ประชาชนยังคงแวะเวียนเซลฟี่หน้าบ้านป้าทุบรถ ลูกค้าใจหายตลาดปิด

ประชาชนยังคงแวะเวียนเซลฟี่หน้าบ้านป้าทุบรถ ตำรวจคุมเข้ม กทม. ฉีดน้ำทำความสะอาด ลูกค้าใจหายตลาดปิด

วันนี้(23 ก.พ. 61) ที่ตลาดสวนหลวง ร.9 , ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต , ตลาดยิ่งนรา , ตลาดรุ่งวาณิชย์ และ ตลาดร่มเหลือง สวนหลวง ร.9 ในซอยศรีนครินทร์ 55 ถนนหมู่บ้านเสรีวิลล่า แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ บรรยากาศเมื่อช่วงเช้ามีฝนตกโปรยปราย โดยรวมทั้ง 5 ตลาด ยังมีผู้คนมาจับจ่ายซื้อของเพียงเล็กน้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร คอยอำนวยความสะดวก สอดส่องดูแลการจอดรถของลูกค้าที่มาซื้อของในตลาดให้จอดรถตามระเบียบ เรียบร้อย เพื่อไม่ให้จราจรติดขัด หรือจอดรถ ขวางทางเข้า-ออก ของบ้าน อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ มาคอยดูแลไม่ให้มีการขายของบนฟุตปาธ

สำหรับบรรยากาศหน้าบ้านของ นางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ หรือ “ป้าฉัตร” อายุ และ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ หรือ “ ป้าบี ” ยังมีประชาชนที่สัญจรไปมาและชาวบ้านระแวกใกล้เคียงต่างให้ความสนใจ พร้อมยกกล้องขึ้นมาเซลฟี่ บริเวณหน้าบ้าน เสมือน หน้าบ้าน ” ป้าทุบรถ ” เป็นแลนด์มาร์คใหม่ของหมู่บ้าน

โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามมาจับจ่ายซื้อของในตลาด กล่าวว่า ตนเองไม่ใช่คนในพื้นที่ บ้านของตนอยู่แถวสุขมวิท แต่ตนชอบมาออกกำลังกายที่ สวนหลวงร.9 และชื้อของที่ตลาดประจำ แต่เมื่อทราบว่า ตลาดจะปิด ก็รู้สึกใจหาย เพราะ ตนมาจ่ายตลาดบริเวณแถวนี้เป็นเวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่ตลาดเริ่มเปิดใหม่ๆ และของภายในตลาดมีมากมาย หลากหลายและราคาถูก ไม่แพง มีทั้งอาหารสุขภาพที่เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จแล้วมาซื้อทาน ปกติแล้วตอนจะมาวิ่งที่สวนหลวง ร.9 ทุกเช้า วิ่งเสร็จก็จะออกมาหาอะไรทาน โดยเฉพาะช่วงเทศกาล

ทั้งนี้ ช่วงสายของวันนี้มีเจ้าหน้าที่ของ กรุงเทพมหานคร พนักงานรักษาความสะอาดเขตประเวศ นำรถฉีดน้ำมาฉีด กวาด ทำความสะอาดถนน เพื่อความสะอาด บนฟุตปาธ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากกรุงเทพมหานครเรียกเจ้าของตลาดเข้าประชุม เมื่อวานนี้ ( 22 ก. พ. ) นายธนะสิทธิ์เปิดเผยว่า ได้แจ้งความผิดกับเจ้าของตลาดทุกรายในความผิด พ.ร.บ. สาธารณสุข โดยตลาดสวนหลวงมีการขอก่อสร้างอาคารถูกต้อง แต่ไม่มีใบอนุญาตขอจัดตั้งตลาด

ขณะที่ตลาดรุ่งวาณิชย์และตลาดร่มเหลือง ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งตลาด จะต้องดำเนินการเก็บของและปิดตลาดตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ส่วนตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตมีใบอนุญาตทำการพาณิชย์ แต่สินค้าไม่ถูกต้องตามใบอนุญาต ต้องแก้ไข และตลาดยิ่งนรา มีใบอนุญาตทำการพาณิชย์ สินค้าถูกต้อง แต่โครงสร้างไม่มีที่จอดรถ ต้องแก้ไข ซึ่งจะต้องแก้ไขให้เรียบร้อยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ หากไม่แล้วเสร็จจะต้องยุติการค้าขายทั้งหมด ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าผิดอะไรบ้าง ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา ซึ่งผู้ค้าทุกรายเข้าใจดีและเซ็นรับทราบความผิดแล้ว

น้ำใจไร้พรมแดน หนุ่มญี่ปุ่นหอบเงินบริจาคให้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นำไปช่วยผู้ยากไร้ในไทย

