กระทรวงวัฒนธรรม ตามหา 6 ชาวต่างชาติบุคคลในภาพถวายงาน ‘สมเด็จพระเทพฯ’

​กระทรวงวัมนธรรมตามหาชาวต่างชาติ 6 คน ที่ปรากฏตัวอยู่ในภาพเข้าเฝ้าฯ ปฏิบัติงานถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเยือนบังกลาเทศ – ภูฏาน – กัมพูชา – จีน – เมียนมา – ปากีสถาน เฉลิมพระเกียรติในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.2561

วันที่ 21 มี.ค. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 63 พรรษา 2 เม.ย.2561 เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าทรงพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ หลายแขนงทั้งด้านดนตรี การศึกษา การพัฒนาสังคม การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ด้านภาษาและวรรณศิลป์ เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศต่างๆ ทรงศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชนตลอดมา ในมหามงคลดังกล่าวนี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จึงดำเนินโครงการ“ตามหาบุคคลในภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนต่างประเทศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและส่งเสริมค่านิยมในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีให้เป็นที่ประจักษ์ต่อนานาอารยประเทศ

นายวีระ กล่าวว่า วธ.ได้คัดเลือกภาพบุคคลที่มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทปฏิบัติงานถวายเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างประเทศ จำนวน 6 ภาพ ได้แก่

ภาพที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี อ.กาจิปูระ จ.ธากา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในบังกลาเทศ ตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2554

ภาพที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนต่างๆ ตามโครงการความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในโรงเรียนราชอาณาจักรภูฏาน ตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2559

ภาพที่ 3 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงเปิดสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล จังหวัดกำปงธม ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2559

ภาพที่ 4 ขณะทรงงานเรื่องปัญหาสตรีกับคณะแพทย์โรงพยาบาล หมายเลข 1 แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ณ ที่ประทับรับรองกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2554

ภาพที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อทอดพระเนตรกิจการของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เมืองย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2558

ภาพที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานอย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ระหว่างวันที่ 19-23 มี.ค.2555

อย่างไรก็ตามกระทรวงวัฒนธรรมได้ประสานไปยังสถานทูตของประเทศต่าง ๆ เพื่อขอให้ประชาสัมพันธ์และติดตามหาบุคคลในภาพทั้ง 6 ภาพมาถ่ายทอดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความภาคภูมิใจ ที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทปฏิบัติงานถวายเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศต่าง ๆ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ตลอดจนนานาชาติได้ทราบถึงพระราชจริยวัตรที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน นำไปเป็นต้นแบบและแนวทางในพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความร่วมมืออันดีในการนำความเจริญมาสู่ประเทศชาติต่อไป

นายกฯคุย ‘เตีย บันห์’ พัฒนาสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

“พล.อ. ประยุทธ์” หารือ“เตีย บันห์” พัฒนาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา 2 ฝ่าย ยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทุกมิติ

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้ สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ (Somdech Pichey Sena Tea Banh ) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 19 – 21 มีนาคม 2561

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้พบในครั้งนี้ และชื่นชมกับบทบาทของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและกัมพูชา ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมือระหว่างกันมีความใกล้ชิดแน่นแฟ้น ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าวอวยพรวันเกิดนายกรัฐมนตรี ขอให้นายกรัฐมนตรีมีสุขภาพแข็งแรงและประสบความสำเร็จในภารกิจทุกประการ นอกจากนี้ ได้มีการหารือถึงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่ายยังแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ทั้งทางด้านความมั่นคง การค้าและการลงทุน

รวบ 7 โจ๋ รุมกระทืบดาบตำรวจสาหัสขณะเข้าไปห้ามวัยรุ่นตีกัน

รวบ 7 โจ๋ รุมกระทืบดาบตำรวจสาหัสขณะเข้าไปห้ามวัยรุ่นตีกัน ล่าสุดผ่าตัดสมองแล้ว 2 ครั้ง ยังนอนรักษาตัวในห้องไอซียู

พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สอบปากคำ 7 ผู้ต้องหาคือ นายทรงพล หรือดิว บุญเรือง อายุ 26 ปี , นายสุทธิภัทร หรือเบล ประสิทธิ์ อายุ 23 ปี ,นายธีระพงษ์ หรือก๊อฟ กันทะวงศ์ อายุ 24 ปี , นายนราธิป หรือเจ ดวงทิพย์ อายุ 26 ปี , นายดำรงค์ หรือโอ้น เขียวฝาง อายุ 26 ปี , นายณฐกร หรือบูม อินต๊ะมะกอก อายุ 22 ปี และนายดำริ หรืออั้น เขียวฝาง อายุ 21 ปี ซึ่งถูกจับกุมตัวในข้อหา”ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” ซึ่งทางผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ก่อนหน้านี้ นายไลย์ วงศ์สุวรรณ์ อายุ 69 ปี ชาวตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุพจน์ จันทร์เขียว รองผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรสันป่าตอง ว่าลูกชายคือ ดาบตำรวจสมเกียรติ วงศ์สุวรรณ์ อายุ 43 ปี ผบ.หมู่ (ป.) สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ถูกกลุ่มวัยรุ่นเข้ารุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส และเข้าผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้ง ส่วนเพื่อนลูกชายก็บาดเจ็บอีก 2 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.00 น.ของคืนวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ดาบตำรวจสมเกียรติ ได้ไปช่วยงานปอยหลวงบ้านเพื่อน ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านท่าเดื่อ ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง ต่อมาเกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันหน้าบ้านหลังหนึ่งจึงเข้าไปห้ามปราม สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มวัยรุ่นจึงพากันรุมทำร้ายดาบตำรวจสมเกียรติ และเพื่อนจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสันป่าตอง แต่ดาบตำรวจสมเกียรติ มีอาการสาหัสและต้องผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน จึงถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ล่าสุดหลังผ่าตัดสมองแล้ว ดาบตำรวจสมเกียรติยังนอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ขณะที่ดาบตำรวจสมเกียรติได้เข้าไประงับเหตุ แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนสลบ และยังถูกทำร้ายซ้ำทั้งแตะ และกระทืบจนมีแผลแตกที่ท้ายทอยจนอาการสาหัส หลังถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์เอ็กซเรย์พบว่ามีเลือดคลั่งในสมอง 3 แห่ง ต้องผ่าตัดเร่งด่วน โดยแพทย์ได้ผ่าตัดสมองถึง 2 ครั้ง ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว และยังพบว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร มีบาดแผลช้ำบวมที่ตาข้างขวาขนาดใหญ่ มีเลือดไหลออกจากจมูก มีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง

ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เบื้องต้นยังให้การปฎิเสธ ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาเอง แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐาน และจะเร่งรวบรวบพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลดำเนินคดีตามกฎหมาย