อัจฉริยะเข้ามอบคลิปเสียงหลักฐานคดีหวย 30 ล้าน ระหว่างครูปรีชากับแม่ค้า

อัจฉริยะ เข้ามอบคลิปเสียงหลักฐานคดีหวย 30 ล้าน ระหว่างครูปรีชากับแม่ค้า เผยต้องการทำความจริงให้ปรากฏว่า ครูปรีชา ไม่ใช่เจ้าของล็อตเตอรี่ที่แท้จริง 

วันนี้ (6 ก.พ. 61) มีรายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางเข้ายื่นหลักฐานคดีหวย 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ซึ่งถูกสังคมจับต่อมองอยู่ในขณะนี้ ที่ กองบังคับการปราบปราม

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ เผยว่า หลักฐานที่นำมายื่นให้กองปราบปราม เป็นคลิปเสียงและคลิปวีดิโอ เส้นทางการเดินทางมาเจอกันของครูปรีชา รวมทั้งพยานต่างๆ ในการส่งมอบล็อตเตอรี่ ระหว่าง ครูปรีชา กับ แม่ค้า ที่มีการพูดคุยกันด้วยว่า แม่ค้าไม่ได้ส่งเลยชุดนี้ให้ ก่อนมีเสียงแม่ค้าตอบว่าส่งให้แล้ว ซึ่งคลิปนี้ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวไม่เคยคุยกับทีมทนายความของทั้ง 2 ฝ่าย และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพียงแต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฏว่า ครูปรีชา ไม่ใช่เจ้าของล็อตเตอรี่ที่แท้จริง

นายกฯ ชี้ ผิดเป็นผิด กรณีประธานอิตาเลียนไทยลักลอบล่าสัตว์ป่า

นายกฯ ชี้ ผิดเป็นผิด กรณีประธานอิตาเลียนไทยลักลอบล่าสัตว์ป่า ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรงไปตรงมา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ที่เข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า เป็นของการทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าใครก็ต้องถูกลงโทษ หากเป็นการพิจารณาคดีแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาที่ตัดสินโดยศาลและกระบวนการยุติธรรม

ลักลอบล่าสัตว์, นายกฯ, อิตาเลียนไทย

ดังนั้นตนไม่มีอำนาจไปกล่าวล่วงกับกรณีนี้และในทุกๆ เรื่องเพราะเป็นเรื่องของกลไก ซึ่งขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ขออย่ามาอ้างถึงตนหรือใครที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนอื่น ส่วนการพบอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์ซึ่งเป็นอาวุธหนักจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่กระความผิด แล้วไปเกี่ยวอะไรกับเจ้าหน้าที่รัฐ การตั้งคำถามแบบนี้ถือว่าไม่สร้างสรรค์

โฆษก คสช. เชื่อ กองทัพไม่มีเอี่ยวแคมเปญสนับสนุน “ประวิตร”

โฆษก คสช. เชื่อว่า กำลังพลในกองทัพไม่เกี่ยวข้องกับกรณีเว็บไซต์ที่มีแคมเปญเกี่ยวกับการโหวตสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำหน้าที่ต่อ โดยตั้งข้อสังเกตจากจำนวนผู้ใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่สอดคล้องกับยอดกำลังพลของกองทัพที่มีจำนวนหลักแสนคน

พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ระบุถึงกรณีสังคมออนไลน์ตั้งวิพากษ์วิจารณ์ ความผิดปกติของจำนวนผู้ใช้งานบางเว็บไซต์ในแคมเปญสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในตำแหน่งต่ออาจมีคนในกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้งานเว็บไซต์นี้ ว่า โดยทั่วไปแล้ว การใช้งานโซเชียลมีเดียถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลของกำลังพลในกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ หรือ การโหวตต่างๆ

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจำนวนการโหวตในแคมเปญเกี่ยวกับพลเอกประวิตร ที่มีจำนวนที่ผิดปกตินั้น จากการตรวจสอบและประเมินเบื้องต้นเชื่อว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคนในกองทัพอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเปรียบเทียบจากจำนวนบุคลากรในกองทัพที่มีจำนวนหลักแสนคน กับสถิติผู้ที่ใช้งานเว็บไซต์ดังกล่าวแล้วถือว่าไม่สอดคล้องกัน และทางเจ้าของเว็บไซต์ ก็ออกมาระบุว่า จากการตรวจสอบจำนวนผู้ใช้งานที่ผิดปกติมีที่มาจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ที่ผ่านมากองทัพจะใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจข้อคิดเห็นและการเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เพื่อมุ่งสร้างความเข้าใจให้กับคนในสังคมเป็นหลัก