ยอดออเดอร์ทะลัก! ชาวสวนเพาะกุหลาบขายวาเลนไทน์แทบไม่ทัน

ใกล้ถึงวันแห่งความรัก ชาวสวนที่จังหวัดเชียงใหม่เร่งปลูกดอกกุหลาบให้ทันส่งขาย ปีนี้ความรักเบ่งบานยอดสั่งล่วงหน้าแล้วกว่า 30,000 ต้น จนปลูกแทบไม่ทัน

ลุงปัน ดวงปัญญา อายุ 77 ปี ชาวสวนที่หมู่บ้านป่ารวก อ.แม่ริม เชียงใหม่ เร่งเพาะขยายพันธุ์ต้นกุหลาบ เพื่อให้ทันส่งขาย ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ที่ใกล้จะมาถึง โดยปีนี้บรรยากาศคึกคัก มีลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าแล้วกว่า 30,000 ต้น จนเพาะขยายพันธุ์ไม่ทัน ทั้ง จากจังหวัดชลบุรี พัทยา และ กรุงเทพมหานคร พันธุ์และสีที่ได้รับความนิยมคือพันธุ์บิชอป พันธุ์ซีเรีย และ พันธุ์มาร์โค ทั้ง ดอกสีขาว สีแดง และ สีชมพู ขายต้นละ 30 บาท ซึ่งเป็นราคาเดิม ไม่เพิ่มขึ้นตามต้นทุน ให้ลูกค้านำไปขายต่อต้นละ 100 – 200 บาท

ลุงปัน บอกว่า ปีนี้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้ง ถุงพลาสติกขนาด 11 คูณ 5 นิ้วครึ่ง ที่ใช้เป็นถุงปลูก น้ำหนัก 30 กิโลกรัม เดิมราคา 1,800 บาท ปรับราคาเป็น 2,500 บาท ส่วนแกลบที่ใช้ผสมดินจาก 1,200 บาท เป็นลำละ 1,600 บาท แม้ต้นทุนสูง แต่ก็ยังขายราคาเดิมที่ต้นละ 30 บาท เพราะยังพอมีกำไร คาดว่าปีนี้หลังหักต้นทุนจะยังมีกำไรราว 1 แสนบาท

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ มีเกษตรกรปลูกกุหลาบในแต่ละพื้นที่ราวกว่า 30 แห่ง แม้จะไม่มากเหมือนกับจังหวัดตากที่เป็นแหล่งปลูกแหล่งใหญ่ แต่ในแต่ละปีมีรายได้รวมเกือบ 300 ล้านบาท โดยช่วงที่กุหลาบออกช่อพร้อมตัดส่งขายเป็นช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ตรงกับช่วงที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งรับปริญญาและเทศกาลวาเลนไทน์

ขนลุก ! พบต้นตะเคียนลอยน้ำ หญิงร้องไห้คล้ายถูกผีเข้า

พบต้นตะเคียนลอยน้ำในซอยวัดกู้ ชาวบ้านและพระสงฆ์เร่งช่วยกันเตรียมสถานที่เพื่อวางกิ่งตะเคียนทอง

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 5 ก.พ.61 ที่ท่าน้ำวัดโพธิ์บ้านอ้อย หมู่ 4 ซอยสุขาประชาสรรค์ (วัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายจีรพันฐ์ ต่ายเขียว อายุ 33 ปี และชาวบ้านพบต้นตะเคียนลอยน้ำมาบริเวณท่าน้ำด้านหน้าวัด โดยลอยมาจากทาง จ.ปทุมธานี จึงได้ช่วยกันลงไปลากเข้าฝั่ง พบว่าเป็นกิ่งของต้นตะเคียนขนาด 4 คนโอบ ยาวประมาณ 7 เมตร ซึ่งไม่สามารถใช้กำลังคนยกขึ้นจากน้ำได้ ต้องประสานรถเครนให้ทำการยกขึ้นจากน้ำ

