พบรอยร้าว บริเวณตึกย่านลาดพร้าว เร่งอพยพคน

พบรอยร้าวในอาคารพาณิชย์ย่านลาดพร้าว เร่งอพยพคนออกจากพื้นที่ รอฝ่ายโยธาเขตวังทองหลางตรวจสอบ

วันนี้ (9 มี.ค. 61) มีรายงานว่า ร้อยเวรสอบสวน สน.วังทองหลาง เข้าตรวจสอบเหตุร้อยร้าวในอาคาร ของบริษัทเกี่ยวกับการสื่อสาร ใกล้เคียงซอยลาดพร้าว 54/1 ตรงข้าม สน.โชคชัย เขตพื้นที่ สน.วังทองหลาง ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์ความสูง 4 ชั้น จำนวน 2 คูหา (ปลูกติดกันเป็นแถวยาว) พบแผ่นพื้นปูนชั้นที่ 1 แตกออก และสั่นตลอดเวลา เจ้าหน้าที่อาสาได้ช่วยพาผู้ที่อยู่ในตัวอาคาร ออกมาด้านนอกได้อย่างปลอดภัย และอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตวังทองหลาง เข้าตรวจสอบ

รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็จะไป! นาที เก๋ง-กระบะเมินคำเตือน ขับลุยน้ำจุดกลับรถใต้สะพาน

คลิประทึก!  นาทีรถเก๋ง-กระบะ ขับรถลุยน้ำลอดใต้สะพาน หลังมีน้ำขังสูงจากฝนตกหนัก โชคดีไร้เหตุร้าย 

จากเหตุการณ์ที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ของ กทม.-และปริมณฑล จนส่งผลทำให้มีน้ำท่วมขังบนถนนหลายจุด เนื่องจากระบายไม่ทัน โดยเฉพาะพื้นที่บางใหญ่-บางบัวทอง จ.นนทบุรีนั้น

ล่าสุดเพจ ข่าวคนนนท์ ได้มีการเผยแพร่คลิปและข้อความฝากข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เลี่ยงกลับรถใต้สะพานช่วงโซนบางใหญ่-บางบัวทอง บริเวณทางกลับรถที่วัดส้มเกลี้ยง เพราะน้ำมีปริมณสูงและอาจเป็นอันตรายได้

ฝนตก, น้ำท่วม, รถลุยน้ำ, ที่กลับรถ, ข่าวจังหวัดนนทบุรี, ข่าวสดวันนี้

โดยคลิปดังกล่าวได้เผยให้เห็นภาพรถเก๋งและรถกระบะจำนวนหนึ่งพยายามขับลุยฝ่าน้ำท่วมเพื่อกลับรถใต้สะพาน ทั้งๆ ที่มีคนคอยแจ้งห้ามเตือนเพื่อให้เลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากน้ำมีปริมาณมากอีกทั้งทางกลับรถก็มีสภาพต่ำด้วย แต่คนขับกลับไม่สนใจแต่ได้ขับฝ่าออกมา โชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครเป็นอันตรายได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

ขณะที่ผู้โพสต์เองได้มีข้อความระบุว่า เช้าแห่งวันฝนถล่มวันนี้ @ เตือนกันบ่อยๆแล้วน้าว่า โปรดเลี่ยงกลับรถใต้สะพานช่วงโซนบางใหญ่-บางบัวทอง เพราะมีน้ำท่วมขังสูงแทบทุกจุด อย่าเสี่ยงงงงกันเลยจ้า

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ก็เข้ามาเล่าประสบการณ์การกลับรถในสภาพแบบนี้ อาทิ เคยจ่อหัวรถเข้าไปแล้วเจอแบบนี้ อยากถอยกลับใจจะขาด แต่เพราะแรงกดดันจากคันหลังที่จ่อตามๆกันมาทำให้ต้องเสี่ยงลุย (T___T)!. ก็ไม่เข้าใจทำไมถึงกล้าลงไป คนไม่เคยมายังพอว่า แต่คนผ่านประจำนี่คิดยังงัยถึงลงไป เป็นต้น

