ดาวโจนส์ดิ่งเหว เหตุนักลงทุนวิตกสงครามการค้า จีน-สหรัฐ

ดาวโจนส์ดิ่งเหว เหตุวิตกกรณี ‘ทรัมป์’ ลงนามคำสั่งเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน กังวลสงครามการค้ากระทบเศรษฐกิจโลก

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 มี.ค.) ดาวโจนส์ปิดร่วงลงกว่า 700 จุด หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งให้เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน วงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อการลงโทษจีนที่ได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ โดยข่าวดังกล่าวส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ การร่วงลงอย่างต่อเนื่องของหุ้นเฟซบุ๊ก ยังได้ฉุดหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงด้วย

-ดาวโจนส์ปิดที่ 23,957.89 จุด ร่วงลง 724.42 จุด หรือ -2.93%
-Nasdaq ปิดที่ 7,166.68 จุด ลดลง 178.61 จุด หรือ -2.43%
-S&P500 ปิดที่ 2,643.69 จุด ลดลง 68.24 จุด หรือ -2.52%

ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ และจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นติดต่อกันสองวันทำการก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ การร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นนิวยอร์ก อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐนั้น ยังส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายในตลาดน้ำมันซบเซาลงด้วย

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 87 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 64.30 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 56 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 68.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

เรืองไกร จวก ม.44 ปลด ‘สมชัย’ สะเทือนคดีนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม

เรืองไกร มอง ม.44 ปลด ‘สมชัย’ สะเทือนองค์กรอิสระทั้งหมดที่หวังผลตรวจสอบรัฐบาล ชี้ อาจมีผลกับคดีนาฬิกาหรูเพราะเกรงอำนาจ 

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีการใช้ ม.44 สั่งให้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากหน้าที่กรรมการการเลือกตั้ง (กตต.) ว่า เป็นการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ที่ไม่น่าจะเข้าเงื่อนไข และเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระ ซึ่งอาจจะทำให้การทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลขององค์กรต่างๆ

โดยเฉพาะ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่กำลังตรวจสอบนาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพราะอาจจะเกรงใจ หรือเกรงอำนาจ ม.44 ที่สามารถปลดกรรมการองค์กรอิสระได้

พร้อมกันนี้ นายเรืองไกร ยังกล่าวด้วยว่า ในเรื่องของการตรวจสอบรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากนี้ ต้องฝากความหวังไว้ที่ภาคประชาชน โดยใช้พลังโซเชียลเป็นหลัก เพราะสามารถปลุกสังคมให้มีความสนใจ และตรวจสอบที่มาที่ไปได้มากขึ้น เหมือนกับกรณีของนาฬิกา พล.อ.ประวิตร ที่แม้จะมีเรื่องอื่นๆ เช่น หวย 30 ล้าน หรือ เสือดำ มาแทนที่ แต่กระแสโซเชียลตรวจสอบนาฬิกาหรูก็ไม่ได้จางหายไป

เล็งชง ครม. ของบเวนคืนที่ดินสร้างมอเตอร์เวย์ บางใหญ่-กาญจนบุรี เพิ่ม

อธิบดีกรมทางหลวง เผย มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ช้ากว่าแผน 16% เล็งชงครม.ของบเวนคืนที่ดินเพิ่ม 14,317 ล้านบาท 

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยถึงความคืบหน้าการเวนคืนโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรีว่า ขณะนี้ได้มีส่งเรื่องให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. พิจารณาแล้วและได้เตรียมเหตุผลเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบนำเสนอคณะรัฐมนตรี ครม.พิจารณา สำหรับค่ากรรมสิทธิ์ที่ได้มีการขอเพิ่มเติม 14,317ล้านบาท จากเดิมกรอบวงเงินประมาณ 5,420 ล้านบาท รวมเป็น 19,737.51 ล้านบาท โดยภาพรวมงานจะล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ราว 6-8 เดือน

ทั้งนี้ ในส่วนของความคุ้มค่าของโครงการเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ที่ประมาณ 14% เนื่องจากค่ากรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้ค่าลงทุนเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมาตรฐานทั่วไปจะใช้ที่ 12% เป็นเกณฑ์ แต่ทางกรมทางหลวงพยายามจะปรับปรุงรูปแบบเพื่อให้สามารถลดต้นทุนได้ อย่างไรก็ตามยังติดปัญหาการจ่ายค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนของทางแยกต่างระดับ สะพาน ส่วนความคืบหน้าของโครงการฯ ขณะนี้ถือว่าล่าช้ากว่าแผนอยู่ที่ 16% หรือ ล่าช้ากว่าแผนประมาณ 6-8 เดือน แต่คาดว่าจะแล้วเสร็จได้เร็วสุดคือช่วงปลายปี 2563

ขอบคุณภาพจาก  doh-motorway.com