จากการสอบถามนายจีรพันฐ์ ต่ายเขียว อายุ 33 ปี ชาวบ้านหนึ่งในผู้พบเห็น ทราบว่าตนมาเก็บทำความสะอาดบริเวณรอบต้นตะเคียนเก่าที่อยู่ที่วัดอยู่แล้ว ช่วงบ่ายสองพบต้นตะเคียนลอยทวนน้ำมากับกอผักตบชวา จึงให้คนลงไปดูพบว่ามีขนาดใหญ่มาก ใช้คนหลายคนพยายามดึงขึ้นจากน้ำแต่ดึงไม่ไหวต้องรอรถเครนมายกขึ้นจากน้ำ น่าจะเป็นกิ่งของต้นตะเคียนทอง ขนาดใหญ่ประมาณ 4 คนโอบ

เบื้องต้นชาวบ้านและพระสงฆ์ได้ช่วยกันเตรียมสถานที่เพื่อวางกิ่งตะเคียนทอง โดยจัดวางไว้ใกล้กับต้นเก่าที่เคยลอยน้ำมาติดที่หน้าวัดเช่นกัน และชาวบ้านเคยเข้ามาขอเลขเด็ด มีการนำผ้าสามสีมาผูกติดไว้ สำหรับกิ่งตะเคียนที่ลอยมาใหม่ครั้งนี้ ชาวบ้านได้เดินทางเข้ามาดูการยกกิ่งตะเคียนขึ้นจากน้ำ พบหญิงสาวรายหนึ่งทราบชื่อคือ น.ส.นุช (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี ถูกเจ้าแม่ตะเคียนเข้าทรง โดยแจ้งกับชาวบ้านว่านอกจากกิ่งนี้แล้วยังมีอีกกิ่งที่จะลอยตามมา

สลด ! หลวงพ่อป่วยมะเร็งบ่นไม่อยากเป็นภาระผูกคอลาโลก

หลวงพ่อป่วยมะเร็งบ่นไม่อยากเป็นภาระผูกคอลาโลก

เวลา15:30น.วันที่5กุมภาพันธ์2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรหันคา เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่212หมู่ที่6 ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท หลังรับแจ้งว่ามีคนผูกคอตายภายในห้องนอน โดยในที่เกิดเหตุพบศพพระณรงค์ บุญอินทร์ อายุ63ปี พระลูกวัดหนองต่อซึ่งอยู่ห่างที่เกิดเหตุประมาณ800เมตร สภาพศพที่คอมีผ้ารัดเอวของพระผูกอยู่ เบื้องต้นไม่มีบาดแผล ร่องรอยการต่อสู้ หรือรื้อค้นภายในห้อง โดยญาติผู้ตายให้การว่าพระณรงค์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ซึ่งก่อนบวช ครองตนเป็นคนโสดไม่เคยแต่งงานมีครอบครัว จนตัดสินใจบวชเป็นพระเมื่อ8ปีก่อน และมาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ลำคอ เมื่อปี2560 จากนั้นญาติๆจึงให้มาพักอยู่ที่บ้านเพื่อจะได้มีคนดูแล และพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจ.ลพบุรี เทียวเข้าออกเพื่อฉายรังสีอยู่เป็นระยะ

ซึ่งอาการป่วยทำให้พระณรงค์ไม่สามารถรับประทานอาหารด้วยการเคี้ยวและกลืนตามปกติได้ ต้องให้อาหารเหลวงทางสายยางเท่านั้น ซ้ำร้ายการเดินยังไม่คล่องเหมือนปกติ ต้องใช้ไม้ค้ำยันอยู่ตลอดเวลา ทำให้พระณรงค์มีอาการเครียด และบ่นให้ญาติๆฟังอยู่บ่อยครั้งว่า ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ลูกหลานต้องลำบาก แต่ญาติๆก็ให้กำลังใจว่าพระณรงค์เป็นเหมือนพ่อ ลูกหลานไม่ถือว่าเป็นภาระอะไรเลย แต่มาวันนี้ในช่วงที่หลานๆไปทำธุระนอกบ้าน ไม่คาดคิดว่าพระณรงค์จะตัดสินใจผูกคอตายหนีโรคร้ายที่รุมเร้าด้วยผ้ารัดเอวของตนเองกับราวไม่ในห้อง ซึ่งหลานๆได้ช่วยกันปลดผ้านำร่างของพระณรงค์ลงมาตรวจสอบชีพจร แต่ก็สายเกินไปเพราะพระณรงค์สิ้นใจไปเสียแล้ว ซึ่งญาติๆไ่ม่ติดใจในสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้บำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป