รถตู้นักท่องเที่ยวจีนชนท้ายพ่วง 18 ล้อ ที่พังงา ดับ 2 เจ็บอื้อ

รถตู้นักท่องเที่ยวจีนชนท้ายพ่วง 18 ล้อ หน้าวัดท่านุ่น จ.พังงา พบผู้เสียชีวิต 2 คน เจ็บอื้อ ตำรวจเร่งตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่สื่อสาร สภ.โคกกลอย จ.พังงา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.22 น. ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถตู้นักท่องเที่ยวจีน ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ที่บริเวณหน้าวัดท่านุ่น ต.โคกกลอย จ.พังงา เบื้องต้นมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ 2 คน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง โดยขณะนี้ ร.ต.อ.ยุทธพล ยะฝา ร้อยเวรสอบสวน สภ.โคกกลอย กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะนี้ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดอยู่ที่ 7 คน

ความคืบหน้าเหตุรถตู้นักท่องเที่ยวชาวจีนชนท้ายรถบรรทุกพ่วงที่ จ.พังงา ล่าสุด ร.ต.อ.ยุทธพล ยะฝา ร้อยเวร สภ.ตะกั่วทุ่ง ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สภ.โคกกลอย นายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดพังงา กู้ภัยโลมา

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบ รถตู้ ยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอน ป้ายทะเบียนสีเหลือง 30-0657 ขอนแก่น สภาพยับเยินทั้งคัน พลิกตะแคงกลางถนน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน 1 คน บาดเจ็บสาหัส 8 คน เป็นหญิงชาวจีน 3 คน ชายชาวจีน 4 คน และคนขับรถเสียชีวิตภายหลังที่นำส่งโรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง ใกล้กันพบรถพ่วง 18 ล้อ อีซูซุ พ่วงลูก 70-1644 พัทลุง พ่วงแม่ 70-1946 พัทลุง มี นายวรานนท์ อายุ 28 ปี เป็นคนขับ

จากการสอบถาม นายวรานนท์ เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังจอดรถอยู่ที่จุดยูเทิร์นหน้าวัดป่าท่านุ่น เพื่อรอให้รถฝั่งตรงข้ามหมด ได้ยินเสียงดังด้านท้ายรถด้านซ้าย จึงลงไปดูพบรถตู้บรรทุกนักท่องเที่ยวชาวจีน เจ็บระนาวจึงรีบแจ้งศูนย์นเรนทรรีบเข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ส่วนรถตู้เป็นรถโดยสารที่รับนักท่องเที่ยวชาวจีนจากจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าไปยังท่าเทียบเรือทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เพื่อที่จะเดินทางไปยังหมู่เกาะสิมิลัน

Set Zero? ปศุสัตว์วางยาเบื่อ ฆ่าหมาทั้งวัด ที่นครศรีฯ

ภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์เผย ได้รับเรื่องร้องเรียน จากประชาชนผู้ดูแลน้องหมาว่า ปศุสัตว์ฆ่าหมาเหมารวมอย่างโหดเหี้ยม คลุกข้าวผสมยาให้กิน

เฟซบุ๊ก SOS ANIMALS Thailand โพสต์ข้อความและรูปภาพนำเสนอเรื่องราว หลังมีผู้นำเรื่องมาร้องเรียน โดยระบุว่า สุนัขทุกตัวในรูปตายหมดแล้วด้วยวิธีการกำจัดที่โหดเหี้ยม และกระทำต่อหน้าเยาวชนที่เมตตาช่วยกันเลี้ยงดูสุนัขเหล่านี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นในวัดสองแห่ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ รับเรื่องร้องเรียนพร้อมกันสองเรื่องในวันเดียว จากประชาชนผู้ดูแลน้องหมา วัดเขาปรีดี ทุ่งสง นครศรีธรรมราช และ โรงเรียนเทศบาลวัดโคกสะท้อน ทุ่งสง นครศรีธรรมราช

1.โรงเรียนเทศบาลวัดโคกสะท้อน อ.ทุ่งสง ศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากผู้แจ้งให้เข้าจับสุนัขในโรงเรียนออกไป จึงเข้าทำการโยนอาหารคลุกยาให้หมาในโรงเรียน ซึ่งได้รับการดูแลจากครูและนักเรียนตลอดมา จนชักดิ้นน้ำลายฟูมปากเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา แล้วกวาดจับไปทำลายทิ้งทั้งหมดหลังประสานสอบถามผอ.โรงเรียน ได้รับการปฏิเสธ ไม่ทราบเรื่องและไม่ได้แจ้งให้มาจับ

Set Zero
Set Zero

2.วัดเขาปรีดี อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์นครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนว่ามีการนำสุนัขที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อจำนวนสามชีวิตเข้าไปในพื้นที่วัดเขาปรีดี พระ ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าอาวาส จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาจับไปทั้งหมด อ้างติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ขณะฝรั่งผู้แจ้งเข้าใจว่า เป็นการจับจากหน่วยงานเทศบาล และได้รับการปฏิเสธจากเทศบาลเมืองทุ่งสงว่ามิได้เป็นผู้แจ้งให้มาจับ

