อุตุฯ ชี้ ไทยตอนบนและกทม.ฝนลดลง ส่วนภาคใต้ฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

อุตุฯ ชี้ ไทยตอนบนรวมทั้งกทม.และปริมณฑลจะมีฝนลดลง อุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 22-23 มี.ค.ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ หลังจากนั้นในวันที่ 24-28 มี.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะฝนลดลง และมีอุณหภูมิสูงขึ้น
สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 22-24 มี.ค. จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง

หลังจากนั้นในวันที่ 25-26 มี.ค. มีฝนลดลง และคลื่นลมมีกำลังอ่อนลง ในช่วงวันที่ 22-24 มี.ค. จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นบริเวณประเทศไทยตอนบนข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 22-23 มี.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายและหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง และฟ้าผ่า ในขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ ในช่วงวันที่ 22-24 มี.ค. ขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยที่มีกำลังแรง ขอให้ชาวเรือเดินด้วยความระมัดระวัง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

รมว.คมนาคมแนะตรวจสภาพรถปีละ2ครั้ง-เยียวยาผู้เสียชีวิตทัวร์มรณะรายละ6.5แสน

รมว.คมนาคม แนะรถโดยสารตรวจสภาพรถ ปีละ 2 ครั้ง พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถทัวรายละ 6.5 แสนบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ อุบัติเหตุ รถทัวร์ 2ชั้น ทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ ที่ประสบอุบัติ บนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงกิโลเมตรที่ 242 บริเวณโค้งมะกรูดหวาน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้เสียชีวิต 18 คน และผู้ได้บาดเจ็บอีก 33 คน เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า จากรายงานเบื้องต้น ทราบว่ารถคันนี้ เป็นรถวิ่งต่างจังหวัด หมวด 30 มีระบบจีพีเอสติดตาม ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย แต่บกพร่องในเรื่องของการตรวจสภาพรถ ที่จำเป็นต้องตรวจปีละ 2 ครั้ง ระหว่างต้นปีกับกลางปี แต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมารถคันดังกล่าวขาดการตรวจสภาพรถกลางปี

ซึ่งในส่วนนี้ผู้ประกอบการก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องมาตรการความปลอดภัย หลังจากนี้จะมีการติดตั้งไฟส่องสว่าง เพิ่มความสูงของแบริเออร์ให้มีความสูงมากขึ้น โดยยืนยันว่าที่ผ่านมา ทางกระทรวงคมนาคมได้มีการ วางแผนป้องกันอุบัติเหตุในจุดต่างๆ ทั้งการใช้คลื่นชะลอความเร็ว การทาสีแดง เพิ่มความชัดเจนของผู้ขับขี่ มาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่อุบัติเหตุครั้งนี้มักเกิดโดยไม่คาดคิด และมองว่าการแก้ปัญหาไม่ใช่การวัวหายแล้วล้อมคอก

ขณะที่การเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในส่วนของผู้ประกอบการจะเป็นผู้รับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยจะเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 6.5 แสน ผู้ได้รับบาดเจ็บ รายละ 4.3 แสนบาท ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังระบุด้วยว่า การเกิดอุบัติเหตุเกิดจากหลายปัจจัย เกิดจากเส้นทางเดินรถ สภาพตัวรถ และตัวบุคคลผู้ขับขี่ ซึ่งกรณีนี้เบื้องต้นได้รับรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถควบคุมตัวผู้ขับขี่ได้แล้ว ส่วนตรวจสอบปัสสาวะพบฉี่ม่วงนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ รวมถึงซากรถในที่เกิดเหตุที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทางคดี ให้แล้วเสร็จก่อนเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่

บอร์ดป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมการไต่สวน ‘เงินคนจน’ เพิ่ม3จังหวัด

บอร์ดป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงศูนย์คนไร้ที่พึ่งเชียงราย-อุบลฯ-นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ อุดรธานี

นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมด้วยกรรมการ ป.ป.ท. ได้ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท. ครั้งที่ 21/2561 เพื่อพิจารณาเรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2560 ประเภทเงินอุดหนุน เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

โดยการประชุมในครั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท.ด้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงราย, ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอุบลราชธานี และนิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท. รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว 7 จังหวัด คือ ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน