โปรดเกล้าฯ ‘ณรงค์พันธ์’ ขึ้นรองแม่ทัพภาค 1

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ นายทหารรับราชการ สนองพระเดชพระคุณ 260 นาย กองทัพบก ไม่เปลี่ยนแม่ทัพภาค “ณรงค์พันธ์” ขึ้นรองแม่ทัพภาค 1 “ทรงวิทย์” ขยับ ผบ.พล.1 รอ.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 260 นาย โดยมีตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ พล.ท.วัลลภ แดงใหญ่ ผู้บัญชาการวิทยาลัยเสนาธิการทหารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย (อัตรา พลเอก) , พล.ท.ชนินทร์ โตเลี้ยง จเรทหารเป็น เสนาธิการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ , พล.ท.ธรรมนูญ เชี่ยวการปราบ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเป็น จเรทหาร , พล.ท.พิศิษฐ์ เกษบุรมย์ เจ้ากรมข่าวทหารบก เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก) , พล.ท.เกื้อกูล อินนาจักร์ แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลเอก) , พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น แม่ทัพน้อยที่ 4 , พล.ต.วุฒิชัย นาควานิช รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท)

พล.ต.วิฑูรย์ ศิริปักมานนท์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก (อัตรา พลโท) , พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 , พล.ต.ผดุงเกียรติ โปร่งจิตต์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 , พล.ต. สิทธิพร มุสิกะสิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 เป็น รองแม่ทัพภาคที่ 4 , พล.ต. ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 เป็น รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ , พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 เป็น ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ , พ.อ.กฤษดา พงษ์สามารถ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 , พ.อ.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 , พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี เป็น ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 , พ.อ.ชาตรี กิตติขจร เป็น ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 , พ.อ.ปรีชา เบ็ญจขันธุ์ เป็น ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า

พล.ร.ท.รัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก) , พล.ร.ท. สุรพล คุปตะพันธ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตรา พลเรือเอก) , พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็น ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 , พล.ร.ต. จงกล มีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เป็น เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ , พล.ร.ต.วรงกรณ์ โอสถานนท์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 เป็น รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ , พล.ร.ต. นันทพล มาลารัตน์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ เป็น ผู้บัญชาการฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 , พล.ร.ต.เทวินทร์ ศิลปชัย ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ เป็น ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2

พล.อ.ท. ชัยยะ อุปริรัตน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ (อัตรา พลอากาศเอก) , พล.อ.ต. ภูมิใจ ชัยพันธุ์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธินเป็น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นต้น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2561 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 14 มี.ค. 2561

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

‘ศรีวราห์’ ร่วมสอบปากคำ ‘เปรมชัย’ เตรียมคุมฝากขังศาล

‘ศรีวราห์’ ร่วมสอบปากคำ ‘เปรมชัย’ เข้ารับทราบข้อหา สอบเสร็จคุมฝากขังศาล

โดยภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ต.กมล เหรียญ ราชา ผู้บังคับการปปป. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนปปป.ได้แจ้งข้อกล่าวหาพยายามติดสินบน นายเปรมชัย เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการสอบสวนผู้ร้องทุกข์เพิ่มเติม ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล ได้สั่งการให้ไปสอบพยานบุคคลเพิ่มให้ชัดเจนว่า มีการเสนอให้สินบนเป็นอะไร ซึ่งเบื้องต้นในข้อหานี้ นายเปรมชัย ปฏิเสธข้อหา

ส่วนคดีที่อยู่ในอำนาจของปทส. 2 ข้อหา อยู่ระหว่างสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ผลตรวจอาวุธปืนออกมาเรียบร้อย โดยกรมศิปกรตรวจสอบอาวุธปืน ยืนยันว่า เป็นปืนโบราณวัตถุ จากลักษณะรูปแบบและลวดลายคาดว่ามีการนำเข้ามาจากต่างประเทศตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเก็บสะสม แต่ขณะนี้กฏหมายพรบ.โบราณสถานวัตถุ ยังครอบคลุมที่จะสามารถเอาผิดได้ แต่หากนายเปรมชัยชี้แจงที่มาของอาวุธปืนไม่ได้ จะต้องตกเป็นของแผ่นดิน

ส่วน งาช้าง ที่ผิดกฏหมาย เกี่ยวข้องกับข้อกฏหมายหลายฉบับ จะต้องประสานกับกรมศุลกากรว่า มีประวัติการนำเข้ามาถูกต้องหรือไม่ หากผิดจะต้องดำเนินการตามพรบ.ศุลกากร ซึ่งจะเป็นอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมไปถึง ประสานไซเตรท ว่างาช้างนี้มีการแจ้งหาไว้หรือไม่ ถ้ามีต้องแจ้งข้อหาฐานลักทรัพย์ ซึ่งอำนาจดำเนินการเป็นของอัยการต่างประเทศ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กำชับว่า ในข้อหาครอบครองงาช้างและข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายนี้จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มี.ค. นี้ สำหรับพยานหลักฐานทั้ง 3 คดี มีความแน่นอน และสมบรูณ์แน่น ส่วนนางคณิตา ภรรยานายเปรมชัย และน.ส.วันดี ผู้เซ็นรับรองงาช้าง ได้มีการให้ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ไปแล้ว ซึ่งให้มารับทราบข้อหาภายในวันที่ 20 มี.ค. นี้ อย่างไรก็ตามวันนี้ก็จะควบคุมตัวฝากขังศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีเหตุที่จะต้องคัดค้านการประกันตัวนายเปรมชัย ก็สุดแล้วแต่ดุลพินิจของศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

ป.ป.ช.ไม่สนคนแย้งกฎหมายใหม่ มั่นใจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ป.ป.ช.ไม่สนคนแย้งกฎหมายใหม่ มั่นใจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

จากกรณีที่ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นของสมาชิก สนช. จำนวน 32 คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. … มาตรา 185 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และจากการพิจารณาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้น

วันนี้(14 มี.ค. 61) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เชื่อว่าจะทำให้การทำงานของ ป.ป.ช. เดินไปข้างหน้า ขณะเดียวกันในช่วง 1 ปี 3 เดือน ได้มีการชะลออยู่เนื่องจากต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบ พรป.ป.ป.ช. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 60

ทั้งนี้ เมื่อมีความชัดเจนโดยพระราชบัญญัติ ประกอบผ่าน สนช. ไป 3 วาระแล้ว และเมื่อศาลวินิจฉัยชัดเจนแล้วขั้นตอนต่อไปคือการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้ ป.ป.ช. ได้เตรียมทำอนุบัญญัติ และจะทำให้แล้วเสร็จทั้งหมดจากนั้นจะนำไปที่ราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศให้มีผลบังคับใช้ มั่นใจว่าโครงสร้างและระเบียบตามกฎหมายใหม่จะช่วยให้มีประสิทธิภาพและความถูกต้องรวดเร็วมากยิ่งขึ้น