อ่วม! พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ จ.ขอนแก่น กว่า 20 หลัง,ร้อยเอ็ด เกือบ 700 หลัง ,อุดรฯ ราว 400 หลังคาเรือน
วันนี้(21 มี.ค.) กำลังทหารจาก มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ กว่า 30 นาย นำอุปกรณ์ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบพายุฤดูร้อน พัดถล่ม บ้านเรือนจนพังเสียหาย โดยเฉพาะที่บ้านบึงฉิม ม.4 ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งถูกพายุพัดกระหน่ำเมื่อช่วงกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมาเบื้องต้นพบความเสียหายรวมกว่า 20 หลังคาเรือน นางกันยา เทียบอุ่น อายุ 61 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 57/2 ม.4 ต.บึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้านเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนัก มาพร้อมกับแรงลมที่พัดอย่างบ้าครั่ง โดยที่แรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านหายทั้งหลัง “ ขณะเกิดเหตุนั้นได้พักอาศัยอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน โดยพักอาศัยอยู่กับสามีเพียงลำพัง 2 คน แรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านไปทั้งหลัง มารู้ตัวอีกทีตอนน้ำฝนรั่วจากชั้นบนลงมาชั้นล่าง จึงเดินขึ้นไปบนบ้านมีแต่ความว่างเปล่า ข้าวของถูกแรงลมพัดกระจัดกระจาย”
ขณะที่ นายสุรศักดิ์ ทุยบึงฉิม เจ้าของบ้านเลขที่ 137 กล่าวว่า ช่วงที่เกิดเหตุนั้นรู้สึกกลัวจึงไปหลบอยู่ในห้องน้ำ ไม่ถึง 5 นาทีก็ได้ยินเสียงโครมคราม พอสิ้นเสียงเดินออกมาดูก็พบว่าหลังคาบ้านหายไปแล้ว จนถึงตอนนี้ยังหาหลังคาบ้านไม่เจอ เจอเพียงสังกะสีที่ปลิวหายไม่กี่แผ่นเท่านั้น ด้าน นายทองพูล ภูลอยดง ผู้ใหญ่บ้าน บ.บึงฉิม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อนดังกล่าวรวมทั้งหมด 20 หลัง ซึ่งได้รายงานให้ทางอำเภอและจังหวัดทราบเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุในครั้งนี้ และในขณะนี้ได้อพยพชาวบ้านที่ประสบเหตุไปพักอาศัยในพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือต่อไป

พายุฤดูร้อนถล่มร้อยเอ็ด 7อำเภอ บ้านพัง 700 หลัง
นายเกรียงไกร จิตธรรม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน ซึ่งมีลักษณะอากาศของ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ส่งผลให้เกิดผลกระทบในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอโพนทอง อำเภอเชียงขวัญ อำเภอธวัชบุรี อำเภอเมยวดี อำเภอจังหาร และอำเภอเชียงขวัญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน เท่านั้น ในเบื้องต้นประมาณ 600-700 หลัง โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงขวัญ ที่ได้รับผลกระทบหนักประมาณ 200 หลังคาเรือน อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางจังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ได้บูรณาการร่วมกับ หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว
ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

พายุซัดอุดรเกือบครึ่งจังหวัดบ้านพัง 400 หลัง
นายนายธีระภัทร์ ผิวสวัสธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทางจังหวัดอุดรธานีได้รับผลกระทบ
8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม อำเภอไชยวาน อำเภอหนองวัวซอ อำเภอหนองแสง อำเภอศรีธาตุ อำเภอโนนสะอาด และอำเภอทุ่งฝน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 400 หลัง สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้นนั้นทางนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ลงพื้นที่เข้าไปเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจประชาชนที่ประสบวาตภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทาง ปภ.ได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยทหารลงไปเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนเป็นการด้วยแล้ว นอกจากนี้ ยังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งการสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดเพื่อช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการต่อไป
หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี กล่าวต่อว่าเนื่องจากกรมอุตุฯยังเตือนเรื่องพายุฤดูร้อนต่อเนื่อง ทาง ปภ. จึงได้แจ้งเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงในแต่ละอำเภอให้เตรียมการรับมือทันทีที่เกิดภัย รวมถึงตรวจสอบสิ่งก่อสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณริมถนนและพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการล้มทับ ก่อให้เกิดอันตรายได้ อีกทั้งแจ้งติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด