การเดินทางทุลักทุเล! ถ.ธัญบุรีคลอง4 รถยังติด ช่วงรังสิตพหลโยธินน้ำท่วมหนัก

การเดินทางทุลักทุเล! ถ.ธัญบุรีคลอง4 การจราจรยังติด หลังเกิดเหตุเสาไฟฟ้าล้ม ขณะที่ รังสิตช่วงถนนพหลโยธินน้ำท่วมหนัก 

วันที่ ( 7 มี.ค. 61 ) เมื่อเวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจราจรวงถนนรังสิต-นครนายก ขาเข้า บริเวณคลองสี่ จ.ปทุมธานี รถยนตร์เคลื่อนตัวช้า ขณะที่ ถนนพหลโยธินขาออก หน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ไปรังสิต (ซ้ายมือ) ยังติดอยู่ โดยขาเข้ากลับรถใต้สะพานข้ามแยก กม. 27 ไม่ได้ (ขวามือ) ท้ายสะสมไปถึงทางเข้า รร.ธัญบุรี สาเหตุเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อคืนพื้นผิวจราจรหลังจากเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุฝนถล่มส่งผลให้มีเสาไฟฟ้าล้มหลายต้น

ทั้งนี้ เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ( 7 มี.ค.)  เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณ ธัญบุรี-คลองหลวง ถนนพหลโยธิน จนทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และรถติดยาวทั้งเส้นจนถึงดอนเมือง

ขอบคุณภาพ Piiloy Sunkamol

‘บิ๊กป้อม’ ป้อง ‘ศรีวราห์’ ไม่เปลี่ยนทีมทำคดีเสือดำ

‘บิ๊กป้อม’ ชม ‘ศรีวราห์’ ตั้งใจทำงานดี ไม่สนกระแสโซเชียลมีเดียเปลี่ยนทีมทำคดีล่าเสือดำ ยืนยันคดีนี้ไม่เกรงใจใคร นายกรัฐมนตรีย้ำชัดทำตามกระบวนการ

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทการทำงานของ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีการดำเนินคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) เข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า พลตำรวจเอกศรีวราห์ ก็ทำงานตามหน้าที่ ตนยังไม่ได้คุยกับเพราะที่ผ่านมาตั้งใจทำงานดีทุกเรื่อง ส่วนเรื่องนี้ที่ประชาชนออกมาเรียกร้องขยายวงกว้างมากขึ้นนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดก่อน

ทั้งนี้ที่มีการติดแฮชแท๊ก “ไม่เอาศรีวราห์” พลเอกประวิตร กล่าวว่า ให้ไปถาม พลตำรวจศรีวราห์ เอง ส่วนจะเปลี่ยนทีมทำคดีนี้หรือไม่นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า เขาทำงานก้าวหน้าไป ต้องรอเขาแถลงให้เรียบร้อยว่าเป็นอย่างไร และมีข้อโต้แย้งกันอย่างไร ยืนยันการทำคดีไม่มีเรื่องความเกรงใจ และนายกรัฐมนตรีก็สั่งมาด้วยว่าไม่ให้ใครไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง ทำให้ตามกระบวนการ ส่วนคดีนี้ห่วงว่าจะล้มหรือไม่เพราะหลายอย่างค้านสายตาประชาชน พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะเขาทำไปตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่ง

ศุลกากร ตรวจเข้ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ออกนอกประเทศต้องแจ้ง

ศุลกากร ประกาศเข้มงวดนาฬิกา กล้อง โน้ตบุ๊ก ออกนอกประเทศต้องแจ้ง ส่วนสินค้าปลอดภาษีสนามบินห้ามนำเข้า

ประกาศที่ 60/2561 เรื่อง การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสารที่นำติดตัวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนทางอากาศยาน โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับของติดตัวผู้โดยสารที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลบนพื้นฐานของการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการควบคุมทางศุลกากรที่เหมาะสม ทั้งนี้มีข้อปฏิบัติด้วยกันหลายข้อด้วยกัน

โดยใจความของประกาศ ฉบับนี้ ใจความสำคัญในข้อที่ 4 ระบว่า ผู้โดยสาร กรณีเดินทางออกนอกประเทศหากจะนำของมีค่าออกไป เช่น นาฬิกา กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ซึ่งมีเครื่องหมายเลขหมายที่สามารถตรวจสอบได้ ให้แจ้งต่อพนักงานศุลกากร ณ ห้องที่ทำการศุลกากรบริเวณห้องผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ

โดยต้องนำภาพถ่ายของสิ่งของที่นำมาแจ้งจำนวน 2 ชุด เจ้าหน้าที่จะมอบใบรับแจ้งของมีค่าที่ผู้โดยสารนำติดตัวออกไป เมื่อกลับมายังประเทศไทย ให้แสดงใบรับแจ้งของมีค่าต่อพนักงานศุลกากรช่องแดงในวันเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อขอรับการยกเว้นอากรในฐานะของใช้ส่วนตัว โดยต้องเป็นของเก่าใช้แล้ว และมีจำนวนพอสมควรแก่การเดินทาง มีเครื่องหมาย เลขหมาย (Serial Number) หรือหลักฐานอื่นที่สามารถตรวจสอบได้

พนักงานศุลกากรอาจทำเครื่องหมาย หรือเลขหมายแสดงไว้เป็นหลักฐาน หากเป็นของมีค่าหรือของส่วนตัวที่ผู้โดยสารนำติดตัวไปขณะเดินทางออกนอกประเทศ ที่ใช้เป็นปกติวิสัยในระหว่างการเดินทาง หรือเครื่องประดับการแต่งกายตามปกติ ไม่ต้องแจ้งต่อพนักงานศุลกากร

นอกจากนี้ เรื่องการยกเว้นอากรของติดตัวไม่เกิน 2 หมื่น –สินค้าดิวตี้ฟรี นำกลับมาต้องชำระภาษี สำหรับผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ ของส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนทางอากาศยาน ที่จะสามารถได้รับการยกเว้นอากร คือ ของส่วนตัวที่เจ้าของที่นำเข้ามพร้อมกับตน สำหรับใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควร มีราคารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ให้ได้รับยกเว้นอากร

รวมทั้ง บุหรี่ 200 มวน หรือ ซิการ์ หรือ ยาเส้น อย่างละ 250 กรัม หรือหลายชนิดรวมกันมีน้ำหนักทั้งหมด 250 กรัม แต่บุหรี่ต้องไม่เกิน 200 มวน, สุรา 1 ลิตร หากนำของเข้ามาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด ให้สละการครอบครอง โดยนำไปใส่ไว้ในกล่องโปร่งใส (Drop Box) ที่ทางศุลกากรได้จัดทำไว้ด้านหน้าช่องเขียว –ช่องแดง

หากสิ่งของที่ผู้โดยสารนำติดตัวเข้ามาพร้อมกับตน ในวันเดินทางมาจากต่างประเทศ โดยไม่เป็นของต้องห้าม หรือของต้องจำกัดในการนำเข้า มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 200,000 บาท หรือเป็นของที่มีมูลค่าเกินกว่า 200,000 บาท และนำติดตัวเข้ามาเพียงชิ้นเดียว ให้อำนาจของพนักงานศุลกากร จัดเก็บอากรปากระวาง ประกอบด้วย อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ส่วนสินค้าปลอดภาษี Duty Free จะต้องนำออกไปนอกราชอาณาจักรเท่านั้น หากนำกลับเข้ามา