ขณะเดียวกันก็ได้แนะนำวิธีว่า หากเตือนแล้วไม่ฟัง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็ควรกั้นปิดไม่ให้กลับรถไปเลย เพื่อจะได้ไม่เกิดอันตรายได้

ชาวบ้านแตกตื่น! พบโลมาลอยตายกลางทะเล เชื่อเป็นลางบอกเหตุภัยพิบัติ

แตกตื่นทั้งหมู่บ้าน!!! โลมาหลงฝูงลอยตายอืด กลางทะเลปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  เชื่อลางร้ายบอกเหตุภัยพิบัติ

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที 9 มี.ค.61 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจ นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่ 1 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าพบโลมาลอยตายอืดภายในคลองบางนกเอี้ยง จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุภายในซอยนกเอี้ยง หมู่ 1 ต.ปากนคร พบมีชาวบ้านเป็นจำนวนมาก มาดูซากโลมาที่ลอยตายอืดอยู่ในคลอง ตรวจสอบพบว่าเป็นโลมาพันธ์ปากขวด อายุประมาณ 1- 2 ปี น้ำหนักประมาณ 20 – 30 กิโลกรัม คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1- 2 วัน ถูกผูกด้วยเชือกฟางที่หางติดอยู่กับไม้เสายึดเรือประมงในคลอง สภาพพองอืด

ตรวจสอบบริเวณลำตัวมีร่องรอยคล้ายถูกอวนประมง ส่วนที่หางของโลมา พบเชือกไนลอนสีน้ำตาลถูกติดอยู่ ในเบื้องต้นได้แจ้งไปยังศูนย์วิจัยพัฒนาชายฝั่งและทะเลตอนล่างจังหวัดสงขลา เพื่อเข้าตรวจสอบสาเหตุการตายของโลมาแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัย จะเดินทางมาตรวจสอบช่วงบ่ายวันนี้ (9 มี.ค.)

จากการสอบถาม น.ส.ศิริพร ศิริรวาจา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/6 หมู่ 1 ซอยนกเอี้ยง ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เล่าว่า ก่อนพบโลมาตัวดังกล่าว ตนกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่หลังบ้าน ซึ่งอยู่ติดกับคลองบางนกเอี้ยง และสังเกตเห็นปลาขนาดใหญ่ลอยติดอยู่ท้ายเรือประมง จึงใช้ไม้เขี่ยดูและพบว่าเป็นโลมาขนาดใหญ่ลอยตายอืด จึงแจ้งเพื่อนบ้านช่วยกันลากโลมาดังกล่าวมาผูกติดกับเสาไม้ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หลังชาวบ้านทราบข่าวพบโลมาลอยตาย เดินมาดูเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากพบโลมาลอยตายกลางทะเลปากนคร สร้างความแตกตื่นกันทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยเห็นโลมาในพื้นที่มาก่อน แม้กระทั้งผู้สูงอายุก็ไม่เคยเห็นโลมาบริเวณดังกล่าว จึงเกิดเสียงวิพากวิจารณ์กันต่าง ๆ นา ๆ ว่าโลมาที่ลอยตายกลางทะเลปากนครครั้งนี้ อาจเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง ซึ่งชาวบ้านหลายเชื่อว่าอาจเป็นลางบอกเหตุร้ายหรือภัยพิบัติ เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่เคยเกิดเหตุลมพายุหัวด้วนพัดถล่มจนบ้านเรือนพังของชาวบ้านพังไปหลายหลัง ซึ่งก่อนเกิดลมพายุหัวด้วนก็มีเหตุแปลกประหลาด โดยมีฝูงปลาเล็กใหญ่ว่ายทวนกระแสน้ำภายในคลองมุ่งหน้าออกปากอ่าว

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตรวจสอบโลมาตัวดังกล่าว พบว่าน่าจะเป็นโลมาหลงฝูงว่ายมาติดอวนของเรือประมงและตาย ก่อนจะถูกชาวประมงใช้เชือกไนล่อนผูกที่หางลากติดกับเรือ แต่ระหว่างทางเชือกอาจขาด ทำให้โลมาลอยมาติดอยู่ภายในคลองบางนกเอี้ยง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสาเหตุการตายของโลมาที่แน่ชัดอีกครั้ง