ร้องต่างด้าวล้นเมืองพัทยา แย่งอาชีพชาวบ้านในพื้นที่

ชาวบ้านร้องต่างด้าวทะลักเมืองพัทยา ทำงานแย่งอาชีพคนในพื้นที่

วันนี้(23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ตามแหล่งผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน ตลาดนัด ในพื้นที่หลายแห่งของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาค้าขายแย่งอาชีพคนไทย ทั้งที่เป็นอาชีพต้องห้าม แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองกลับปล่อยให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาประกอบอาชีพ โดยเฉพาะชาวเวียดนามที่ลักลอบเข้ามาทำงานในเมืองไทยกว่า 5 หมื่นคน

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์พบว่า ที่ร้านข้าวต้มบนถนนพัทยากลาง ได้มีพนักงานเสิร์ฟต่างด้าวชายหญิงจำนวนกว่า 40 คน ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติเวียดนาม กัมพูชา ลาว โดยพนักงานเสิร์ฟนั้นจะห้อยบัตรเขียนเป็นชื่อไทย แต่สำเนียงการพูดคุยสื่อสารชัดเจนว่าไม่ใช่คนไทยอย่างแน่นอน เดินวนรับลูกค้า สำหรับร้านดังกล่าวเปิดให้บริการและใช้บุคคลต่างด้าวให้ทำงานมานานหลายปีแล้ว ยังไม่เคยมีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบ และเชื่อว่าน่าจะมีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง

ขณะที่ ตามสถานบันเทิงหลายแห่งในพื้นที่เมืองพัทยา พบว่าตลอดค่ำยามราตรี ได้มีกลุ่มแก๊งเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ผิวขาว หน้าตาหุ่นดี ถือช่อดอกกุหลาบรบเร้าขายนักท่องเที่ยวภายในร้านสร้างความรำคาญเป็นอย่างมาก บางรายหญิงเวียดนามได้อุ้มเด็กทารกซึ่งเป็นวัยที่ต้องพักผ่อนและเลี้ยงดูอย่างดี แต่ถูกกลับพวกกลุ่มแก๊งดังกล่าวอุ้มพาไปลำบากเร่ขายดอกไม้เพื่อเรียกร้องความสงสาร

อย่างไรก็ตาม จึงอยากฝากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเมืองบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร เมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบกวาดล้างจับกุมว่าบุคคลต่างด้าวเหล่านี้อย่างจริงจรังด้วย ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะเข้มงวดกวดขันจับกุมอย่างถี่ถ้วนอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม

พม.เตรียมเผยผลสอบทุจริตเงิน มี.ค.นี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยืนยันผลสอบทุจริตคนไร้ที่พึ่งขยายถึงใครลงโทษทันที ไม่ว่าเป็นระดับใด เผยจะทยอยเปิดผลสอบภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยถึงความหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยหลือคนไร้ที่พึ่งว่า ได้มีการหารือกับพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงยุติธรรม ในเรื่องของกระบวนการตรวจสอบทุจริต ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรม ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากได้รับการประสานงาน

ส่วนที่คณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ไม่เปิดเผยรายละเอียดการตรวจสอบ นั้น เห็นว่า ทาง ป.ป.ท.มีขั้นตอนการทำงาน เช่นเดียวกับในส่วนของ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่มีขั้นตอนการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุว่าใครผิดได้ เพราะต้องรอให้ คณะกรรมการฯในส่วนกระทรวงชี้มูลมา เช่นเดียวกับในส่วนของ ป.ป.ท.ที่มีการแถลงข่าวว่า พบกรณีที่ประชาชนไม่ได้รับเงิน แต่ต้องมีการตรวจสอบต่อถึงสาเหตุที่ประชาชนไม่ได้รับเงิน หรือมีการเซ็นรับไปหรือไม่

ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็ไม่ว่าจะตำแหน่งไหน หรือแม้แต่ระดับอธิบดี หากมีข้อมูลและหลักฐานซัดทอด ก็ลงโทษทันที แต่หากไม่พบการทุจริต ก็ต้องรอผลสอบ จาก ทาง ป.ป.ท.ด้วย เพื่อนำข้อมูลมายืนยัน โดยทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ก็ได้มอบข้อมูลที่สำคัญให้หมด เพื่อให้ ป.ป.ท.ตรวจสอบ ให้เกิดความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในกรณีนี้ เป็นลักษณะการทุจริต ในจุดเล็ก ๆ ไม่ใช่ทุจริตก้อนใหญ่ แต่เบื้องต้น การเบิกจ่ายเงินมีบุคคลากรและขั้นตอนการจ่ายเงินอยู่แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะทุจริต แต่มีเพียงบางส่วนที่งบประมาณรั่วไหล ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องจับมือแถลงข่าวอย่างเป็นทางการกับ ทาง ป.ป.ท. เพราะให้แต่ละหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนก่อน เพื่อจับคนร้ายให้มั่น ทั้งนี้ ยังยืนยันว่า การตรวจสอบจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน หรือภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ก็จะทยอยให้ทราบผล และจะทำให้ดีที่สุด เพราะระดับอนันตพรตรวจสอบแล้ว

บิ๊กป้อม ยัน คสช.ไม่มีใบสั่งล้มเลือก กกต.

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยืนยัน ไม่ใช่ใบสั่ง คสช. ล้ม กกต.7 คน เชื่อไม่กระทบการเลือกตั้งท้องถิ่น

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. ไม่ผ่านความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ทั้ง 7 คน ยืนยันไม่ได้มีใบสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แต่เป็นดุลยพินิจของ สนช. และเชื่อว่ากรณีดังกล่าวจะไม่กระทบกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งต้องรอความชัดในเดือนมิถุนายน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, กกต., แกงค์คอลเซ็นเตอร์,กัมพูชา,เลือกตั้ง

นอกจากนี้ พลเอกประวิตรยังได้กล่าวถึง การหารือกับพลเอกเนียง พาด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา วานนี้ว่า ไม่ได้มีการหารืออะไรเป็นพิเศษ ส่วนความคืบหน้าการจับกุมแกงค์คอลเซ็นเตอร์ ที่กัมพูชานั้น สามารถจับกุมคนไทยได้ 25 คน จับกุมในมาเลเชียได้อีก 11 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นขบวนการเดียวกัน เบื้องต้นอยู่ระหว่างการขอตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย ซึ่งจะได้ตัวกลับมาในอาทิตย์หน้า จากนั้นจะให้ตำรวจแถลงในรายละเอียดว่าดำเนินการหลอกลวงเงินในลักษณะใดบ้าง