รวบสินค้าปลอม ลอบขายในห้างดังกลางเมืองหาดใหญ่

ปอศ.บุกจับสินค้าปลอมยี่ห้อดังจากต่างประเทศลอบขายภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่

เมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้(14 มี.ค.) เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ.และ พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ ผกก.4บก.ปอศ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากรมทรัพย์สินทางปัญญาและพาณิชย์ จ.สงขลา เข้าจับกุมสินค้าปลอมยี่ห้อดังของต่างประเทศที่เปิดขายบริเวณลานโปรโมชั่น ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านเศรษฐกิจการค้ากลางเมืองหาดใหญ่

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดสินค้าปลอมประเภทเสื้อผ้าและกางเกงยกร้านจำนวน 2,339 ชิ้น มูลค่า กว่า 4 ล้านบาท และควบคุมตัว น.ส.ปาณิศา สุอายุ 26 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านไปสอบสวนและส่ง สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดี

สำหรับสินค้าปลอมทั้งหมดจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าของจริงกว่าครึ่งหนึ่ง เช่นราคาของจริงที่ขายอยู่ตามห้างใหญ่อยู่ที่ตัวละ 1,000 – 1,500 บาท แต่ของปลอมขายต่ำสุดตัวละ 450 บาทเท่านั้น และเป็นสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศจีนนำมาเปิดขายโดยไม่ได้รับอนุญาติจากบริษัทที่เป็นผู้ผลิต

ธ.กรุงไทย ทาบทาม ‘น้องแบม’ ทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

ธนาคารกรุงไทย ทาบทาม “น้องแบม” เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน หลังสำเร็จการศึกษา และอีกหลายๆ ที่

น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส. ให้สัมภาษณ์ที่ จ.ขอนแก่น ว่า ขณะที่การทำวิจัยในหัวข้อการดูแลผู้สูงอายุ หลังจากที่มีการเปลี่ยนหัวข้อในการทำวิจัยและอาจารย์ที่ปรึกษานั้น มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 40 ส่วนตัวก็เกรงใจตำรวจและทหาร ที่มาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงของการลงพื้นที่ทำวิจัยในจุดต่างๆ

นอกจากนี้ตนยังเตรียมที่จะให้การกับทาง ป.ป.ท รวมทั้งคณะกรรมการสอบสวนของ คสช. ขณะเดียวกันยังคงได้รับการติดต่อจากมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ , มหาวิทยาลัยรังสิต ในการมอบทุนการศึกษาให้ศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาโท บางมหาวิทยาลัยยังคงเสนอให้เป็นบุคลากรสายสนับสนุนในช่วงระหว่างการเรียนปริญญาโท อีกทั้งยังคงมีทุนจาก รพ.ราชพฤกษ์ , ทุนการศึกษาจากสถาบันปัญญาภิวัฒน์ ที่จะสนับสนุนในเรื่องของการทำงาน การเรียนต่อ และการประกอบอาชีพตามความถนัดและที่สำคัญคือ ธนาคารกรุงไทย ได้ประสานขอรับเข้าทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน ที่ สำนักงานใหญ่ หลังสำเร็จการศึกษาอีกด้วย ซึ่งครอบครัวขอขอบคุณทุกกำลังใจ แต่ในระยะนี้ขอมุ่งไปที่เรื่องการเรียนให้สำเร็จการศึกษาให้ทันเพื่อน

ทั้งนี้ น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า ตนอยากให้นักศึกษารุ่นน้องหรือผู้ที่พบการกระทำความผิดในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นกล้าที่จะแสดงออก เพราะรัฐบาลและหลายหน่วยงานมีนโยบายที่เด่นชัดในการปราบโกงทั้งภายในหน่วยงานของตนเอง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเสนอของทุกหน่วยงานที่มอบให้หลังสำเร็จการศึกษานั้น จะอยู่ที่ตำแหน่งตรวจสอบภายใน เป็นส่วนใหญ่ โดยขณะนี้ยังคงไม่สละสิทธิ์ในโอกาสที่ได้รับ แต่ขอให้สำเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กำหนดก่อนในขณะนี้

ฝากขัง ‘เปรมชัย’ ตัดพ้อ”ผมเสียใจ ไม่ได้ฆ่าเสือดำ”

เปรมชัยเผย ” ผมก็เสียใจ ” ก่อนฝากขัง ข้อหาครอบครองซากสัตว์ โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

วันนี้ ( 14 มี. ค. 61) ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. เจ้าหน้าที่ นำตัวนายเปรมชัย ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฝากขังผลัดแรก ในข้อหาครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมายเพียงข้อหาเดียวเนื่องจากข้อกฎหมายให้ฝากขังได้ทีละหนึ่งข้อหา โดยเหตุผลที่เลือกฝากขังข้อหานี้ เนื่องจากเป็นข้อหาที่หนักที่สุดคือจำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่าของมูลค่างาช้างโดยไม่รวมภาษีอากร

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายเปรมชัย ขณะก่อนเดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ว่า มีอะไรจะบอกกับสังคมไหม นายเปรมชัยกล่าวเพียงว่า ” ผมก็เสียใจที่ทุกคนมีความรู้สึกอย่างนี้กับเรื่องนี้ ผมคิดว่าความจริงจะปรากฏในศาล ”

หลังจากกรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเว๊ลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนางคณิตา กรรณสูต ภรรยา และน.ส.วันดี สมภูมิ ผู้รับรองการครอบครองงาช้าง ที่พบในบ้านของนายเปรมชัย จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีครอบครองงาช้างแอฟริกาผิดกฎหมาย ตามหมายเรียกครั้งที่ 1 และนายเปรมชัย กรณีการครอบครองอาวุธปืน ซึ่งทางบก.ปทส.เตรียมพนักงานสอบสวน 2 ทีมเพื่อสะดวกต่อการสอบสวน หากนายเปรมชัย เดินทางมาในวันนี้ แต่หากไม่มาและแจ้งเลื่อนหรือไม่ ถ้าไม่มีการแจ้งเลื่อน ก็จะประชุมคณะว่าจะออกหมายจับเลยหรือออกหมายเรียกเลย แต่คาดว่าคงไม่มีการขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

ต่อมา นายเปรมชัย พร้อมทนายความ เดินทางเข้าทางประตูด้านหลังบก.ปทส. โดยใส่ชุดสูทสีเทามีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางกองทัพสื่อมามารอทำข่าวจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟัง

โดยการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีงาช้าง นายนุวรรต ลีลาพตะ จากชุดเหยี่ยวดง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำงาช้างกลางทั้ง 2 คู่มาที่บก.ปทส. โดยระบุว่า พนักงานสอบสวน ต้องการให้ผู้ต้องหา ได้เห็นว่างาช้างแอฟริกาทั้ง 2 คู่ที่ยึดไว้ และผ่านการตรวจสอบดีเอ็นเอเป็นงาช้างแอฟริกาแล้ว เป็นของตัวเองจริง โดยกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้เอาผิดเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่มองด้วยตาเปล่าแล้วยังรับแจ้งจะมีความผิดหรือไม่ คำตอบคือกรณีนี้ คนของเปรมชัย ไม่ได้นำงาช้างมาจดแจ้งที่กรมอุทยานฯ เป็นกรณีแจ้งโดยไม่ได้นำของมาให้ตรวจนำเอาภาพถ่าย มาให้ขึ้นทะเบียนไว้ ยังไม่ถึงกระบวนการสุ่มตรวจสอบ โดยผู้แจ้งจะได้รับใบงช.2 ไปก่อน หากตรวจแล้วจึงได้ ใบ งช.3 พร้อมติดสติ๊กเกอร์ให้.