สรรพสามิต เตรียมเก็บภาษีรถจักรยานยนต์เพิ่มคันละ 150-250 บาท

สรรพสามิต จ่อเก็บภาษีมลพิษจากรถจักรยานยนต์เพิ่มคันละ 150-250 บาท เชื่อไม่กระทบราคาขายปลีก โดยภาระภาษีเพิ่มขึ้นเพียง 0.5 %

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า จากที่กรมสรรพสามิตมีการศึกษารายละเอียดการเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เช่นเดียวกับการเก็บภาษีรถยนต์นั้น คาดว่าการพิจารณาจะทำให้มีภาระภาษีเพิ่มขึ้นคันละ 150-250 บาท ทั้งนี้มองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเพิ่มราคาขายปลีกรถจักรยานยนต์จึงไม่ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน

ปัจจุบันรถจักรยานยนต์มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 150 ซีซี มีราคาขายประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อคัน ซึ่งมีภาระภาษีสรรพสามิต 750-1,250 บาทต่อคัน แต่หากจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.5 % ของราคาขายปลีก หรือมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 150-250 บาทต่อคัน

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามหลักการความฟุ่มเฟือย โดยแบ่งประเภทอัตราภาษีตามขนาดความจุของกระบอกสูบ ดังนั้นแนวคิดจัดเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นไปตามหลักการจัดเก็บภาษีเพื่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งจะส่งผลดีต่อการสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบอุตสาหกรรมในประเทศ ถึงการพัฒนาเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

อาจารย์โรงเรียนดังพะเยา โร่แจงหลังข่าวลือสะพัด บนบานชีวิตเด็กแลกสร้างตึกเสร็จ

อาจารย์โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จังหวัดพะเยา ออกมาชี้แจงหลังมีคนปล่อยข่าวลือ มีการบนบานของสังเวยชีวิตเด็กเพื่อแลกกับการสร้างตึกให้เสร็จ จนสร้างความหวาดผวาให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง 

วันที่ 22 ก.พ. 2561 ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า  นางวรรณธนี มั่งคั่ง รองผู้อำนวยการ งานกิจการนักเรียน โรงเรียนพะเยาพิทยาคม พร้อมด้วยนายศุภโชค ทากิจ ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการงานกิจการนักเรียนได้ออกมาชี้แจงกับผู้สื่อข่าว ถึงกระแสข่าวลือ จนทำให้เกิดการแตกตื่นของหมู่นักเรียน

หลังมีกรณีการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนระดับ ม.6 ถึง 3 รายในช่วงระยะเวลาติดต่อกันห้วงปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561และมีการให้เด็กนักเรียนผูกด้ายสีแดงเพื่อกันการเสียชีวิต และยังระบุว่าได้ มีผู้บนบานไว้ว่า หากมีการก่อสร้างอาคารเรียนสำเร็จก็จะทำการสังเวยชีวิต เด็กให้อีก 7 ราย

โดยนายศุภโชค ทากิจ ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการงานกิจการนักเรียน ในฐานะประธานการก่อสร้างของโรงเรียน ระบุว่า จากเหตุการณ์และข่าวลือดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างได เพราะการก่อสร้างอาคารนั้นทางโรงเรียนได้รับงบประมาณจากทางรัฐบาลอยู่แล้ว และไม่ได้มีการขอรับบริจาคจากส่วนใด และการก่อสร้างต้องแล้วเสร็จอย่างแน่นอน จึงไม่มีผู้ใดต้องทำการบนบานศาลกล่าวตามที่เป็นข่าวปรากฏในสื่อ

ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนจำนวน 3 ราย นั้นก็เกิดจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้มีการระมัดระวังตัวและเกิดในยามวิกาลทั้งหมด ซึ่งขอยืนยันว่าทางโรงเรียนหรือคนอื่นๆ ไม่ได้มีการบนบานในการก่อสร้างอาคารเสร็จจะต้องถวายชีวิตตามที่ระบุในข่าวลือ และหากมีการบนบานเกิดขึ้นก็จะขอให้พบกับสิ่งดีๆ เท่านั้น

ข่าวจังหวัดพะเยา, บนบาน, ข่าวสดวันนี้

ขณะที่นายวิทพงษ์ คล้ายกระบิล นักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียน ระบุว่า จริงๆ เจตนาไม่ได้มีการลบหลู่แต่อย่างได ในส่วนของตนเองนั้นไม่ได้มีการสวมใส่ด้ายสีแดง โดยจากการที่เพื่อนได้เสียไป เกิดจากอุบัติเหตุและความประมาทแทบทั้งหมด

ส่วนเรื่องศักดิ์สิทธิ์อาจจะมีผลในทางความเชื่อและเป็นส่วนหนึ่ง ไม่อยากให้เอามาแบกรับเป็นเรื่องใหญ่คิดว่าเราควรมีสติมากกว่า ส่วนในเรื่องที่มีการบนบานสิ่งต่างๆ ไว้ไม่เชื่อว่าจะขอให้เป็นเรื่องไม่ดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการบนบานสิ่งต่างๆอยากได้แต่สิ่งดีๆ ซึ่งหากทำเช่นนั้นแล้วถือว่าเป็นการสาปแช่งมากกว่า

เครนยกปูนอุโมงค์พัฒนาการตกใส่รถ ทำหลังคาทับคนขับเจ็บ 1 ราย

รถเครนยกแผ่นปูนการก่อสร้างอุโมงค์พัฒนาการ ตกใส่เก๋งคัมรี่ เสียหาย ทับ คนขับเจ็บ 1 ราย ส่ง รพ.วิภาราม แล้ว

วันนี้ (22 ก.พ. 61) ร้อยเวรสอบสวน สน.คลองตัน ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุแผ่นปูนหล่นทับรถเก๋ง บนถนนพัฒนาการ ฝั่งขาออก ช่วงซอยพัฒนาการ 25 ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่การก่อสร้างอุโมงค์พัฒนาการ ก่อนเกิดเหตุรถเครนกำลังยกแผนปูนคอนกรีตขนาดความกว้าง 1 ฟุต ยาว 1 ฟุต ออกจากพื้นผิวการจราจร ซึ่งแผ่นปูนดังกล่าวผสมกับยางมะตอยและมีดินเลนติดมาด้วย เมื่อยกขึ้นมาก็ทำให้แผ่นปูนคอนกรีต สไลด์ออกจากตัวบุ้งกี๋ ของเครนตกใส่หลังคารถเก๋ง โตโยต้า คัมรี่ สีดำ ษค3107 กทม. ที่ขับผ่านมาพังเสียหาย และหลังคารถทับคนขับ เป็นชาย อายุประมาณ 60 ปี ได้รับบาดเจ็บ