ปศุสัตว์นครศรีธรรมราชจึงส่งเจ้าหน้าที่เข้า กวาดต้อนจับไปทำลายทั้งหมด โดยไม่มีการกักโรคหรือตรวจสอบคัดแยกกลุ่มเสี่ยง หลังประสานสอบถามปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช อ้าง จำเป็นต้องปฏิบัติตามนโยบายกรมฯ ตามพื้นที่เสี่ยง ในรัศมี 1 กิโลเมตร 1.5 กิโลเมตร จนถึง 5 กิโลเมตร ในพื้นที่ประกาศเขตโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งมีวิธีการในการปฏิบัติที่แตกต่างกัน

แต่สุนัขในโรงเรียน และสุนัขพร้อมลูกสุนัขจากวัดเขาปรีดี ก็ถูกฆ่าหมดสิ้นแล้ว ทั้งที่อาสาประชาชนผู้ดูแลในพื้นที่ได้ทำการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว

Set Zero

ชาวต่างชาติซึ่งเป็นผู้ดูแลหมานำเรื่องมาร้องเรียน ได้เปิดเผยว่า  “I kneeled in front of the municipal mayor of thungsong with a dead puppy in my arms and begging for his power to stop the killing of dogs at Temple Khao Pedi” (ฉันคุกเข่าลงหน้านายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองทุ่งสงกับลูกสุนัขตายในอ้อมแขนของฉันและขอร้องให้เขาใช้อำนาจที่จะหยุดการฆ่าสุนัขที่วัดเขาปรีดี)

“I have 51 rescue dogs at my house with complete anti rabies vaccine but i am afraid these evil people will come to my house and kill my dogs. Please help me.” (ฉันยังได้ช่วยชีวิตน้องหมาไว้ที่บ้านของฉัน ซึ่งได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเรียบร้อยแล้ว แต่ฉันกลัวว่าผู้คนที่โหดเหี้ยมนี้ จะมาที่บ้านของฉันและฆ่าสุนัขของฉัน ได้โปรดช่วยฉันด้วย)

ภาคีองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ เตรียมประชุมชี้แจง นโยบายที่ว่า คืออะไร ! ฆ่าเหมารวม หรือกักโรคคัดแยกกลุ่มเสี่ยงตามกฎหมาย เราจะทำทุกอย่างเพื่อยุติความโหดเหี้ยมของอาชญากรในครื่องแบบให้ได้

Set Zero

ขอบคุณข้อมูลจากแฟนเพจ SOS ANIMALS Thailand 

‘เปรมชัย – คนขับรถ’ เข้ารับทราบข้อหาติดสินบน ปัดตอบคำถามสื่อฯ

“เปรมชัย” – คนขับรถ พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน ที่ ปปป.แล้ว ปัดตอบคำถามสื่อฯ

วันนี้ (20 มี.ค. 61) นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร ผู้บริหาร บ. อิตาเลียนไทย และ นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ พร้อมทีมทนายความ ได้เดินทางมายัง กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน ตามที่พนักงานสอบสวน ปปป. ออกหมายเรียกให้มาพบในวันนี้

โดยเมื่อนายเปรมชัย มาถึง บก.ปปป. ยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน ก่อนที่ตำรวจ จะเชิญเข้าไปพบกับ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้การ ปปป. ก่อนที่ในช่วงเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาร่วมสอบสวนด้วยตนเอง

ทางด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญเดชา ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดเผยก่อนสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหากับ นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหาร ผู้บริหาร บ. อิตาเลียนไทย และ นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ ฐานร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน หลังถูกจับกุมขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ว่า ในวันนี้จะแจ้งข้อกล่าวหากับ นายเปรมชัย และนายยงค์ เพิ่มฐานร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงานเพียงข้อหาเดียว โดนภายหลังแจ้งข้อกล่าวหาก็จะปล่อยตัวโดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอฝากขัง เนื่องจากเป็นการมาพบตามหมายเรียก

ยืนยันมั่นใจในพยานหลักฐานสามารถเอาผิดได้ เนื่องจาก นายวิเชียร ชิณวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก และพยานอีก 5 ปาก ได้ให้การยืนยัน ประกอบกับมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงการสนทนาที่ปรากฎมีนายยงค์ พยายามพูดในลักษณะโน้มน้าวชุดจับกุมแลกกับการปล่อยตัว โดยยังไม่พบมีผู้ต้องหาคนอื่นร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมในข้อหานี้ พร้อมระบุ จะพยายามสรุปสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องโดยเร็วที่สุด แต่ไม่ยืนยันว่าจะเสร็จทันภายในเดือนมีนาคมนี้หรือไม่

ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