ตร.จ่อฟัน3กลุ่มโยงหวย30ล้านก่อนชงอัยการ

หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีหวย 30 ล้าน ระบุ ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ครบ 3 กลุ่ม ก่อนสรุปสำนวนส่งอัยการมีความเห็น

พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าคณะชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีหวย 30 ล้านบาท เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในคดีหวย 30 ล้าน ว่า ตามที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ได้เคยระบุไว้ว่า การดำเนินคดีกับ ผู้ต้องหา นั้น จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคน ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว 2 คน คือครูปรีชา ใคร่ครวญ และนางสาวรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น, ส่วนกลุ่มที่ 2 ขณะนี้ กำลังพิจารณาออกหมายจับ เป็นกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุ และกลุ่มที่ 3 จะเป็นกองเชียร์ รวมถึงคนที่ออกมาเคลื่อนไหวให้สัมภาษณ์ไปในทิศทางต่างๆ จนทำให้สังคมเกิดความสับสน ซึ่งทางคณะทำงาน ต้องดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะสรุปสำนวนมีความเห็นส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดี

ส่วนสำนวนคดี ที่ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึง คดีที่ ครูปรีชา, เจ๊บ้าบิ่น และ นางสาวพัชริดา พรมตา หรือ”เจ๊พัช” ที่ถูกแจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นั้น คดีนี้ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. แยกไปดำเนินคดีเป็นอีกสำนวน

สภาทนายความฯออกแถลงการณ์กรณี ‘ทนายตั้มใส่เสื้อยืด’

สภาทนายความฯออกแถลงการณ์ ปม “ทนายตั้ม“ใส่เสื้อยืด ไม่ใช่มติของกรรมการสภา

สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่กลายเป็นประเด็นสังคม หลังจากที่ อุปนายกสภาทนายความ กล่าวถึงความเหมาะสมในพฤติกรรมต่างๆ ของ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกายสวมใส่เสื้อยืด และพาลูกความไปออกรายการโทรทัศน์ ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของอาชีพทนายความเสียหาย

โดย ในออกแถลงการณ์ ระบุว่า ข้าพเจ้า นายนิพนธ์ จันทเวช รองโฆษกสภาทนายความ ได้รับมอบหมายจากว่าที่ร้อยตรี ดร. ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ให้ออกแถลงการณ์ว่าการเสนอข่าวดังกล่าว ไม่ใช่ความเห็นและหรือไม่ใช่มติกรรมการสภาทนายความ เกี่ยวกับการยื่นคำกล่าวหาให้ยื่นต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความ ในการนี้อาจยื่นคำกล่าวหาโดยส่งทางไปรษณีย์ก็ได้จึงแถลงการณ์ให้ทราบโดยทั่วกัน

“อภิสิทธิ์”เชื่อพลังโซเชียลเปลี่ยนแปลงได้ ยกกรณี เสือดำ-ป้าทุบรถ

“อภิสิทธิ์” เชื่อ “พลังโซเชียล” ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ยกเคส “ป้าทุบรถ-เสือดำ” เป็นตัวอย่าง ชี้อนาคต ในการหาเสียงอาจถือเป็นสมรภูมิต่อสู้หลัก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเวทีสัมมนาสาธารณะ “พลังโซเชียลเปลี่ยนการเมืองไทยจริงหรือ?” ว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ หากไม่มีโซเชียลมีเดีย บางเรื่องราว เช่น ป้าทุบรถ เสือดำ นาฬิการองนายกรัฐมนตรี ก็อาจจะไม่ถึงจุดที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ จึงถือเป็นคุณประโยชน์มหาศาล โดยเฉพาะหากสังคมใช้กลไกนี้ในการตรวจสอบเรื่องราวต่าง ๆ หรือระดมพลังต่อสู้ เพื่อความถูกต้อง ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมทางการเมือง ที่สำคัญมาก

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า สำหรับประเทศไทย ที่ห่างจากการเลือกตั้งครั้งเดิม ไม่ต่ำกว่า 6-7 ปี ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก เกือบ 7 ล้านคน ก็จะมีผลต่อการหาเสียงทางการเมือง ซึ่งโซเชียลมีเดีย อาจถือเป็นสมรภูมิต่อสู้หลัก