นั่งร้านก่อสร้างบ้านหรูพังถล่ม มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

นั่งร้านก่อสร้างบ้านหรูพังถล่ม มีผู้เสียชีวิต 2 ราย รายละเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีการก่อสร้างตามแบบมาตรฐานหรือไม่

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 มี.ค. 61 ร.ต.อ.สายยนต์ ทองทา รองสว.(สอบสวน) สภ.คลองข่อย รับแจ้งเหตุนั่งร้านก่อสร้างบ้านพัก 2 ชั้นขนาดใหญ่ หลังห้องอาหารอิ่มปลาเผา ถ.ชัยพ ถ.ชัยพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พังถล่มลงมา มีผู้ติดอยู่ในซากปรักหักพัง จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง

ที่เกิดเหตุพบ กำลังมีการก่อสร้างบ้านพักแบบคฤหาสน์หรู 2 ชั้น มีเสาปูนและโครงเหล็กที่ก่อสร้างแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ พบคนงานชาวกัมพูชานับสิบคนต่างจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยความตกใจ เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและเครื่องจักรขนาดใหญ่เร่งรื้อซากปรักหักพังที่เป็นเศษหินเศษปูนบริเวณชั้นล่างออกอยู่นานนับชั่วโมง จึงพบศพ นายสุวัฒน์ หรือ เอก หนูเซ่ง อายุ 39 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้างกับนายเชน อายุ 37 ปี คนงานชาวกัมพูชา ถูกฝังอยู่ในซากที่พังถล่มลงมา สภาพศพศรีษะแตก ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของญาติพี่น้องที่มาดูการค้นหา

จากการสอบสวน นายแพก อายุ 35 ปี เพื่อนคนงานกัมพูชา ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนกว่า 10 กำลังทำงานเทปูนอยู่บนชั้นสองของตัวบ้าน ส่วนชั้นล่างมี นายสุวัฒน์ กำลังยืนสั่งงาน นายแพน อยู่ จู่ๆ พื้นระเบียงของชั้นบนก็พังครืนถล่มลงมา พวกตนกับเพิ่อนๆ ที่อยู่ชั้นบนกระโดดหนีลงมาได้ ส่วนผู้รับเหมากับเพื่อนคนงานของตนเองหนีไม่ทันโดนอาคารพังทับต่อหน้าต่อตาจนเสียชีวิต

เบื้องต้นทราบว่าที่ดินและบ้านคฤหาสน์หรูริมน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 2 ไร่ มีเสี่ยคุงมาซื้อไว้เพื่อปลูกคฤหาสน์ไว้อยู่อาศัยกับตครอบครัว โดยว่าจ้าง บริษัท เอส ดับบลิว ที มาทำการก่อสร้าง โดยผู้ตายเป็นผู้ควบคุมงานการก่อสร้างทั้งหมด ส่วนรายละเอียดของการพังถล่มลงมาในครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามาจากสาเหตุใดมีการก่อสร้างตามแบบมาตรฐานหรือไม่เพือดำเนินการหาผู้รับผิดชอบต่อไป

เด็ก 8 ขวบ ขึ้นโรงพักถามตำรวจ “จับแม่ผมทำไม”

ยายจูงหลาน 8 ขวบ ขึ้นโรงพักอำเภอเขาวง ถามตำรวจ “จับแม่ผมทำไม” เชื่อตกเป็นแพะคดีฉ้อโกง ด้านผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ เร่งช่วย

จากกรณี นางประไพนี อายุ 57 ปีชาวบ้านในเขต อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังลูกสาวถูกตำรวจยะลา นำหมายศาลมาจับกุมและควบคุมตัวไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่อธิบายถึงเหตุผล ล่าสุด (วันที่ 18 มี.ค.61) ที่ สภ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นางประไพนีได้จูงมือหลานชายวัย 8 ขวบ ลูกชาย น.ส.วารีรัตน์ สำเร็จงาน อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกง ซึ่งขณะนี้เป็นผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำ จ.ยะลา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสาเหตุที่ น.ส.วารีรัตน์ ลูกสาว ถูกตำรวจยะลานำหมายศาลมาจับกุม และทราบทีหลังว่า ได้ถูกนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เขาวง ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวเดินทางเข้าเรือนจำ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560

นางประไพนี กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่ น.ส.วารีรัตน์ ลูกสาวถูกจับกุมไป ทำให้ตนคิดมาก ถึงกับเป็นโรคเครียดและโรคหัวใจ รู้สึกหวาดผวาไปหมด ซึ่งหลานชายก็มีอาการไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับกำลังใจจากเพื่อนบ้าน และคณะกรรมการยุติธรรมชุมชนเข้ามาปลอบใจ ก็ทำให้มีขวัญกำลังใจขึ้นบ้าง วันนี้จึงพอจะมีความกล้าจูงหลานชายเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นครั้งแรกที่ สภ.เขาวง เพื่อจะได้ทำใจ ว่าจับลูกสาวฉันไปทำไม…จับแม่ผมไปทำไม…เพราะยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าลูกสาวตนอาจตกเป็นแพะในคดีนี้

ด้าน นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ให้ความสนใจคดีนี้มาก เนื่องจากเป็นความเดือนร้อนของคนจน และกำลังประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนส โมเดลฯ เพื่อดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ ทั้งด้านคดีความของ น.ส.วารีรัตน์ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของ นางประไพนี และหลานชายวัย 8 ปี ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลืออย่างดีที่สุด