ระทึก ! คนร้ายลักลอบขายยาเคถูกตำรวจขอตรวจค้นวิ่งหนีถูกรถชนดับ


คนร้ายลักลอบจำหน่ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้นวิ่งหนีถูกรถชนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 22 มี.ค.61 ร.ต.ท.ธันวาดี คชนนท์ ร้อยเวร สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถชนคนเดินเท้า ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนฝั่งขาเข้า มุ่งน้าสะพานพระนั่งเกล้า ในช่องทางด่วนฝั่งขวาสุด พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา กางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ ทราบชื่อคือนายโชติวิทย์ น้ำเมืองปักษ์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 317 ซอยสีน้ำเงินบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนฆษ6219 กทม. สภาพกันชนหน้าแตก ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายประยุทธ ยิ้มประเสริฐ อายุ 34 ปี และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรน่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ชฎ3945 กทม.ประตูหลังด้านขวายุบ ทราบชื่ผู้ขับขี่คือนายชำนาญ แป้งหลง อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข

จากการสอบถามนายชำนาญ แป้งหลง อายุ 54 ปี เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ทราบว่าตนขับรถกลับมาจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อจะกลับบ้านโดยขับมาในช่องจราจรขวาสุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้กระโดดลงมาจากเกาะกลางถนนกระแทกถูกรถตัวเองทางด้านประตูหลังพอดี

ด้านนายประยุทธ ยิ้มประเสริฐ อายุ 34 ปี ผู้ขับรถวัออส ทราบว่าตนขับรถมาจากแยกแครายเพื่อจะกลับบ้านเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นผู้เสียชีวิตกระโดดลงมาถูกรถคันหน้า จากนั้นถูกรถยนต์มาสด้าชนจนล้มลง ทำให้ตนที่ขับมาด้านหลังเบรคไม่ทันชนซ้ำไปอีก

เบื้องต้น พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมลผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ต้องสงสัยในการซื้อยาเสพติด จากเมื่อช่วงเวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยง จากนั้นได้พบผู้ต้องสงสัยกำลังยืนพูดคุยในลักษณะต้องสงสัยจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น ผู้เสียชีวิตจึงได้วิ่งหนีข้ามถนนรัตนาธิเบศร์มายังฝั่งขาออกและถูกรถชนจนเสียชีวิตเรื่องจากรถในช่องทางด่วนขับมาด้วยความเร็ว โดยขณะเข้าตรวจค้นสามารถจับตัวผู้จำหน่ายยาเสพติดได้คือ น.ส.ฐาปกรณ์ หรือไอซ์ ที่บริเวณปากซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ จ.นนทบุรี พร้อมของกลางเป็นยาเคตามีน จำนวน 2 กรัม จึงได้ควบคุมตัวส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

รมว.คมนาคมนำข้อมูลถนน มรณะ304 ไปวิเคราะห์ป้องกันอุบัติเหตุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รุดลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุ

จากกรณีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยว เสียหลักพลิกบริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 32 คนนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ได้เดินทางมาสำรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บข้อมูลในตัวรถบัส ความเสียหายบริเวณโดยรอบ ซึ่งพบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทางโค้งหักศอกลงเขา ใกล้กับสวนป่าหัวช้าง-วังน้ำเขียว ที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยมีร่องรอยของรถบัสวิ่งครูดมากับแท่งปูนกั้นกลางถนนเป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตร ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำ และข้ามแท่งปูนกั้นกลางถนน มาชนกับต้นจามจุรีขนาดใหญ่ข้างทางอย่างรุนแรง จนเปลือกต้นไม้หลุดออกเป็นแผลกว้างหลายแห่ง และรถได้กวาดเอาร้านค้าข้างทางพังเสียหายไป 5 ร้าน สภาพรถพังเสียหายทั้งหมด

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ ได้นำกรวยยาง มากั้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ ให้รถวิ่งได้เพียงแค่ 1 เลน จากทั้งหมด 3 เลน ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้นำรถกู้ภัยจำนวนกว่า 10 คัน ขนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 ศพ เดินทางออกจากโรงพยาบาลวังน้ำเขียว เพื่อไปส่งที่ภูมิลำเนา จ.กาฬสินธุ์ หลังจากนั้นเวลา 17.30 น. นายอาคม เติมพิทยาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุตามจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเข้มงวด ก่อนที่คณะทั้งหมดจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์ ควบคุมตัวคนขับคือ นายกฤษณะ อายุ 44 ปี ขณะเดินเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าริมทาง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยนายกฤษณะมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายกฤษณะยอมรับสารภาพเป็นคนขับรถบัสคันดังกล่าวจริง และไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใด โดยก่อนเกิดเหตุเป็นทางลงเขารถบัสเกิดเบรกไม่อยู่ และเบรกแตก ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และหลบหนีไปโดยไม่แสดงตัวหลังเกิดเหตุ

พบซากวาฬปริศนาน้ำหนักกว่า 1 ตันเกยตื้นทะเลตรัง

พบซากวาฬไม่ทราบชนิดน้ำหนักกว่า 1 ตัน เกยตื้นตายที่ทะเลตรัง

วันที่ 22 มีนาคม 2561 เวลา 17.30 น. นายศิลปะชัย เรือนสูง นายอำเภอปะเหลียน รับแจ้งจากกำนันตำบลเกาะสุกร พบซากวาฬยังไม่ทราบชนิด ลอยน้ำที่บริเวณชายฝั่ง ระหว่างอ่าวบ้านแหลม บ้านหยงสตาร์ หมู่ที่ 2 ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดตรัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันนำซากวาฬขึ้นฝั่ง

สำหรับซากวาฬตัวดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 1-1.5 ตัน วัดความยาวประมาณ 6.4 เมตร วัดรอบตัว 3.2 เมตร สภาพอืดคาดว่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 4-5 วัน  พบรอยบาดแผลที่สันหลังประมาณ 30 ซม. ไม่ทราบเพศและอายุ แต่มีลักษณะคล้ายกับวาฬบลูด้า และวาฬสีน้ำเงิน แต่ต้องรอผลการตรวจอีกครั้ง ได้ประสานแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยอนุรักษ์เพื่อตรวจพิสูจน์ซากวาฬและหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป

เบื้องต้น ชาวบ้านพยายามจะใช้เรือหางยาวลากมาขึ้นฝั่งที่ ต.ตะเส๊ะ อ.หาดสำราญ เพื่อนำไปส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ได้ทำการผ่าซาก เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการตาย แต่เนื่องจากวาฬตัวดังกล่าวมีน้ำหนักมาก จึงไม่สามารถจะเอาซากขึ้นรถได้ ชาวบ้านจึงตัดสินใจลากกลับเข้าฝั่งที่บริเวณปากคลองบ้านแหลม หมู่ที่ 2 ต.เกาะสุกร เพื่อรอทีมสัตว์แพทย์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต จะเดินทางมาผ่าซาก เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไปในวันที่ 23 มี.ค. 2561