ลาร์ส นอร์ลิ่ง ซีอีโอดีแทค ตัดสินใจลาออกแล้ว มีผล 1 ก.ย. 2561

ลาร์ส นอร์ลิ่ง ซีอีโอ ดีแทค ตัดสินใจลาออกจากบริษัท ให้เหตุผลว่าต้องการแสวงหาโอกาสใหม่ในการทำงาน โดยจะทำงานจนถึงวันที่ 1 ก.ย.2561

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 มี.ค. 2561) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้ออกประกาศว่า นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัทแล้ว

โดยนายลาร์ส นอร์ลิ่ง กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสนำทีมบริหารงานของดีแทคในช่วงสามปีที่ผ่านมา ส่วนตัวมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้บริหารดีแทคในช่วงเวลาที่สำคัญ ในการเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านดีแทคไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล  เพื่อประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

ลาร์ส นอร์ลิ่ง
ลาร์ส นอร์ลิ่ง

ทั้งนี้จะยังทำงานร่วมกับคณะผู้บริหารและพนักงานอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งมอบภารกิจให้แก่ผู้ที่จะมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ได้อย่างราบรื่นต่อไป ส่วนสาเหตุนั้น เจ้าตัวได้ให้ว่าเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ในการทำงาน

ขณะที่ นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ ดีแทค กล่าวว่า “ผมขอแสดงความขอบคุณนายลาร์ส นอร์ลิ่ง เป็นอย่างสูงในความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานอย่างหนักตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในดีแทค ทำให้ดีแทคเป็นผู้นำในการให้บริการ 4G การสร้างนวัตกรรม รวมถึงบริการดิจิทัลเพื่อคนไทย”

สำหรับนายลาร์ส นอร์ลิ่ง จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อไปจนถึงวันที่ 1 กันยายน 2561 จนกว่าจะมีการประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่

คุมตัวลูกทรพี ทำร้ายร่างกายแม่ฝากขัง – พม.เพชรบูรณ์เร่งช่วยเหลือครอบครัวระยะยาว

ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เผย คุมตัว ลูกทำร้ายร่างกายแม่ ฝากขัง 87 วัน พบคดียาเสพติดอื้อ ขณะ พม.เพชรบูรณ์ ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือแม่และครอบครัวระยะยาว

นายพรชัย ไวทยะวิจิตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยถึงกรณีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ลูกทรพีทำร้ายร่างกายแม่ว่า ล่าสุด นำตัวชายดังกล่าว อายุ 29 ปี ฝากขังเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเวลา 87 วัน ข้อมูลผู้ต้องหาเบื้องต้น มีข้อหายาเสพติดอื้อ ซึ่งเคยถูกฝากขัง ก่อนจะปล่อยตัวออกมา และกลับมาเสพยาเสพติดอีก จนทำให้เกิดอาการประสาทหลอน

ทั้งนี้ เดิมผู้ต้องหารายดังกล่าว เป็น นายสิบทหารบก ปลดราชการเมื่อปี 2554 เนื่องจากขาดราชการ และกลับมาอยู่กับบิดามารดา ที่ ต.เพชรละคร อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ และถูกดำเนินคดีโดนจับยาบ้าได้ 20 เม็ด เมื่อปี 2557 ถูกดำเนินคดีจำขัง ปลายปี 2557 เป็นระยะเวลา 3 ปี และได้ออกจากเรือนจำเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2560 แต่ได้ขาดการรายงานตัวคุมประพฤติ จำนวน 3 ครั้ง และมีอาการป่วยทางจิตเวช และรับยาจาก โรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชครินทร์ และเป็นผู้เสพยาเสพติด ดังนั้น ก่อนเกิดเหตุจึงมีอาการทางจิต ได้ระแวงและคิดว่านางแดงผู้เป็นแม่ เข้าไปขโมยของในห้อง และขอเงินกับแม่ แต่แม่ไม่ยอมให้ จึงเกิดการโต้เถียงกระทั่งนำไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปดังกล่าว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 12 มีนาคม 2561

ทางด้าน นางวัลลภา สุขคง หัวหน้าพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (14 มีนาคม 2561) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของจังหวัด อำเภอ ลงพื้นที่บ้านจุดเกิดเหตุที่ตำบลเพชรละคน อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงมาตรการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาแม่ที่ถูกลูกชายทำร้ายร่างกาย โดยการแก้ไขและช่วยเหลือครอบครัว จะมีการวางแผนช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดซ้ำอีก หากปล่อยตัวลูกชายที่ทำร้ายร่างกายแม่ดังกล่าวออกมาจากคุก

หมอแสง ท้าเปิดตัว หลังมีคนแฉผู้ป่วยมะเร็งแผลเน่า จากการใช้ยาสมุนไพร

หมอแสง ออกโรงแจงหลังมีเพจแฉผู้ป่วยมะเร็งเกิดแผลเน่าจากการกินยาสมุนไพร พร้อมท้าเปิดตัว ลั่นหากเป็นจริงอย่างว่าอาสารักษาให้ฟรี

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังเพจ Dr.Dark ได้แชร์ภาพแฉผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายหนึ่งมีแผลเน่า หลังเข้ารับยาจากหมอแสง ก่อนระบุข้อความ ว่า “ผ่านไปหกเดือนคนไข้ที่รับยาหมอแสงเริ่มทยอยมาในสภาพนี้ เศร้าครับ” พอแชร์นี้ออกไป คนต่างวิพากวิจารณ์สมุนไพรของหมอแสง รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตว่าคนทีกินสมุนไพรหมอแสงหายจริงๆมีกี่คน ตายกี่คน นั้น (อ่านข่าว : ดราม่าเดือด! ถกปม ‘ยาหมอแสง’ หลังเพจดังแฉภาพคนป่วยหลังรักษา)

หมอแสง, สมุนไพรหมอแสง, ข่าวหมอแสง, ข่าวสดวันนี้

ล่าสุด นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่า คนไข้ที่เพจนี้แชร์เป็นคนที่มารับยาตนเองจริงหรือไม่ ยังไม่ทราบ ถ้าจริงให้มารักษากับตน หากหมอแผนปัจจุบันไม่รักษาแล้ว ซึ่งตลอดการทำสมุนไพรแจกมา 12 ปี ไม่เคยพบคนไข้ที่มารับยาแล้วเกิดอาการแบบนี้ แต่ยอมรับว่ามีคนกินแล้วหายมีเยอะ คนตายก็มีมาก แล้วคนไข้แต่ละคนมีการทำประวัติการรับยาและอัพเดตอาการตลอด ไม่ใช่แจกยาเฉยๆ เพราะมีระบบการจัดเก็บรายชื่อและประวัติคนรับยาไว้ทุกครั้ง

ที่ผ่านมาตนพูดตลอดว่า สมุนไพรของตนแจกฟรี ใครจะกินก็พิจารณาอาการและระดับขั้นที่เป็นมะเร็ง และไม่เคยสั่งห้ามให้งดกินยาแผนปัจจุบัน แต่มีผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่หมอไม่รับรักษาแล้ว และไม่ได้ให้ยาอะไร เขาถึงกินสมุนไพรของตนอย่างเดียว บางคนจะตายแล้ว กินสมุนไพรเข้าไปแล้วหายก็มีเยอะ บางคนกินแล้วตายก็มี

การที่เพจออกมาโจมตีและสมุนไพรของตนแบบนี้ไม่ทราบว่าเพจต้องการอะไร หากเพจนี้เป็นหมอจริงหรือคนที่โพสต์เรื่องนี้เป็นหมอ ก็ให้เปิดเผย ชื่อคนไข้ และตัวตนหมอคนที่โพสต์ออกมาเลย จะได้ช่วยกันตรวจสอบว่าคนไข้ในภาพนี้ เป็นคนที่มารับยาจริงหรือไม่ และเกิดอาการอะไรกันแน่ ช่วยกันดีกว่ามาโจมตี โจมตีแล้วเพจได้อะไร แต่สำหรับตนการโจมตีแบบนี้เป็นเรื่องดีเพราะจะไม่ต้องผลิตยาจำนวนมากๆ ไม่ต้องเหนื่อย คนจะได้มารับยาน้อยลง