หนุ่มขับเก๋ง ชนรถจักรยานยนต์สาวล้ม ก่อนเหยียบซ้ำซิ่งหนี

หนุ่มวัย 22 ปี ขับเก๋งชนรถจักรยานยนต์ของผู้หญิงจนล้ม ก่อนเหยียบซ้ำ และซิ่งหนีไปเฉี่ยวชนรถชาวบ้านเสียหายอีกถึง 4 -5 คัน

วันนี้ ( 9 มี.ค.61) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป รถเก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้าซิตี้ หมายเลขทะเบียน 4 กฉ 7958 กทม.กำลังขับออกมาจากซอยด่านสำโรง 38/1 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ขับชนรถจักรยานยนต์ของผู้หญิงคนหนึ่งจนล้ม คนขับไม่แม้แต่จะลงมาดูหญิงสาวคนดังกล่าว ซ้ำยังขับรถหนีไปมุ่งหน้าออกไปทางถนนศรีนครินทร์

ภายหลังการตรวจสอบพบว่า รถเก๋งคันนี้ยังได้ขับไปเฉี่ยวชนรถชาวบ้านเสียหายอีกถึง 4 -5 คัน หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านช่วยกันจับกุมคนขับที่พยายามวิ่งหลบหนีเพื่อส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อต่อมาคือ นายพรเทพ อายุ 22 ปี

พ.ต.อ. เดโช โสสุวรรณากุล ผู้กำกับการสำโรงเหนือ เปิดเผยผลการสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นว่า ก่อนเกิดเหตุนายสิทธิพล อายุ 28 ปี เจ้าของรถได้ขับรถเข้าไปซื้อยาเสพติด ภายในซอยด่านสำโรง 38/1 โดยมีนายพรเทพนั่งติดรถมาด้วย หลังจากซื้อเสร็จระหว่างที่นายสิทธิพลกำลังเดินกลับมาที่รถตำรวจสายตรวจ สภ.สำโรง พบพิรุธจึงขอเข้าตรวจค้นและพบยาเสพติด เป็นเฮโรอีน 0.27 กรัม ซ่อนในกางเกง

เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวเอาไว้ จากนั้นตำรวจได้นำตัวนายสิทธิพลไปตรวจสอบรถเก๋งที่จอดรอยู่ แต่เมื่อตำรวจไปถึงและเรียกให้คนในรถซึ่งก็คือนายพรเทพ ลงมา แต่นายพรเทพ กลับขับรถเร่งเครื่องหลบหนีไปจนไปชนรถชาวบ้านก่อนที่จะไปพลิกคว่ำ โดยนายพรเทพอ้างว่าตกใจที่เห็นเพื่อนถูกตำรวจจับจึงพยายามขับรถหนี แต่ขับไม่เป็นจึงทำให้รถพุ่งไปชนรถคันอื่นๆ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายสิทธิพล ว่ามียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนนายพรเทพ ได้ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ เนื่องจากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก จากการถูกถุงลมนิรภัยกระแทก อีกทั้งยังต้องตรวจสอบหาสารเสพติดก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

11 ชาติลงนามข้อตกลง ‘ซีพีทีพีพี’ ฉบับปลอดสหรัฐฯ

11 ชาติ ลงนามข้อตกลง ‘ซีพีทีพีพี’ ร่วมกัน แต่ไร้เงาสหรัฐฯ

วันที่ 8 มี.ค. ประเทศภาคีข้อตกลงที่ครอบคลุมและและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (CPTPP) 11 ชาติ นำโดยญี่ปุ่นและแคนาดา ลงนามข้อตกลงดังกล่าวที่กรุงซานติอาโกของชิลี โดยความร่วมมือในครั้งนี้ไร้เงาตัวแทนจากสหรัฐฯ ที่เคยเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งข้อตกลงการค้าเสรี ‘ทีพีพี ‘

ขณะที่โลกกำลังตื่นตัวกรณีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแผนขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม จนหลายประเทศ รวมทั้งจีนขู่ใช้มาตรการตอบโต้ ต่อมาการลงนาม CPTPP มีขึ้นหลัง 11 ชาติ ร่วมกันสรุปข้อตกลงการค้ากันใหม่เมื่อช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามอเมริกันภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีการวางตัวแบบโดดเดี่ยวในประชาคมโลกมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันประชาคมโลกก็ลดการให้ความสำคัญกับสหรัฐฯเช่นเดียวกัน จนเป็นที่มาของการลดบทบาทการเป็นมหาอำนาจโลกอับดับ 1 ลงด้วย

ที่มา www.bbc.com  

Photo : 

บุกรวบ! ชาวสวนเมืองปุทมฯ ลอบปลูกกระท่อมบนพื้นที่กว่า 3 ไร่

ฝ่ายปกครองสนธิกำลังกอ.รมน.ทหารตัดทำลายต้นพืชกระท่อมปลูกบนร่องสวนขายเป็นอาชีพ

เมื่อเวลา 13.00น.วันที่ 8 มี.ค. 61 นายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง ว่าที่ร้อยตรีพิชญะ เพียรราช ปลัดอำเภอคลองหลวง นายสัมฤทธิ์ ศรีจันทร์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พ.อ.สัญลักษณ์ ทั่งศิริ รองผอ.กอ.รมน.จังหวัดปทุมธานี ทหารปตอ.2พัน4 กำลังฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวง ได้เข้าตัดทำลายต้นพืชกระท่อมหลังบ้านบ้านเลขที่ 55/3 หมู่ที่7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่มีการลักลอบปลูกพืชกระท่อมเพื่อจำหน่ายบนเนื้อที่ 3 ไร่ พร้อมจับกุมตัวนายสมศักดิ์ นามสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน พร้อมด้วยใบพืชกระท่อมบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวนหนึ่ง กล้องวงจรปิดแบบไร้สาย 1 เครื่อง

โดยนายนิติชัย วิริยานนท์ นายอำเภอคลองหลวง เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้มีการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นได้จำนวน 2 คน ซึ่งให้การรับสารภาพว่าได้ซื้อใบกระท่อมมาจากบ้านหลังดังกล่าวเพื่อนำไปประกอบยาเสพติดชนิดสี่คูณร้อย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและสนธิกำลังเข้าจับกุมพร้อมตัดทำลายต้นกระท่อม ที่มีการปลูกบนร่องสวนหลังบ้านและมีการปลูกต้นกอไผ่ปิดบังสายตาหากขับรถผ่าจะไม่สามารถมองเห็นได้

ซึ่งที่บริเวณกลางสวนเจ้าหน้าที่พบกล้องวงจรปิดแบบไร้สายติดตั้งอยู่ โดยเจ้าของบ้านให้การรับสารภาพว่าติดกล้องวงจรปิดเพื่อไว้สอดส่องป้องกันขโมยมาทำการลักเก็บใบกระท่อม

นายสมศักดิ์ นามสวัสดิ์ อายุ 50ปี ให้การรับสารภาพว่า จำหน่ายใบกระท่อมให้กับลูกในราคากิโลกรัมละ300 บาท ส่วนใหญ่เป็นประชาชนทั่วไปผู้ใช้แรงงาน เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองห้าเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป