เรือขนส่งขยะชนโขดหินจมกลางทะเล จนท.เร่งกู้ซากเรือหวั่นน้ำมันรั่ว

เกิดอุบัติเหตุเรือขนส่งขยะเอกชน ถูกคลื่นลมแรงซัดเรือชนกับโขดหิน ส่งผลให้เรือรั่ว ใกล้จม บริเวณหน้าเกาะพีพีดอน

วันที่ 11 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ได้เกิดอุบัติเหตุเรือประมงดัดแปลงเป็นบรรทุกขยะของบริษัทเอกชน ชื่อเรือ ชาจันดี ขนาดความยาว กว้าง ถูกคลื่นลมแรงซัดสมอเรือขาด เรือลอยไปชนกับ โขดหิน ทำให้ลำเรือแตก น้ำเข้าเรือ ใกล้จะจม ขณะจอดเรือทิ้งสมอลอยลำ อยู่ ที่บริเวณ อ่าวหน้าเกาะพีพีดอน ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ เบื้องต้นผู้ประกอบการใช้เรือหางยาว เร่งสูบน้ำออก จากตัวเรือ และซ่อมแซม อุดรอยแตกรั่ว ก่อนเรือที่จะจมลงทะเล

เนื่องจากในเรือมีน้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันเครื่องยนต์ อยู่หลายร้อยลิตร อาจรั่วไหล ลงทะเล จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างซ่อมแซม และสูบน้ำออกจากตัวเรือ เจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาค สาขา กระบี่ อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ ว่า มีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงทะเลหรือไม่ และจุดที่เรือจอดอยู่ กรีดขวาง การสัญจรทางน้ำหรือ หากมี แจ้งให้ผู้ประกอบการ วางทุนแสดงสัญลักษณ์ ป้องกันอุบัติเหตุ

โดยนายสุรศักดิ์ มงคลไชยสิทธิ์ เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่เปิดเผยว่า จากการสอบสวนกัปตันเรือ ทราบว่าช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ ได้เดินทางมาจากฝั่งท่าเทียบเรือน้ำลึก ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ เพื่อมารับขยะจากเกาะพีพี กลับไปยัง ท่าเทียบเรือน้ำลึก แต่เมื่อมาถึงบริเวณหาดยาว เกาะพีพีดอน ประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนถึงท่าเทียบเรือเกาะพีพี เครื่องยนต์เรือเกิดเหตุขัดข้องจึงไม่สามารถวิ่งได้ จึงได้ทอดสมอกลางทะเล แต่เกิดคลื่นลมแรง สมอเรือไม่สามารถยึดเรือได้ คลื่นพัดเรือลอยไปชนบริเวณโขดหิน ทำให้เกิดรอยรั่ว ทำให้ น้ำเข้า ตัวเรือส่งผลให้เรือตะแคงใกล้จมแต่ไม่มีใครได้รับอันตราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกู้ซากเรือ

‘ฐิติราช’ ปัดช่วย ผบก.กาญจน์ จ่อเรียกพยานครูปรีชาแจ้งข้อหา 12มี.ค.

ผู้บัญชากการตำรวจสอบสวนกลาง ยัน ไม่ช่วยคดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรกาญจนบุรี ผิด157 ทำคดีหวย 30 ล้าน มิชอบ ขอประชาชนเชื่อใจ เรียกคณะทำงานประชุมสรุปออกหมายเรียก “นายเเผน” ร่วมขบวนการครูปรีชาเเจ้งข้อหาพรุ่งนี้

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชากการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าคดีหวย 30 ล้านบาท จ.กาญจนบุรี ถึงการดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียก นายปรีชา, นางรัตนาพร และ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช เเม่ค้าขายลอตเตอรี่มาเพื่อเเจ้งข้อหาฐานเกี่ยวกับการสนับสนุนในการทำคำให้การทำให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากับ พล.ต.ต.สุทธิ ไปก่อนหน้านี้แล้ว และกลุ่มบุคคลที่มีหมายเรียกดังกล่าว ทางคณะทำงานจะพิจารณาอีกที ว่าจะเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนโดยภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันคดีดังกล่าวจะมีการแยกทำเป็นอีกสำนวนคดีจากคดีหลัก ซึ่งการพิจารณามาตรา 157กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะพิจารณาสำนวนให้ครบถ้วนที่สุด ก่อนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช.พิจารณาทำสำนวนส่งให้อัยการฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตต่อไป

