กระบะชนรถพ่วงที่สระบุรี เสียชีวิตยกครัว 4 ศพ

กระบะชนประสานรถ่วงบรรทุกมันสำปะหลัง จ.สระบุรี เสียชีวิตยกครัว 4 ศพ -คนขับรถบรรทุกรอมอบตัว

ร.ต.อ.ประสิทธิ์ ก๋าเขียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถพ่วงชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตหลายราย บนถนนสาย 205 ลำนารายณ์-ลำสนธิ บ้านคลองเขว้า พื้นที่หมู่ 11 ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบลูกพ่วงของรถบรรทุก ทะเบียน 83-3114 นครสวรรค์ สภาพพลิกตะแคงขวางถนน

โดยมีรถกระบะนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีแดง ทะเบียน บบ 7434 ลพบุรี ชนประสานงา อัดติดอยู่กับลูกพ่วง รถกระบะมีสภาพพังยับเยิน ห่างไปเล็กน้อยพบหัวลากรถพ่วงสีขาว ทะเบียน 83-3119 นครสวรรค์ จอดอยู่ ตรวจสอบภายในรถกระบะ พบผู้เสียชีวิตติดอยู่ 4 ราย เป็นครอบครัวเดียวกัน ที่มากับรถกระบะนิสสัน ทราบชื่อคือ นายมงคล โต๊ะเงิน อายุ 60 ปี ,นางวารุณี โต๊ะเงิน อายุ 56 ปี ,น.ส.มยุรา โต๊ะเงิน อายุ 28 ปี และ ด.ญ.ณัฐธิดา โต๊ะเงิน อายุ 12 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

สอบสวน นายอำนาจ ขุมทอง อายุ 33 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ คนขับรถพ่วง ที่รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ในขณะที่กำลังขับรถพ่วงบรรทุกมันสำปะหลังแห้ง ไปส่งให้กับโรงงานผลิตเอทานอล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบว่าลูกพ่วงท้าย ได้หลุดออกจากตัวรถแล้วพลิกขวางถนน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่รถกระบะของผู้ตายขับสวนทางมาพอดี ทำให้รถกระบะเบรกไม่ทันชนประสานงานกันอย่างจังจนคนในรถเสียชีวิตทั้งหมด จึงควบคุมตัวนายอำนาจ ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

คนร้ายย่องเงียบ ขโมยรถเบนซ์ จากเต็นท์ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา

คนร้ายย่องเงียบ ขโมยรถเบนซ์ ราคา 1.7 ล้านบาท จากเต็นท์ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ภาพวงจรปิดพบเป็นคนเดียวกับที่มาขอลองก่อนเปลี่ยนกุญแจไป

พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ เงินฉลาด รองผู้กำกับการสอบสวน สน.วังทองหลาง เปิดเผยถึงเหตุการณ์คนร้ายเข้าไปขโมยรถในเต็นท์รถแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้รับแจ้งเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา ประมาณ 02.00 น. ได้มีคนร้ายเข้ามาขโมยรถเบนซ์รุ่น E250 สีเทา ทะเบียน 3 กส.-6582 กทม. มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท ออกไปจากเต็นท์รถ ถ.ประดิษฐ์มนูธธรรม หรือ ถ.เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์

โดยเต็นท์รถดังกล่าวอยู่ช่วงแยกประชาอุทิศ-ประดิษฐ์มนูธรรม มุ่งหน้าแยกพระราม 9 ตัดเอกมัย หลังจากคนร้ายได้รถแล้ว ได้ขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าซอยรามคำแหง 21 จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้าย เป็นชายสวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้น สวมหน้ากากอนามัย โดยทางเจ้าของเต็นท์รถจำได้ว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเป็นคนที่มาขอลองรถ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา แล้วแอบเปลี่ยนกุญแจรถไป

ซึ่งทางเจ้าของรถเข้าใจว่ากุญแจรถแบตหมดจึงไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งพบว่ารถถูกขับออกไปจากเต็นท์เมื่อคืน จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นคนที่มาขอลองรถแอบเปลี่ยนกุญแจไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี เพื่อติดตามรถกลับมาคืนให้เจ้าของต่อไป

อภิสิทธิ์ ไม่กังวล สุเทพ ตั้งพรรคใหม่ ยัน ยังไม่มีสมาชิกลาออก

อภิสิทธิ์ ไม่กังวล สุเทพ ตั้งพรรคใหม่ ชี้ เป็นสิทธิ์ทำได้ ยัน ยังไม่มีสมาชิกลาออกจากประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน กลุ่ม กปปส. ที่เบื้องต้น นายสุเทพ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าจะมีการจัดตั้งพรรคการเมืองว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และจะต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมไม่กังวลที่กรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสมาชิกพรรคที่ยังมีบางส่วนศรัทธาในตัวนายสุเทพ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะตัดสินใจจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อหรือไม่

แต่ตอนนี้สมาชิกพรรคยังไม่มีบุคคลใดลาออก และแนวความคิดของพรรคประชาธิปัตย์ได้ยืนหยัดในแนวคิดและอุดมการณ์มาโดยตลอด ที่พร้อมสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ กับนายสุเทพนั้น อาจมีแนวคิดที่ต่างกันในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ แม้จะมีจุดร่วมในหลายๆ เรื่อง

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งว่า ส่วนตัวมองว่าคือเสียงสะท้อนแทนประชาชนอีกจำนวนมาก แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายในกรอบของกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน อยากให้ คสช. ได้ผ่อนคลายกฎหมายพิเศษ และเปิดกว้างในการรับฟังให้มากขึ้น และเชื่อว่าจะไม่สั่นคลอนต่อรัฐบาลและ คสช. เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนหนึ่งเท่านั้น และรัฐบาลต้องลดเงื่อนไขที่ถือว่าเป็นปัญหาและอุปสรรคไปสู่ความขัดแย้ง และให้ความสำคัญของความน่าเชื่อถือของโรดแมปด้วย

นายอภิสิทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่การเห็นชอบบุคคลที่ควรได้รับการเสนอชื่อเป็น กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาทั้งหมดจะต้องมาทบทวนเกี่ยวกับปัญหาที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก และให้เกิดความราบรื่นในการสรรหารอบใหม่

นอกจากนี้ ในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้ทุกอย่างสามารถเดินตามโรดแมปได้ แต่ส่วนตัวเห็นว่า กกต. ชุดเก่าสามารถทำหน้าที่ไปก่อนได้ แม้จะมีกระแสข่าว การลาออก ของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แต่การลาออกมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว และส่วนที่มีบางฝ่ายมองว่าการกำหนดคุณสมบัตของ กกต.ทั้ง 7 คน นั้นสูงเกินไป ทำให้เป็นอุปสรรคการสรรหา ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่เป็นประเด็นหลัก เพราะมีบุคคลที่มีคุณสมบัติอีกมากมาย ไม่กล้าเข้ามาดำรงตำแหน่ง พร้อมมีความเห็นว่า กรรมการที่สรรหา ต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้บุคคลอื่นๆ สามารถกล้าที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง