เปิดประวัติ สมชัย หลังเจอ ม.44 เด้ง เพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม

เปิดประวัติ สมชัย หลังเจอ ม.44 เด้งออกจากเก้าอี้ กกต. เพราะพฤติกรรมไม่เหมาะสม คาดเกิดจากประเด็นให้ความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายลูก 2 ฉบับ ส.ส.-ส.ว.

ในช่วงที่ผ่านมา ความเป็นมาเป็นไปในเรื่องการเมืองของประเทศไทย ยังคงมีความระอุมาอย่างต่อเนื่อง และเรื่องที่ดูว่าจะบานปลายคงหนีไม่พ้นเรื่องการจัดเลือกตั้ง โดยมีหลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวกันอย่างกว้างขวาง 

ในส่วนนี้ได้รวมถึง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติเซ็ตซีโร่ จึงเดินหน้าแสดงความคิดเห็นถึงการทำงานของ คสช. จนน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีคำสั่งใช้ ม.44 เด้ง นายสมชัย หลุดจากเก้าอี้ กกต. 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ วันที่ 20 มี.ค.2560 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ปลด นายสมชัย และให้เหตุผล 2 ข้อด้วยกัน คือ 1. มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในกรณีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความเห็นของตนเกี่ยวกับกระบวนการและกําหนดการการเลือกตั้งด้วยถ้อยคําที่ไม่สมควรในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความสับสน อันจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งและการจัดการการเลือกตั้งให้สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี และ 2.มีการขัดกันของผลประโยชน์กรณีสมัครเป็นเลขาธิการ กกต. โดยไม่ยอมทิ้งตำแหน่ง กกต. เสียก่อน

สำหรับประวัติของ นายสมชัย เกิดวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2501 โดยเป็นชาวจังหวัดสมุทรสาคร และจบการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (สพบ.) รับราชการเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. ตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองอธิการบดี ฝ่ายวางแผนพัฒนาและเทคโนโลยี มธ.

อีกทั้งเคยมีประสบการณ์เป็นกรรมการองค์กรกลางการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นกรรมการและเลขานุการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงยังเป็นอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง

ขณะที่ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายสมชัย ได้เข้าพิธีมงคลสมรสครั้งที่ 2 กับ นางสาวสุกัญญา นิลสม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ที่หอประชุมกองทัพเรือ

ส่วนประเด็นที่ทำให้นายสมชัยต้องถูกเด้งในครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากการแสดงความคิดเห็นเรื่องร่างกฎหมาย ส.ส. ส.ว. ที่เคยกล่าวว่า ต้องคิดให้ดี เพราะปมขัดแย้งกฎหมาย ส.ส. ทั้งเรื่องการลงคะแนนแทนคนพิการ และการตัดสิทธิการเมืองผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็ก เหมือนเป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ

ถ้ายื่นศาล รธน. จะทำโรดแมปเลื่อน 2 เดือน ส่วนกฎหมาย ส.ว. จะทำเลือกตั้งเลื่อน 0-6 เดือน เนื่องจากหากประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าไม่ขัดในสาระสำคัญก็จะตัดเฉพาะส่วนบทเฉพาะกาลออกเลือกตั้งก็ไม่เลื่อน แต่ข้าขัดกับสาระสำคัญต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนไป 6 เดือน

โดยเมื่อมีข่าวเผยแพร่ออกไป นายสมชัย ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวทันทีว่า “รู้สึกเป็นเกียรติยิ่งที่ได้เปิดหน้า คสช.” หลังจากนั้นนายสมชัยได้ให้สัมภาษณ์โดยเปิดเผยว่า “ไม่รู้สึกเสียใจต่อคำสั่งที่ออกมา เพราะก่อนหน้านี้ก็พยายามหาทางที่จะออกจากตำแหน่งอยู่แล้ว และรู้ว่าตัวเองสุ่มเสี่ยงมาโดยตลอดกับการที่จะถูก คสช. ปลด เพราะให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ไม่ถูกใจใคร”

กรมศุลกากร แจงปมเก็บภาษีกระเป๋าหรู

กรมศุลกากร ชี้แจงปมหญิงสาวโพสต์ตัดพ้อถูกเรียกเก็บภาษีกระเป๋าหรู เป็นเงินสูงถึง 20,000 บาท ชี้เป็นรุ่นใหม่ และไม่ได้มีการถือออกนอกประเทศ

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตัดพ้อพร้อมตั้งคำถามการทำหน้าที่ของศุลกากรในสนามบินว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หลังเรียกเก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมที่ใช้แล้วเป็นเงินสูงถึง 20,000 บาท นั้น (อ่านข่าว : สาวเซ็งถูกเรียกเก็บภาษี เหตุถือกระเป๋าแบรนด์เนมใช้แล้วเข้าประเทศ)

ล่าสุดกรมศุลกากร ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยนายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมศุลกากร เผยว่า ผู้โดยสารฯ เดินทางจากฮ่องกง ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 โดยเที่ยวบินที่ CX 615 เดินออกช่องเขียวทาง EXIT C เวลาประมาณ 11.00 น.

