แชร์ว่อน คลิปชายชุดดำ ถือไม้ทำลายรั้วบ้าน อ้างหมาในรั้วงับเสื้อ

ชาวออนไลน์กระหน่ำแชร์ ชายชุดดำถือไม้ ทำลายรั้วบ้าน อ้างสุนัขที่อยู่ในรั้วบ้านขโมยเสื้อ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมามีการแชร์คลิปเหตุการณ์ขณะที่หญิงคนหนึ่งกำลังมีปากเสียงกับชายชุดดำปริศนากำลังถือไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งไม่มีใครทราบว่าเป็นใครมาจากไหน จับใจความได้ว่า ชายที่ปรากฏกายในคลิปได้ทำลายรั้วบ้านของหญิงเจ้าของคลิป ก่อนจะทำร้ายสุนัขที่อยู่ภายในรั้วบ้าน จนเหล็กที่รั้วบิดเบี้ยว ได้รับความเสียหาย ระหว่างที่เจ้าของบ้านออกไปข้างนอก

ทั้งนี้ขณะคลิปเริ่มต้น ชายชุดดำได้มีการท้าทายให้เจ้าของคลิปแจ้งความ ส่วนหญิงเจ้าของคลิปได้พูดว่า สุนัขอยู่ในบ้าน มาทำแบบนี้ได้ไง แต่ชายชุดดำอ้างว่าได้เดินผ่านบ้าน แต่ถูกสุนัขงับเสื้อ และขโมยเสื้อของตนเองไป แต่เจ้าของสุนัขยืนยันว่าตนไม่เคยปล่อยสุนัขออกมานอกบ้าน สามารถถามเพื่อนบ้านที่ยืนยันได้ และขณะนั้นสุนัขก็อยู่ในรั้ว จะออกมางับเสื้อคู่กรณีได้อย่างไร

โดยมีการซักถามชายชุดดำว่าเป็นใครมาจากไหน เหตุใดจึงมาบุกรุกบ้านในหมู่บ้าน ชายชุดดำอ้างว่ารถเสียอยู่ด้านหน้าเมื่อเดินผ่านหน้าบ้านเจ้าของคลิปจึงเกิดเรื่องขึ้น และระบุว่าบ้านของตนเองอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม มีการแชร์โพสต์ดังกล่าวไปแล้วกว่า 7,800 ครั้ง โดยชาวออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมชายชุดดำจึงต้องพบอาวุธในหมู่บ้าน และแค่สุนัขกัดเสื้อทำไมชายชุดดำถึงขั้นต้องพังรั้วเข้าไปตีสุนัขด้านในบ้าน พร้อมเรียกร้องให้แจ้งความเอาผิดกับชายที่ปรากฏในคลิป

ชมคลิป  pongwedmai

ผู้เสียหาย ร้องกองปราบเอาผิด บ.เมจิกสกิน ฉ้อโกงทำสินค้าปลอมสวม อย.

ผู้เสียหาย บุกร้องกองปราบเอาผิด บ.เมจิกสกิน ฐานฉ้อโกง ทำสินค้าปลอมสวม อย.

วันนี้ (6 มี.ค. 61) เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ พร้อมผู้เสียหายมากกว่า 100 คน เดินทางแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท เมจิก สกิน จำกัด ฐานฉ้อโกง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวหลอกลวงผู้บริโภค จำหน่ายสินค้าปลอมสวม อย. สวมโรงงาน และมีพฤติกรรมหลอกลวงคนมาลงทุนทำสินค้าที่สวม อย. ทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง มีผู้เสียหายมากกว่า 5,000 คน ประกอบด้วย ผู้บริโภค ,ตัวแทนจำหน่าย และเจ้าของแบรนด์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท

ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าที่นำผลิตภัณฑ์ไปขาย โดยเชื่อตามที่บริษัทอ้างว่าสินค้าทุกตัวมีเลข อย.สามารถจำหน่ายได้ กระทั่งไปตรวจสอบเลขอย.จากทางเว็ปไซด์ พบว่าไม่ตรงกันทั้งเมื่อตรวจสอบเพิ่ม พบว่าสินค้าส่วนใหญ่ถูกสวม อย. และ ใช้เลข อย.ผิดประเภท รวมถึงอ้างสถานที่ตั้งผลิตโรงงานที่ไม่มีอยู่จริง พอสินค้ามีปัญหาอย. ไม่ถูกต้อง จึงกระทบกันทั้งหมด และมีความเสียหายมาก เพราะสินค้ามีหลายรายการ วานนี้ผู้เสียหายมีการเจรจาค่าเสียหายกับเจ้าของบริษัทแล้ว แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะเจ้าของบริษัทไม่ตอบคำถามเรื่อง อย. บอกเพียงว่าสามารถขายได้ และไม่มีกำหนดในการคืนเงินกับผู้เสียหาย

ด้าน เกศกนก สนิทนาม ผู้เสียหาย เผยว่า ตนขายสินค้าที่เป็นผงชงละลายน้ำ แต่เลข อย. ที่ได้กลับเป็นส่วนของแคปซูลนิ่ม ซึ่งไม่ตรงกับชนิดของสินค้าจริง นอกจากนี้ เมจิกสกินยังไม่มีโรงงานของตัวเอง เมื่อตนเห็นว่าสินค้าไม่ถูกต้อง จึงยุติการขาย ซึ่งตนได้ลงทุนไปแล้วกว่า 6 ล้านบาท หลังจากที่สินค้ามีปัญหาลูกค้าของตนได้ทวงถามความปลอดภัยของสินค้า ตนจึงได้ติดต่อไปยังเมจิกสกิน แต่กลับไม่ได้คำตอบเรื่องดังกล่าว เมื่อทวงถามไปยังบริษัทเพือรับเงินคืน ทางบริษัทก็ให้ลงลายมือชื่อในสัญญาเพื่อรับเงินคืน แต่ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดในสัญญาจึงเกิดความไม่ไว้วางใจ ไม่ลงลายมือชื่อ และรวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่นๆ มาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทวันนี้

แชร์ว่อน!! คลิปพนักงานรถเมล์สาย 39 ทะเลาะกันเองกลางถนน

วิจารณ์สนั่น!! พนักงานรถเมล์สาย 39 ยกพวกทะเลาะวิวาทกันกลางถนน ชาวเน็ตชี้เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Praphaphon Chatkhetkam ได้โพสต์ภาพและคลิปเหตุการณ์พนักงานคนขับรถเมล์และกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งเป็นพนักงานสายรถเมล์เดียวกัน คือสาย 39 ได้ขับรถจอดขวาง พร้อมใช้อาวุธมีดข่มขู่

จากภาพในคลิปจะเห็นได้ว่ารถเมล์สาย 39 ได้จอดขวางหน้ารถของผู้โพสต์ หลังจากนั้นก็คู่กรณีได้ตามพวกมีอีกคันหนึ่ง ซึ่งก็เป็นสายรถเมล์เดียวกัน จนมีการด่าถอกันเกิดขึ้นหลังจากนั้นคู่กรณีนี้ได้ถืออาวุธมีดลงมาจากรถตรงมาที่รถของผู้โพสต์และมีการโต้เถียงกัน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากความขัดแย้งกันเรื่องอะไร

ทั้งนี้ภายหลังคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปมีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวโดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งระบุว่าเป็นผู้บริหารของบริษัทรถเมล์สายดังกล่าว โดยระบุข้อความไว้ว่า “มีอะไรเข้ามาคุยที่บริษัทนะค่ะ พนักงานทะเลาะกันเอง คุณแชร์ก็คือตอนนี้ บริษัทก็เสียหาย เราเป็นผู้บริหารรถสาย39”

ขอบคุณ Praphaphon Chatkhetkam