ส่วนกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือกัน เพื่อไม่ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทธิ นั้น ผู้บัญชากการตำรวจสอบสวนกลางระบุว่าขอให้ประชาชนเชื่อใจตำรวจจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ทุกอย่างดำเนินการตามพยานหลักฐาน ตำรวจเป็นเพียงกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น เพราะจะต้องส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องและศาลเท่านั้นที่มีอำนาจตัดสินความผิด คนทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิดไม่มีการละเว้น เรื่องนี้แม้เริ่มต้นเกิดจากความเชื่อ แต่ภายหลัง ผู้การจังหวัดมีการแก้ไขคำให้การ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ถือเป็นการสอบสวนโดยมิชอบ และส่อไปในทางทุจริต ตรงนี้ตนเองพูดชัดเจน ประชาชนไม่ต้องกังวลและแม้ว่า พล.ต.ต.สุทธิ จะปฎิเสธหรือรับสารภาพ ตำรวจก็ไม่ได้มีความกังวล ใครจะให้การอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิ แต่ก็รวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนให้มากที่สุด ยิ่งปฎิเสธยิ่งดีผลการกระทำจะบอกเองว่าใครทำผิด ขณะที่จะมีการส่งเรื่องให้ พล.ต.ต.สุทธิ ออกจากราชการหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง กล่าวว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ทางคณะทำงานจะทำการประชุม เพื่อสรุปการออกหมายเรียก นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน ซึ่งอ้างว่า เป็นผู้เห็น ร.ต.ท.จรูญ วิมูลก้มเก็บลอตเตอรี่ โดยการออกหมายเรียกดังกล่าว เพื่อมารับทราบข้อหาฐานร่วมกันกระทำผิดกับ นายปรีชา ใคร่ครวญ และ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น เเม่ค้าลอตเตอรี่จากการกระทำดังกล่าวที่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยแม้ นายฐนุกร จะมีการเปลี่ยนคำให้การภายหลัง แต่ก็เป็นเรื่องที่จำนนต่อพยานหลักฐาน ซึ่งเราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

พบรอยแยกบน ‘สะพานข้ามวงเวียนหลักสี่’ กรมทางหลวงยืนยันยังปลอดภัย

แตกตื่น!! พบรอยแยกบน ‘สะพานข้ามวงเวียนหลักสี่’  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม แขวงทางหลวงกรุงเทพ กรมทางหลวง ยืนยันยังปลอดภัย

วันนี้ 11 มี.ค.61 จส.100 รับแจ้งจากทางผู้ใช้ทวิตเตอร์โดยมีการโพสต์ภาพเป็นพื้นสะพานแยกออกจากกัน มีข้อความระบุ “บนสะพานข้ามวงเวียนบางเขน เกรงจะเป็นอันตรายหรือไม่ ฝากประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโดยด่วน”

จากการสอบถามนายอ่ำ สุธารัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม แขวงทางหลวงกรุงเทพ กรมทางหลวง เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเป็นช่วงกลางสะพานข้ามวงเวียนหลักสี่ ฝั่งจาก ถ.แจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าไป ถ.รามอินทรา ยืนยันยังมีความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรม แขวงทางหลวงติดตามมาประมาณ 1 ปีแล้ว มีการเฝ้าดูและประเมินผลการขยับตัวของรอยต่อ

โดยตามปกติสะพานจะมีช่องว่างประมาณ 7-10 ซม. จากการตรวจสอบล่าสุดจุดดังกล่าวมีช่องว่างเพิ่มขึ้นจากมาตรฐาน 4 ซม. จึงถือว่าเป็นรอยเคลื่อนเพียงเล็กน้อย บ่าของสะพานยังไม่เสียหาย แต่ก็ต้องมีการซ่อมบำรุงให้อยู่ในมาตรฐาน ซึ่งสำนักสะพานได้ว่าจ้างผู้รับเหมาและเซ็นต์สัญญาซ่อมไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอเข้าพื้นที่ คาดว่าอย่างเร็วที่สุดคงภายสัปดาห์นี้

ขอบคุณ จส.100