แห่สงสารเภสัช! เจอลูกค้าโวย บอกน้ำมูกไหลจ่ายยาแก้แพ้ให้ทำไม โวกินยามาเยอะ

แห่สงสารเภสัช! เหตุถูกลูกค้าโวย บอกน้ำมูกไหลจ่ายยาแก้แพ้ให้ทำไม โวกินยามาเยอะ ขณะที่ชาวเน็ตสวดลูกค้ายับทั้งโซเชียล

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Linn Ping ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอสุดงงและเป็นอีกเรื่องราวชวนกุมขมับ ซึ่งในคลิปเป็นการเจรจากันระหว่างลูกค้ารายหนึ่ง และเภสัชกรที่จำหน่ายยาในร้านขายยาแห่งหนึ่ง โดยลูกค้าเป็นคนถ่ายคลิปขณะนำยาเดินเข้ามาหาเภสัช พร้อมกับโวยวายถกเถียงกับเภสัชคนดังกล่าวว่า “เธอต้องการยาแก้หวัด ไม่ใช่ยาแก้แพ้” และบอกว่ามีน้ำมูกเป็นหวัด จ่ายยาแก้แพ้มาให้ได้อย่างไร

ขณะที่เภสัชกรพยายามอธิบายว่า “ยาแก้แพ้สามารถรักษาอาการหวัดได้” แต่ลูกค้าคนดังกล่าวก็ยังเถียงเภสัชโดยบอกว่าไม่เกี่ยวกัน ซ้ำยังคุยว่าตัวเองอทานยามาเยอะ และรู้ว่ายาตัวไหนเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์คลิปดังกล่าวพร้อมระบุข้อความว่า “สงสารน้องเภสัชคนนี้ คือคนไทยเรียกยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ ปนกันมั่วไปหมด อธิบายง่ายๆ ยาที่น้องเขาจัดให้ เป็นยากลุ่ม Antihistamine ซึ่งใช้ในกรณีที่มีอาการภูมิแพ้ ลมพิษ แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ และสามารถใช้ลดน้ำมูกได้ กรณีน้ำมูกใส ทำให้คนไทยมักนิยมเรียกยากลุ่มนี้ว่า ยาแก้หวัด ครับผม สรุป ก็ยากลุ่มเดียวกันนั่นล่ะ”

แตกตื่น! กระเป๋าต้องสงสัยวางในสถานีรถไฟ EOD ตรวจพบเป็นเสื้อผ้าไม่ใช่ระเบิด

แตกตื่น! กระเป๋าต้องสงสัย วางในสถานีรถไฟจังหวัดพัทลุง ขณะเจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจพบเป็นเสื้อผ้าไม่ใช่ระเบิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด EOD จังหวัดพัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เข้าตรวจสอบกระเป๋าสีเขียวขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม หลังพลเมืองดีแจ้งว่าพบกระเป๋าดังกล่าววางทิ้งไว้ตรงบริเวณสถานีรถไฟพัทลุง ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ตั้งแต่ช่วงเวลา 01.00 น. ของคืนที่ผ่านมา จนบ่ายยังไม่มีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กันบริเวณไว้ตั้งแต่ช่วงเช้าโดยการนำผ้าปิดกันที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายหวั่นจะเกิดอันตราย และชาวบ้านที่พบเห็นกระเป๋าดังกล่าวต่างหวาดผวา

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเจ้าหน้าที่ พบว่า ช่วงประมาณเวลา 01.00 น. ของคืนที่ผ่านมา ได้มีผู้หญิงขับรถจักรยานยนต์ นำกระเป๋าใบดังกล่าวมาวางเอาไว้ แล้วขับรถจักรยายนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่ชุด EOD ได้เข้าทำการตรวจสอบ โดยการลากกระเป๋าดังกล่าวไปตามเส้นทางรถไฟห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 200 เมตร เพื่อเปิดกระเป๋า เนื่องจากตัวกระเป๋ามีการล็อครหัสเอาไว้ทำให้เปิดด้วยมือเปล่าเป็นไปได้ยาก ซึ่งจากการเปิดกระเป๋าด้วยเชื้อปะทุของเจ้าหน้าที่ชุด EOD พบว่าในกระเป๋าดังกล่าวข้างในบรรจุเสื้อผ้า และเอกสารหลักฐานใบอนุญาตขับขี่รถ ระบุชื่อ นางนันทนี อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดราชบุรี

ยึดเศรษฐกิจพอเพียงสร้างรายได้ให้ชุมชน

ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ ชี้ไทยมีภาระทางการเงินอีกมากมายจากคนจนและคนชรา ควรเอาจริงกับการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจของโลกจะเริ่มฟื้นตัว และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นศูนย์กลางการเจริญเติบโตก็ตาม ประเทศไทยยังเผชิญกับความท้าทายอีกมากจากทั้งภายในและนอกประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีประชาชนมาลงทะเบียนเป็นคนจน 14 ล้านคน จากประชากร 66 ล้านคน นับว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมา ประกอบกับไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมคนชรา จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล, กิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ
หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ

และในระยะ 8 ปีที่ผ่านมา ปิดทองหลังพระฯ ได้น้องนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาบริหารจัดการพื้นที่ให้มีระบบ และสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน 7 พื้นที่ต้นแบบใน 9 จังหวัด คือ จังหวัดน่าน อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เพชรบุรี อุทัยธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดย 7 พื้นที่ต้นแบบนั้นจะอยู่ในจังหวัดปัตตานี 3 แห่ง ยะลา 2 แห่ง และนราธิวาส 2 แห่ง ทำให้เกิดโอกาสทางอาชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งประชาชนในพื้นที่เฉลี่ยมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 จาก 102 ล้านบาท โดยจังหวัดเพชรบุรี มีรายได้เพิ่มขึ้นสูงสุด 3.2 เท่า รองลงมาจังหวัดขอนแก่น มีรายได้เพิ่มขึ้น 2.8 เท่า

หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล, กิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ

ทั้งนี้ ปีนี้ปิดทองหลังพระฯ ก้าวสู่ปีที่ 9 จึงจะดำเนินการตามการใช้คำขวัญ “สืบสาน เบิกบานใจ” เพื่อกระตุ้นการทำงานตามแนวพระราชดำริอย่างมีความสุขเพื่อให้สัมฤทธิ์ผล เกิดการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจะร่วมมือกับสื่อมวลชน เพื่อให้งานมีการเผยแพร่มากขึ้น