สั่งปรับ6พันโชว์เฟอร์แท็กซี่ชูป้ายหนุนประวิตร

ศาลแขวงดุสิต สั่งปรับ 6,000 โชว์เฟอร์แท็กซี่ชูป้ายหนุน “ประวิตร” ฝ่าฝืนพรบ.ชุมนุม – สารภาพเหลือปรับ 3,000 บาท

ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี อ่านคำพิพากษาในคดีที่ พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ได้นำตัว นายอดุลย์ ธรรมจิตต์ อายุ 54 ปี อาชีพขับแท็กซี่ หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมหน้ากระทรวงกลาโหม แสดงการสนับสนุนและเป็นกำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นจำเลยตามความผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 7 วรรคแรก

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิด จึงพิพากษาให้ปรับ 6,000 บาท ฐานมั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คน และชุมนุมใกล้พื้นที่สำนักพระราชวัง ให้ปรับ 6,000 บาท จำเลยรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษปรับให้กึ่งนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 3,000 บาท

อธิการบดีนิด้าชี้ระงับโพลยืมนาฬิกาหรูเหตุคำถามชี้นำ

อธิการดีสถาบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ชี้ ระงับโพลยืมนาฬิกาหรู เหตุคำถามชี้นำ ปัดมีสั่ง

นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการดีสถาบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึงการระงับการเผยแพร่นิด้าโพล ยืมนาฬิกาหรู ว่า การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นเพราะผลโพลดังกล่าวขาดคุณสมบัติของการทำโพลที่ดีและถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งเรื่องความไม่เหมาะสม เพราะเรื่องนาฬิกาหรูกำลังของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ในการไต่สวนของป.ป.ช. และยังไม่ได้ข้อสรุป ผลโพลนี้อาจเป็นการสร้างแสชี้นำสังคม และชี้นำอย่างชัดเจน และไม่เหมาะสมกับผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นมีรายได้ ไม่เกิน 20,000 บาท มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี

นอกจากนี้ วันก่อนจัดทำโพลนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการนิด้าโพลในขณะนั้นยังได้โพสต์ข้อความที่แสดงให้เห็นถึงอคติและแสดงความไม่เป็นกลางต่อประเด็นที่สอบถามและมีการตั้งคำถามใจความเหมือนที่เคยโพสต์ จึงต้องตั้งเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการตั้งคำถามในครั้งนี้

ดังนั้น ในฐานะอธิบดีของสถาบันจึงมีคำสั่งระงับการเผยแพร่ผลโพลเพื่อตรวจสอบก่อน พร้อมยืนยันว่าตนเองไม่เคยแก้ผลโพลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

รมว.คลังเปิดให้ผู้มีบัตรคนจนพัฒนาอาชีพสร้างรายได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าร่วมมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต จัดการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ พร้อมจัดตั้งทีมหมอประชารัฐสุขใจ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานและติดตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อยในจังหวัดจันทบุรี โดยระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ รวมถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งหลังจากที่ได้มอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่ผู้มีรายได้น้อย และมอบเงินช่วยเหลือผ่านบัตรฯดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว ก็ได้ออกมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเปิดให้ผู้มีบัตรแสดงความประสงค์ในการเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

พร้อมกันนี้ ยังจัดตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประจำจังหวัด และประจำอำเภอ รวมถึงจัดทีมหมอประชารัฐสุขใจติดตามการพัฒนาด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตเป็นรายบุคคล และรายงานผลให้คณะกรรมการทราบ เพื่อประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจนในแต่ละช่วง คาดว่าจะเห็นผลภายในเดือนกันยายนนี้