จวกยับ!! กลุ่มวัยรุ่นปีนโบราณสถานถ่ายภาพ ไม่แคร์สายตาคนอื่น

วิจารณ์สนั่น! กลุ่มวัยรุ่นปีนโบราณสถาน นั่ง-ยืน ถ่ายรูป ไม่แคร์สายตาคนอื่น ชาวเน็ตชี้เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ต่างชาติอาจเลียนแบบได้

วันนี้ 25 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊ก Subin Phumirak ได้โพสต์รูปภาพที่แคปมาจากอินตราแกรมของผู้ใช้รายหนึ่ง โดยเป็นภาพของกลุ่มวัยรุ่นขณะเที่ยวชมโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมระบุข้อความไว้ว่า “ขอวอนทุกท่าน ๆ ที่ไปเที่ยวชมโบราณสถานทุกที่ทุกแห่ง โปรดช่วยกันดูแล รักษา หวงแหน ใครปีนป่ายขึ้นไปควรช่วยประณามให้รีบลงมา เพราะกฎการชมเขาห้ามปีน ถ้าถล่มแตกหักจะช่วยกรมศิลปากรซ่อมไหม บรรพชนคงเศร้าใจ ศาสนสถานถูกขึ้นไปเหยียบย่ำ”

โดยในภาพเห็นว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้ปีนขึ้นไปนั่งและยืนบนโบราณสถาน พร้อมกับแอคชั่นถ่ายรูป ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากส่วนใหญ่ตามโบราณสถานในแต่ละแห่งจะมีข้อห้ามปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน นอกจากยังมีการเขียนแคปชั่นที่อ่านแล้วทำให้ต้องส่ายหน้าว่า “มุมที่คุณไม่เคยเห็น เพราะเขาห้ามปีนขึ้นไป” นอกจากนี้ยังมีการ ติด #แก๊งคนบาป2018 อีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวออกไปมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้พบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นเพื่อนของคนในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ได้คอมเม้นท์ว่า “ถึงจะตั้งโพสต์เป้นสาธารณะก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าคนอื่น ดูตัวเองก่อนไหม การที่มาคอมเมนต์ว่าคนอื่นที่ไม่รู้จักเขาเรียกว่าไม่มีมารยาท วิจารณ์ได้แต่เก็บไว้ในใจก็พอค่ะ”

ขอบคุณ Subin Phumirak

พบรอยมือรอยเท้า ‘ครูบาเจ้าศรีวิชัย’ อายุเกือบ 100 ปี

พบรอยมือรอยเท้า ‘ครูบาเจ้าศรีวิชัย’ นักบุญแห่งล้านนา อายุร่วม 100 ปี วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง

วันที่ 25 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามรอยมือรอยเท้าของพระครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา สมัยที่ท่านได้เดินทางมาบูรณะ ปฏิสังขรณ์วิหารวัดศรีโคมคำ หรือ วัดหลวง ที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง ในจังหวัดพะเยา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย ศิลปะสกุลช่างเชียงแสน พระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในดินแดนล้านนา มีอายุ 527 ปีสร้างปี พ.ศ.2034 เป็น พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพะเยา ที่ชำรุดทรุดโทรมมาก่อน

หลังจากบูรณะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ครูบาเจ้าศรีวิชัย ได้ใช้มือข้างซ้าย และเท้าข้างซ้าย – ขวา ประทับไว้บนแผ่นหินทราย ขนาดกว้าง 2 คืบ ยาว 2 คืบครึ่ง เพื่อเป็นที่ระลึก ให้กับชาวพุทธศาสนิกชนเมืองพะเยา ไว้เมื่อ ปี พ.ศ. 2467 ปัจจุบันรวมอายุรอยมือรอยเท้า 85 ปี ทางวัดศรีโคมคำ ได้เก็บรักษาไว้ในวิหารครูบาเจ้าศรีวิชัย หรืออนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ภายในวัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา และทางวัดได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วและเก็บรักษาไว้ในวิหารครูบาเจ้าศรีวิชัย เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เข้ามาสักการะดูชม วัดพระเจ้าตนหลวง เป็นพระอารามหลวง (ม.) ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มีอายุ 527 ปีเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นเคารพนับถือ และเป็นพระ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพะเยา

