‘น้องแบม’ ยัน!! ไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงแกะ เชื่อนายกฯจะปราบโกงสำเร็จ

“น้องแบม” ยืนยัน หนูไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงแกะ หลัง ป.ป.ท.พบการทุจริต 44 จังหวัด พร้อมระบุเชื่อนายกฯจะปราบโกงได้สำเร็จ

นายฉัตรชัย อุ่นเจริญ นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย น.ส.จิรดา พูนสวัสดิ์ ประชาสัมพันธ์ จ.ขอนแก่น,นายธีระพงษ์ โสดาศรี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยกำนันและผู้ใหญ่จากทั้ง 17 ตำบลในเขต อ.เมืองขอนแก่น ได้ลงนามความร่วมมือบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการเป็นเครือข่ายภาคประชาชนป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในเขต อ.เมือง ตามแผนการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.,สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.ขอนแก่น,อำเภอเมืองขอนแก่นและชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.เมืองขอนแก่น

โดยมี น.ส.ปณิกา ยศปัญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส. สาขาการพัฒนาชุมชน และ น.ส.ณัฐกานต์ หมื่นผล อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น ซึ่งเป็นพยานคนสำคัญในคดีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ร่วมเป็นสักขีพยานและร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อทุจริตคอร์รัปชั่นจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความสนใจจากกำนันและผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้ที่ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าว เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวรวมกว่า 500 คน

น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม กล่าวว่า วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าตนเองไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ตามที่อาจารย์หรือผู้ใหญ่กล่าวหา เพราะเรื่องที่นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะชนและนำเข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.นั้น ป.ป.ท.ได้ทำการตรวจสอบแล้วและพบมูลความผิดมากถึง 44 จังหวัด ซึ่งเรื่องคดีความนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งตนเองนั้นยังคงต้องให้การกับ ป.ป.ท. ในฐานะพยานปากสำคัญตามขั้นตอนของการไต่สวน

“เป็นเวทีสาธารณะเวทีแรกที่หนูมากล่าวแสดงความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนูขอขอบคุณทุกกำลังใจเพราะวันนี้กำลังใจที่หนูได้รับมาจากทั่วทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นของขวัญที่สูงสุดของตัวเองและครอบครัวแล้ว เพราะเราทำดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จนกลายเป็นกรณีศึกษาที่นิสิตคนหนึ่งนำสิ่งที่ผิดมาแจ้งให้กับรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นได้รับทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและทำให้ถูกต้อง การพูดวันนี้คงเป็นการสร้างกำลังใจและจุดประกายความกล้าให้กับภาคประชาชนและภาคประชาสังคม ในการที่จะออกมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะรัฐบาลประกาศนโยบายเรื่องการปราบโกงการปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นชัดเจนและเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา นายกรัฐมนตรี นั้นทำได้ และปราบโกงได้สำเร็จ”

น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า สาขาพัฒนาชุมชนและพัฒนาสังคม คนที่เรียนคือคนที่มีใจรักและต้องการทำงานเพื่อชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง วันนี้ตนทราบมาว่าน้องๆนักเรียนและคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจที่จะเรียนในสาขานี้เยอะขึ้น และตนเองพร้อมที่จะเป็นรุ่นพี่ที่คอยแนะนำและสอนให้กับน้องๆรุ่นใหม่ในการเป็นพัฒนาชุมชนและนักพัฒนาสังคมที่ดี และนำความรู้ความสามารถและวิชาที่เรียนมานั้นไปทำประโยชน์ให้กับประเทศและทำประโยชน์ให้กับผู้ยากไร้ คนยากคนจนได้อย่างครบถ้วน

“หนูขอบคุณที่หลายคนยกให้หนูเป็นต้นแบบของการต้านโกง เป็นต้นแบบให้กับเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ในการที่จะกล้าทำดี และทำจริง วันนี้ขอให้น้ำหนักในเรื่องเรียนมากกว่า เพราะเมื่อเปลี่ยนหัวข้อการวิจัยจากเดิมคือเรื่องการดูแลผู้ป่วยทางจิตเวช ที่ต้องทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นและ รพ.จิตเวชราชนครินทร์ขอนแก่น มาเป็นหัวข้อการดูแลผู้สูงอายุ และมีการเปลี่ยนพื้นที่ในการทำวิจัย เปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา ทำให้งานช้ากว่าเพื่อนมากวันนี้ทำได้เพียง ร้อยละ 40 และจะต้องสำเร็จการศึกษาในเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้พร้อมเพื่อนทำให้ช่วงนี้ขอลงพื้นที่ทำวิจัยอย่างเต็มที่ โดยมีพี่ทหาร และตำรวจคอยรักษาความปลอดภัย อยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ต้องเปิดเผยพื้นที่ของการทำวิจัยด้วย ทำให้การลงพื้นที่แต่ละต้องระวังตัวเองอยู่ตลอดเวลา”

‘ทนายษิทรา’ แฉ!! ‘นายแผน’ ไม่ใช่คนของธนาคารชี้โกหกทั้งสิ้น

‘ทนายษิทรา’ เผย ‘นายแผน’ ไม่ใช่คนของธนาคาร แต่เป็นคนของบริษัทนึงที่มาขับรถให้จนท.ธนาคาร ชี้เป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือทนายตั้ม ซึ่งเป็นทนายของลุงจรูญ ในคดีหวย 30 ล้าน ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน ที่เป็นพยานอ้างว่าเห็น ว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล คู่กรณีของนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ก้มเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ตลาดเรดซิตี้ โดยข้อความระบุว่า “แก้ข่าวให้นะครับ นายแผน ไม่ใช่คนของธนาคาร แต่เป็นคนของบริษัทนึงที่มาขับรถให้จนท.ธนาคาร ข่าวล่าสุด นายแผน อาจจะโดนไล่ออก แต่นายแผนได้บอกคนใกล้ชิดว่าไม่เป็นไร “นาย” จะรับผิดชอบชีวิตให้ ผมอยากจะบอกด้วยความหวังดีว่า เค้าน่ะรับผิดชอบแค่ตอนมีประโยชน์กับเค้าเท่านั้นล่ะ พอหมดประโยชน์เค้าก็ไม่สนใจแผนแล้วล่ะ ถึงเวลานั้นก็ต้องเผชิญโชคเอง

นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน

สรุปว่าผู้จัดการ รองผู้จัดการ นายแผน และจนท.อีก 1 คน มาที่บ้านคุณลุงจรูญ ในวันที่ 1 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ธนาคารทุกคนที่มาด้วย พร้อมจะให้การเป็นพยานกับกองปราบว่า นายแผนไม่ได้พูดความจริง ว่าไม่เคยรู้จักคุณลุงจรูญมาก่อน และที่บอกว่าเห็นข่าวจึงรู้ว่ามีคดีหวยหาย ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะระหว่างนั่งมาในรถ ได้คุยเรื่องเงินที่คุณลุงถูกอายัด โดยผู้จัดการยังได้บอกว่าสงสารคุณลุง เหมือนโดนกลั่นแกล้ง ดังนั้นที่นายแผนจึงโกหกทั้งสิ้น!!”

ข้อมูลจาก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

พบกระทิงหนุ่มหนัก 1 ตันตายปริศนาที่ป่าแก่งกระจาน

พบกระทิงหนุ่มออกมายืนขวางหน้ารถ ก่อนทรุดตัวลงและขาดใจตายโดยไม่ทราบสาเหตุ พื้นที่ แก่งกระจาน รอผลการตรวจพิสูจน์

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดตรวจด่านมะเร็ว รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่า พบกระทิงขนาดใหญ่โตเต็มวัยออกมายืนขวาง บนถนนสายโป่งลึกบางกลอย ก่อนที่จะลบลงและสิ้นใจในเวลาต่อมา นายบดินทร์ เล่าว่าตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์มีเพื่อนซ้อนท้ายมาอีก 2 คน ขณะถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างจากด่านมาเร็วประมาณ 3 กิโลเมตร พบกระทิงตัวใหญ่ออกมายืนอยู่ริมถนน และเดินสวนเข้ามาหา เพื่อน 2 คนที่ซ้อนท้ายกระโดดลงและวิ่งถอยหนี ขณะที่ตนเองจอดรถอยู่ริมทาง พบกระทิงทรุดตัวลง และมีอาการชักเกร็งนอนหายใจอยู่ริมทาง ก่อนที่จะพลิกตัวตกลงไปอยู่ข้างถนน กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาเฝ้าดูก็พบว่ากระทิงตัวดังกล่าวได้ตายแล้ว

นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จึงได้ประสานให้สัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชพร้อมด้วย ร.ต.อ.เจริญ เอรัสสะ รองสารวัตรสอบสวน สภ. แก่งกระจาน เข้าร่วมตรวจสอบกระทิงที่ตาย ซึ่งจุดที่พบกระทิงตายอยู่ริมถนนสาย บ้านโป่งลึก หมู่ที่ 3 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 5 ปี น้ำหนักประมาณ 1 ตัน เบื้องต้นไม่พบบาดแผลภายนอกที่อาจเป็นสาเหตุทำให้กระทิงตายได้ ซึ่งพื้นที่ที่พบกระทิง อยู่ในแนวเขตแปลงซีเอ็นที่มีราษฏรทำกิน ปกติไม่พบกระทิงออกมาหากินบริเวณนี้ แต่ช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง อาจออกนอกพื้นที่หากินหรืออาจถูกขับออกจากฝูง หรือด้านในจำนวนกระทิงหนาแน่น และได้มอบให้นางสาวกนกวรรณ ตรุยานนท์ สัตวแพทย์ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ทำการผ่าพิสูจน์เก็บชิ้นส่วนอวัยวะภายใน ทั้งเศษอาหารและอุจจาระเพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการหาสาเหตุของการตายในครั้งนี้