หนุ่มญี่ปุ่นซึ่งในน้ำใจคนไทย หอบเงินครึ่งแสนมอบให้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ หวังนำไปส่งต่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในไทย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา พระเอกและจิตอาสาชื่อดัง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์   บอกเล่าความประทับใจ หลังมีหนุ่มญี่ปุ่นคนหนึ่งนำเงินครึ่งแสนมามอบให้ตน เพื่อจะได้เป็นตัวแทนนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่อยู่ในเมืองไทย หลังจากที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากคนไทยจนสามารถรอดชีวิตมาได้ จึงอยากทดแทนตอบคุณความมีน้ำใจของคนไทย

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, คนญี่ปุ่น, มูลนิธิร่วมกตัญญู, ข่าวสดวันนี้, เงินบริจาค

โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า ” ขอขอบคุณ คุณTetsuya Muraoka. จาก Tokyo Japan ที่มา มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้กับผมวันนี้ ที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และจะมอบให้ทุกเดือน เดือนละ 50,000 บาท ตลอดระยะเวลา 1 ปี

เรื่องราวของ คุณ Tetsuya เขาบอกว่า เมื่อปีที่แล้ว ขอเจอมรสุมชีวิตมากมาย จนเกือบจะคิดสั้น แต่ในวันนั้น คนไทยได้ช่วยเหลือชีวิตเขาไว้ แล้วมาวันนี้ เขากลับมีชีวิตใหม่ และร่ำรวย เขาจึงอยากจะช่วยเหลือคนไทย แต่ไม่รู้ว่า จะช่วยในรูปแบบใด จึงเข้ามาอ่าน หน้าแฟนเพจของผม เขาจะตัดสินใจ เอาเงินมาช่วยผม

เพราะเค้าบอกว่า ผมช่วยทุกคน ช่วยทุกภาค ช่วยทุกหนทุกแห่ง เค้าประทับใจประเทศไทย และคนไทย มากๆ เค้าสัญญาว่า ทุกเดือน อาจจะมากกว่า 50,000 บาท แต่ขั้นต่ำ เค้าจะช่วยเดือนละ 50,000 บาท ภายใน 1 ปีก่อน ถ้าธุรกิจของเค้าดี เค้าอาจจะเพิ่มไปอีกปีหรือ 2 ปี

ที่ผมมาลงหน้าแฟนเพจนี้ ก็เพื่ออยากจะบอกว่า เราต้องรักษา ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับทุกคน โดยไม่เลือก ชาติ ศาสนา แล้วสิ่งดีๆ ก็จะกลับมาหาเรา ผมขอขอบคุณ แทนคนไทยทุกคน ที่กำลังลำบาก ที่จะได้รับ การช่วยเหลือ จากเค้า

ขอบคุณครับ คุณ Tetsuya Moraoka ”

ข่าวจาก / บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

นำตัว ‘เจ๊กุ้ง’ พยานเห็นเลข 726 โผล่จากกระเป๋าเสื้อ ‘ครูปรีชา’ มาสอบปากคำ

กองปราบ นำตัว ‘เจ๊กุ้ง’ พยานปากสำคัญ คดีหวย 30 ล้าน ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ เลขท้าย 726 โผล่จากกระเป๋าเสื้อ ‘ครูปรีชา’ มาสอบปากคำ

ความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท ล่าสุดมีรายงานข่าวระบุว่า เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมาตำรวจกองปราบปรามนำตัว นางดุษดี ถิ่นทุ่งทอง หรือ เจ๊กุ้ง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ศาล มาสอบปากคำประกอบสำนวนที่กองปราบปราม โดยสาเหตุที่นำนางดุษดีมาสอบปากคำนั้น เนื่องจากตำรวจภูธรภาค 7 ได้ระบุในสำนวนว่า นางดุษดี เป็นผู้เห็นลอตเตอรี่เลขท้าย 726 โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของครูปรีชา ทำให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามต้องนำตัวมาสอบปากคำว่าสอดคล้องกับสำนวนเดิมหรือไม่ กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นางดุษดี จึงได้เดินลงมาจากกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม และขึ้นรถยนต์ส่วนตัใขับออกไป

ทั้งนี้ สำนวนที่กองปราบปรามดำเนินการอยู่ในขณะนี้มี 2 คดี ได้แก่ คดีที่ครูปรีชา ใคร่ครวญ แจ้งความดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์แก่ ร.ต.ท.จรูญ กับ และอีกคดีเป็น คดีที่ร.ต.ท.จรูญ แจ้งความดำเนินคดีกับครูปรีชาในข้อหาแจ้งความเท็จ เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา โดยในส่วนของสำนวนคดีที่1 นั้น ตำรวจภูธรภาค 7 รวบรวมหลักฐานประกอบทำสำนวนไว้เสร็จแล้ว คงเหลือแต่สำนวนคดีที่ 2. ที่แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งทางกองปราบอยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำและรวมรวมหลักฐานให้สำนวนแล้วเสร็จให้ทัน ก่อนจะแถลงความคืบหน้าคดีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้