ท่านเจ้าคุณ พระสุนทรกิตติคุณ (สมณศักดิ์ท่านเจ้าคุณ) รองเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ เจ้าคณะอำเภอเมืองพะเยา กล่าวว่า รอยมือรอยเท้าของครูบาเจ้าศรีวิชัย ที่ทางวัดได้เก็บรักษาไว้เนื่องจากสมัยก่อนวัดพระเจ้าตนหลวง วิหาร ชำทรุดโทรมขาดการดูแลบูรณะซ่อมแซม มาหลายร้อยปี จนกระทั่งชาวพะเยาได้ไปนิมนต์ครูบาเจ้าศรีวิชัยจากจังหวัดลำพูนมาทำการบูรณะจนเสร็จเรียบร้อย และครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ประทับรอยมือข้างซ้ายและเท้าข้างซ้าย-ขวา ไว้บนแผ่นหินทราย ขนาดกว้าง 2 คืบ ยาว 2 คืบครึ่ง เมื่อปี พ.ศ.2467 เพื่อให้เป็นที่ระลึก ให้กับศิษยานุศิษย์ และชาวพะเยา เก็บไว้กับวัดศรีโคมคำ และทางวัดได้เก็บรักษาไว้ในวิหารครูบาเจ้าศรีวิชัย ภายในวัดศรีโคมคำ เพื่อให้สาธุชนได้มากราบไหว้ บูชา พร้อมอัฐิของครูบาเจ้าศรีวิชัย ด้วย

เปิดประวัติ!! ‘พล.ต.อ.สล้าง’ นายตำรวจใหญ่กับฉายา ‘มือปราบวิสามัญ’

เปิดชีวประวัติ ‘พล.ต.อ.สล้าง’ นายตำรวจใหญ่ ‘มือปราบวิสามัญ’ และบทบาทสำคัญในวันที่ 6 ตุลาคม 2519

เป็นอีกข่าวที่เศร้าสลดใจยิ่งนัก เมื่อมีชายสูงวัยกระโดดฆ่าตัวตายจากชั้น 7 ของห้างดังย่านแจ้งวัฒนะ ซึ่งทราบภายหลังคือ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พร้อมทิ้งจดหมายปริศนา ( อ่านเพิ่มเติม : เปิดจดหมายลาตาย พล.ต.อ.สล้าง ‘ถ้าไม่ทำจะไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะสื่อช่วยกันปกปิด’) โดยเหตุเกิดในช่วงเวลาประมาณ 11.45 น. วันที่ 25 ก.พ.61 โดยทาง MThaiNews จึงขออนุญาตนำชีวประวัติของ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค มาให้ได้รับชมกัน

พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2480 ที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นบุตรของหลวงพินิตพาหนะเวทย์ (พิง) มารดาชื่อ ทองอยู่ (สกุลเดิม ลิมปิทีป) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รับราชการในกรมตำรวจ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน) ตำแหน่งที่สำคัญได้แก่ ผู้บังคับการตำรวจภูธร 12 ผู้บัญชาการศึกษา ผู้ช่วยอธิบดีตำรวจ และรองอธิบดีกรมตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ตามลำดับ ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฏ และเหรียญจักรพรรดิมาลา พลตำรวจเอกสล้าง มีบุตรกับภรรยาชื่อ สุพรรณวดี (สกุลเดิม ชุมดวง) 3 คน ได้แก่ วันจักร พลจักร และเหมจักร นับเป็นลำดับชั้นที่ 7 พลตำรวจเอก

