสียงไม่เห็นด้วยถึง 2 ใน 3 จากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะใช้เทคนิคทางกฎหมายคว่ำร่างกฎหมายลูก เพื่อขยายเวลาการเลือกตั้งออกไป

ประธานซัมซุงกรุ๊ป ต้องสงสัยเลี่ยงภาษีกว่า 200 ล้านบาท

ตำรวจเกาหลีใต้ เผย ประธานกลุ่มซัมซุงกรุ๊ป ต้องสงสัยเลี่ยงภาษี 240 ล้านบาท และใช้บัญชีของพนักงานซุกเงินกว่า 11,000 ล้านบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ แถลงวานนี้ว่า นายอี คุน ฮี ประธานบริษัทซัมซุงกรุ๊ป ได้นำเงินทุนไปฝากไว้ในธนาคารรวมทั้งสิ้น 260 บัญชี โดยอาศัยชื่อผู้บริหาร 72 คนบังหน้า โดยบัญชีธนาคารเหล่านี้มีเงินสดรวมกันประมาณ 4 แสนล้านวอน หรือราว 1 หมื่น 1 พัน 677 ล้านบาท และต้องสงสัยว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีราว จำนวน 8 พัน 200 ล้านวอน หรือราว 240 ล้านบาท

สำหรับเรื่องดังกล่าวถูกตรวจพบระหว่างที่ตำรวจกำลังสืบสวนคดีการยักยอกเงินบริษัทซัมซุง เพื่อจ่ายเป็นค่าปรับปรุงบ้านพักของตระกูลอี และเตรียมส่งสำนวนไปให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง

นายอี วัย 76 ปี เข้าโรงพยาบาลจากอาการหัวใจวายเมื่อปี 2557 ทำให้ นายอี แจ ยอง บุตรชายของเขา กลายเป็นผู้ดูแลกิจการของซัมซุงกรุ๊ปโดยพฤตินัย ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกตัดสินในปี 2552 ว่ามีความผิดข้อหาเลี่ยงภาษีด้วยการซุกซ่อนเงินไว้ในบัญชีธนาคารที่ยืมชื่อพนักงานที่ไว้ใจได้ แต่ศาลลงโทษปรับเงินและจำคุก 3 ปี โดยรอลงอาญา แต่ได้รับการอภัยโทษในเวลาต่อมา

ตระกูลอี ซึ่งเป็นเจ้าของซัมซุงกรุ๊ป กลุ่มธุรกิจใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ พัวพันกับเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง โดยนายอี แจยอง บุตรชายคนโตที่เป็นทายาทของตระกูลเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันจันทร์ เมื่อศาลอุทธรณ์ลดโทษจำคุกในคดีติดสินบนอดีตประธานาธิบดีพัก กึน เฮย์ เหลือ 2 ปี 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญาและปล่อยตัวทันที

เอกชัยฯ ผุดศูนย์เด็กหลอดแก้ว ตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 10% โกยเงิน 540 ล้าน

เอกชัยฯ ร่วมกับนักธุรกิจจีน เปิดศูนย์เด็กหลอดแก้ว ตั้งเป้าปีนี้รายได้เติบโต 8-10% โกยเงิน 540 ล้าน คาด 2 ปีคุ้มทุน

บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH ผู้ประกอบธุรกิจสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดสมุทรสาคร เปิดตัวศูนย์ให้คำแนะนำผู้มีบุตรยาก ซึ่งดำเนินงานโดย บริษัท เอกชัย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทย่อยที่ EKH ถือหุ้นในสัดส่วน 57% พันธมิตรนักธุรกิจจากประเทศจีน ถือหุ้นในสัดส่วน 25%

บริการของศูนย์ผู้มีบุตรยากประกอบไปด้วย ICSI (อิ๊กซี่) คือ การใช้เข็มฉีดเชื้ออสุจิหนึ่งตัวเข้าไปในไข่ เพื่อช่วยปฏิสนธิ ให้เกิดเป็นตัวอ่อนเมื่อได้ตัวอ่อนแล้วจึงย้ายฝากเข้าสู่โพรงมดลูก, PESA (พีซ่า) คือ การดูดตัวอสุจิออกมาจากบริเวณถุงพักน้ำเชื้อ เพื่อนำมาผสมกับไข่ให้เป็นตัวอ่อนด้วยวิธีการทำอิ๊กซี่ ในกรณีที่ฝ่ายชายไม่มีอสุจิ, TESE (เทเซ่) คือ การตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ จากอัณฑะมาหาตัวอสุจิ เพื่อนำมาผสมไข่ให้เป็นตัวอ่อนด้วยวิธีการทำอิ๊กซี่ ในกรณีที่ฝ่ายชายไม่มีอสุจิ

PGD คือเทคนิคการตรวจวินิจฉัยตัวอ่อน เพื่อดูจำนวนโครโมโซม หรือ สารพันธุกรรมที่ผิดปกติ เพื่อการคัดเลือกตัวอ่อนที่ปรากฏจากความผิดปกติทางพันธุกรรม สำหรับการตั้งครรภ์ และ Embryo transfer (ET) การย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก การแช่แข็งไข่ การแช่แข็งอสุจิ การแช่แข็งตัวอ่อน เพื่อเก็บไว้ในอนาคต

ขณะเดียวกันบริษัทได้เปิดศูนย์เด็กหลอดแก้วที่ร่วมทุนพันธมิตรจีน ตั้งเป้าหมายลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการทั้งชาวจีนและชาวไทยอยู่ที่ 10 รายต่อเดือน อีกทั้งยังคาดว่าสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ในปีแรกที่เปิดให้บริการประมาณ 30-40 ล้านบาท ภายใน 2 ปีข้างหน้าจะถึงจุดคุ้มทุน โดยแผนการดำเนินงานในปีนี้ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 8-10% จากปี 2560 ที่คาดว่าจะมีรายได้รวม 540 ล้านบาท

สำหรับคู่สมรสที่มีปัญหาในการตั้งครรภ์, คู่สมรสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นโรคหรือเป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม, คู่สมรสที่ประสบปัญหาภาวะแห้ง, คู่สมรสที่อายุมากและมีบุตรยากและคนโสดที่มีความต้องการในการเก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่หรืออสุจิ) ไว้เพื่อใช้ในอนาคต หากมีความสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์แม่และเด็ก ชั้น 2 โทร 1715 หรือ 034-417999 ต่อ 221,222