กระเป๋าหรู, กระเป๋าชาแนล, ภาษีกระเป๋า

เจ้าหน้าที่เรียกตรวจพบว่า ผู้โดยสารมีกระเป๋า CHANEL รุ่น BOY สภาพใหม่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่ามีซีลพลาสติกใสปิดที่โลโก้ จึงขอเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อตรวจสอบ จากการเปิดตรวจพบเป็นกล่องกระเป๋า CHANEL สภาพใหม่ และเสื้อคลุม ยี่ห้อ BURBERRY เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบกระเป๋าถือ และนำเลข HOLOGRAM STICKER และ Authenticity Number (หมายเลขของกระเป๋าที่ประทับบนโลโก้ CHANEL ด้านใน และหมายเลขในการ์ดสีดำขอบทอง) ซึ่งตัวเลขที่ระบุจะบ่งบอกปีที่ผลิต เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นใหม่

เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้สอบถามการได้มาเกี่ยวกับกระเป๋าดังกล่าว ผู้โดยสารแจ้วว่า เป็นของขวัญที่ได้รับจากเพื่อนชายต่างประเทศไม่มีใบเสร็จรับเงิน เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้แจ้งผู้โดยสารว่าเป็นของที่ต้องเสียภาษีอากร ผู้โดยสารไม่ปฏิเสธ และยินดีชำระค่าภาษีอากรตามที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงร่วมกันพิจารณารับราคาประเมินเจ็ดหมื่นบาท ภาษีอากรรวมทั้งสิ้นสองหมื่นบาท

ผู้โดยสารยินยอมชำระอากรปากระวางจึงดำเนินการพิมพ์ใบเสร็จรับเงินส่งมอบให้ผู้โดยสาร กรณีดังกล่าวข้างต้น กระเป๋าของผู้โดยสารมิได้เป็นของที่นำไปจากเมืองไทยแล้วนำกลับเข้ามา แต่เป็นของใหม่ที่มีราคาสูงและนำติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร จึงเป็นตามหลักเกณฑ์ที่ต้องชำระค่าภาษีอากร กล่าวคือ ค่าอากรขาเข้า-ปากระวาง 15,400 บาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม-ปากระวาง 4,600 บาท รวมทั้งสิ้น 20,000 บาท

ประธานาธิบดีจีน เตือนไต้หวัน!! จะต้องถูกลงโทษ หากยังพยายามแยกตัว

ประธานาธิบดีจีนกล่าวเตือนไต้หวันว่าจะต้องถูกลงโทษ หากยังพยายามแยกตัวเป็นเอกราชจากจีนแผ่นดินใหญ่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวเตือนไต้หวันว่าจะต้องถูกลงโทษครั้งรุนแรงหากยังพยายามแยกตัวเป็นอิสระ ในการกล่าวสุนทรพจน์ปิดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติประจำปีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีสี กล่าวกับสมาชิกราว 3 พันคน ที่เข้าร่วมพิธีปิดการประชุมสภาประชาชนจีน ว่า จีนจะดำเนินการรวมชาติอย่างสันติ และทำให้ชาวไต้หวันมีความสุขกับโอกาสที่มากขึ้นจากการพัฒนาของจีน เขากล่าวว่า การกระทำหรือเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ที่จะแบ่งแยกจีน จะต้องล้มเหลว ซึ่งจะถูกประณามจากชาวจีน และถูกลงโทษรุนแรงที่สุด ชาวจีนต่างมีความเชื่อร่วมกันว่า จะไม่ยินยอม และไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะปล่อยให้ดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียวถูกแบ่งแยกออกไป

เขายังกล่าวว่า จีนกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ ซึ่งมีเพียงอุดมการณ์สังคมนิยมเท่านั้นที่จะสามารถเป็นรากฐานให้กับบ้านเมือง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้ถ่ายทอดเรื่องราวเป็นเครื่องเตือนใจชาวจีนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์ถือเป็นสถาบันที่เป็นเสาหลักทางการเมืองของประเทศ และการปฏิรูปพรรคในหลายด้านจะเป็นการคืนพลังอันยิ่งใหญ่ให้กับชาวจีน

คำแถลงของนายสี มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามใน “กฎหมายการเดินทางไต้หวัน” ที่ส่งเสริมให้สหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปยังไต้หวัน โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่สหรัฐฯ ไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ขณะที่ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ผู้นำไต้หวัน ยืนกรานว่าไต้หวันไม่มีทางยอมรับหลักการจีนเดียว