บทบาทที่สำคัญในเหตุการณ์ 6 ตุลา

ขณะนั้น พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค เป็นรองผู้กำกับการ 2 รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.สุวิทย์ โสตถิทัต ผู้บังคับการกองปราบปราม ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ให้นำกำลังตำรวจปราบจลาจล 200 นายไปรักษาความสงบที่บริเวณท้องสนามหลวง และหน้า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในครั้งนั้นมีการเรียกกำลังของตำรวจตระเวนชายแดนประมาณ 50-60 นาย ซึ่งมีอาวุธปืนขนาดใหญ่ ปืนครก อาวุธปืนที่ติดกล้องเล็ง และตำรวจแผนกอาวุธพิเศษ หรือหน่วย “สวาท” ทั้งแผนกอีก 45 นาย ในเช้าวันนั้นเฉพาะกำลังส่วนที่ติดอาวุธหนัก และร้ายแรงที่สุดของกรมตำรวจ 3 หน่วยนี้ที่ถูกใช้ในการโจมตีมีถึง 300 คน นอกจากนี้ยังมีตำรวจจาก สน.และหน่วยงานอื่นๆ อีกประมาณ 50 ถึง 100 หน่วยงานเข้าร่วมด้วย

ต่อมาเวลาประมาณ 8.00 น. ของวันเดียวกัน ก็ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมตำรวจ ให้เข้าไปทำการตรวจค้นจับกุม และให้ใช้อาวุธปืนได้ตามสมควร แต่อย่างไรก็ตามที่ได้รับคำสั่งให้ใช้อาวุธได้ จากอธิบดีตำรวจนั้น ได้รับคำสั่งโดยมีนายตำรวจ มาบอกด้วยวาจา และมีการมาบอกกันหลายคน จนเกิดการใช้อาวุธหนักโจมตีเข้าไปใน ม.ธรรมศาสตร์ จึงมีนักศึกษา ประชาชน เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นจำนวนมาก

บทบาท พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีมากมาย แน่นอนว่าบทบาทของเขาในวันนั้นยังไม่หมดเท่านี้ ก่อนจะหมดวัน “ได้รับคำสั่ง” ให้ไปปฏิบัติการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง และทำให้มีชื่อเสียงที่ไม่อาจลบล้างได้จนทุกวันนี้

ในบ่ายวันดียวกัน หลังจากที่กลุ่มฝ่ายขวาเสร็จสิ้น “การฆ่าฟันนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์” สถานีวิทยุยานเกราะ ก็ได้สั่งการต่อให้กลุ่มลูกเสือชาวบ้านเดินทางไปที่สนามบินดอนเมือง เพื่อทำร้าย ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ แต่เจ้าหน้าที่สนามบินไม่ให้เข้าไป อย่างไรก็ตามพล.ต.อ.สล้าง ได้เดินทางไปที่ดอนเมืองตามคำสั่งของสถานีวิทยุยานเกราะ โดยที่ไม่ได้รับคำสั่งจากกรมตำรวจ และ พล.ต.อ.สล้าง ได้เข้าไปด่าว่า ดร.ป๋วย ขณะที่พูดโทรศัพท์อยู่ และตบหู จนโทรศัพท์ออกจากมือของ ดร. ป๋วย

หลายปีภายหลัง พล.ต.อ.สล้าง ได้พยายามแก้ตัวว่า ได้รับวิทยุสั่งการโดยตรงจาก พล.ต.ต.สงวน คล่องใจ ผู้บังคับการกองปราบฯ ให้รีบเดินทางไปที่สนามบินดอนเมือง เพื่อป้องกันช่วยเหลือ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ให้รอดพ้นจากการทำร้ายจากกลุ่มประชาชน พวกนวพล และกระทิงแดงให้ได้ จึงได้รีบเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง

คดีวิสามัญฆาตกรรม โจ ด่านช้าง และพวกอีก 5 คน

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง คือ นายศุภฤกษ์ เรือนใจมั่น หรือ โจ ด่านช้าง หัวหน้าแก๊ง นายสุบิน เรือนใจมั่น น้องชายของโจ ด่านช้าง นายประสิทธิ์ โพธิ์หอม นายยิ้ว ปริวัตรสกุลแก้ว นายหยัด และนายปราโมทย์ (ไม่ทราบนามสกุล) นำอาวุธสงครามครบมือ หวังฆ่านายอุบล หรือ เล็ก บุญช่วย อายุ 31 ปี หลังถูกหักหลังในธุรกิจค้ายาบ้าที่ทำร่วมกัน แต่ตำรวจ สภ.อ.สองพี่น้องสามารถสกัดทัน คนร้ายหลบที่ใต้ถุนสูงและมีน้ำท่วมรอบบ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 5 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า และมีตัวประกันอยู่ในบ้านถึง 3 คน คือ นายประสงค์ ครุฑใจกล้า อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน ที่ป่วยเป็นอัมพาต นางบรรยงค์ ข้อทน อายุ 40 ปี ภรรยา และ ด.ญ.ประสาน ครุฑใจกล้า อายุ 11 ขวบ ลูกสาว จึงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องกับคนร้าย

พล.ต.อ.สล้าง นั่งเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปสั่งการด้วยตัวเอง และเรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางคลี่คลาย มีคำคำสั่งให้ใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อม และให้ตำรวจแฝงกายล้อมตัวบ้านในระยะใกล้ที่สุด เพื่อรอจังหวะลงมือ พร้อมส่ง พ.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม ถอดเครื่องแบบเดินถือโทรโข่งลุยน้ำเข้าไปเจรจา คนร้ายทั้ง 6 คน ยอมปล่อยตัวประกันและขอมอบตัว ต่อมาคนร้ายทั้ง 6 ถูกใส่กุญแจมือ และถูกตำรวจพาเดินลุยน้ำมาจนถึงฝั่ง เหตุการณ์ที่ดูทีท่าว่าจะคลี่คลายไปด้วยดีกลับตาลปัตรไปอย่างไม่น่าเชื่อ คำให้การของฝ่ายตำรวจบอกว่า คนร้ายได้ขอให้ตำรวจนำตัวกลับเข้าในบ้านอีกรอบ เพื่อค้นหาอาวุธของกลาง ตำรวจจึงพากลับไปตามที่ร้องขอ หลังเข้าไปในบ้านประมาณ 20 นาที เกิดมีเสียงปืนรัวขึ้น สิ้นเสียงปืนคนร้ายทั้ง 6 คนถูกวิสามัญฆาตกรรม จนเป็นตำนาน “อื้อฉาว” ไปทั่วโลกของ …ตำรวจมือปราบวิสามัญ…!!!

หลังเกษียณอายุราชการ พล.ต.อ.สล้าง ได้ตั้ง “มูลนิธิ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค” ในปี 2541 มอบหมายให้เภสัชกรและนายแพทย์ในมูลนิธิฯ ผลิตยา วี1 (V1 Immunitor) อ้างว่าเป็นยาต้านโรคเอดส์ได้ โดยเฉพาะในปี 2544 เขาแจกยา วี1 ฟรีออกไปอย่างกว้างขวาง มีผู้ป่วยไปรอรับยาตัวนี้วันละนับหมื่นคนท่ามกลางข้อกังขาของวงการแพทย์และสังคมว่าเป็นการโฆษณาเกินจริง กระทั่งต้องสั่งให้หยุดโฆษณา และแก้เกี้ยวว่าเป็นเพียงยาบำรุงกำลัง อย่างไรก็ตามช่วงหลังเขาพยายามเสนอผลงานและแสดงความคิดเห็นสาธารณะ แต่สังคมไม่ได้ให้ความสนใจเขามากนัก และได้ออกมาแสดงบทบาททางการเมืองอยู่เป็นระยะ แต่ยังไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตามทางทีมข่าว MThaiNews ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ต่อการสูญเสียในครั้งนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >>> สุดช็อก!! ‘พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค’ โดดชั้น 7 ห้างดังแจ้งวัฒนะเสียชีวิต

นาทีชีวิต!! ภาพวงจรปิดขณะ ‘พล.ต.อ.สล้าง’ กระโดดห้างดังฆ่าตัวตาย