ญาติเพื่อนเอแบคร่วมเผาศพออย-ลิส คู่รักบุพเพเกิดตายวันเดียวกัน แน่นวัด

ญาติเพื่อนเอแบคร่วมเผาศพออย-ลิส คู่รักบุพเพเกิดตายวันเดียวกัน แน่นวัด บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

วันนี้(3 มี.ค.) เวลา 16.00 น. ที่วัดช่องลม ต.ห้วยกรดพัฒนา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ญาติๆได้จัดให้มีพิธีฌาปณกิจศพน้องออย นายเจษฎา บัวเพชร และนางสาวลิสท์ศศิ มงคลพรทรัพย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเอแบค คู่รักบุพเพสันนิวาส ที่เกิดวันเดียวกันและตายวันเดียวกัยในเหตุการณ์เดียวกัน โดยมีนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการ เครือแปซิฟิก หรือ สถานีวิทยุ จส.100 เดินทางมาเป็นประธานในพิธี โดยมีญาติๆและเพื่อนๆจากมหาวิทยาลัยอัชสัมชันฯ สถาบันการศึกษาของน้องทั้ง 2 คน บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างโศกเศร้า

ซึ่งในงานวันนี้ถือว่ามีความแปลกและน่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากทั้ง 2 ครอบครัวได้มีการตั้งศพ และจัดพิธีฌาปณกิจคู่ด้วยเมรลอยทั้งสร้างขึ้นกลางแจ้งอย่างสวยงาม โดยนางพชรวรรณ บัวเพชร แม่ของน้องออยเปิดเผยว่า ในการส่งวิญญาณน้องทั้ง2เป็นครั้งสุดท้ายด้วยพิธีฌาปณกิจคู่ เป็นความคิด ทั้ง2ครอบครัวที่ต้องการให้น้องทั้ง2ได้ดูแลกันและกันไปตลอดตามที่น้องทั้ง 2 ต้องการ

ทั้งนี้ น้องออย นายเจษฎา บัวเพชร และนางสาวลิสท์ศศิ มงคลพรทรัพย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเอแบค ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อวันที่25กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมี 11 ข้อสังเกตที่ทำให้ถูกตั้งฉายาว่าคู่รักบุพเพสันนิวาส ที่เริ่มต้นจากฝ่ายชายทำบัตรประชาชนหาย แล้วฝ่ายหญิงเก็บได้ตามหานำไปคืนเมื่อครั้งเข้ามหาวิทยาลัยปี1 จากนั้นทั้งคู่ก็คบหาสนิทสนมกันมาจนวาระสุดท้ายของชีวิตที่จบลงในวันเวลาเดียวกัน โดย11ข้อสังเกตุที่ว่า คือ

1) เกิด วัน-เดือน-ปี เดียวกันคือ5 มิถุนายน พ.ศ.2540

2) เกิด เวลาไล่เลี่ยกัน

3) ครอบครัวทั้งคู่ ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

4) บ้านเลขที่ ลงท้ายด้วยเลข 3 เหมือนกัน

5) ทะเบียนรถ ลงท้ายด้วยเลข 39 เหมือนกัน

6) เรียน มหาวิทยาลัย เดียวกัน

7) เรียน คณะ เดียวกัน

8) เรียน รุ่น เดียวกัน

  1. 9) เสียชีวิต วัน-เดือน-ปี เดียวกัน

10) เสียชีวิต เวลาไล่เลี่ยกัน

11) เสียชีวิต ในรถคันเดียวกัน

สลด! กระบะพุ่งชนต้นไม้ริมทางพัทลุง ดับ 4 เจ็บ 4

จ.พัทลุง รถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นไม้ริมทางถนนสายเอเซีย ฝั่งขาล่องใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีก 4 ราย

วันนี้(3 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ 191 พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีมีอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักชนต้นไม้พลิกคว่ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยเหตุเกิดริมถนนสายเอเซีย ฝั่งขาล่องใต้ช่วงนครศรีธรรมราช-พัทลุง ท้องที่บ้านทุ่งขึงหนัง ต.พนมวังค์ อ.ควนขนุน หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาขนาด และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง และเจ้าหน้าชุดกู้ชีพ ร.พัทลุง

ในที่เกิดเหตุ ริมถนนตรงต้นไม้ริมทางเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะวิโก้สีดำแบบตอนครึ่งหมายเลขทะเบียน ผฉ.5391 สงขลา ชนต้นไม้พลิกคว่ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ5ราย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย และภายในแค๊ป เจ้าหน้าที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในจึงเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเอาร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.พัทลุง ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย คือ ด.ช.จิรวัฒน์ ม่วงยิ้ม อายุ 3 ขวบ นางสุนีย์ นวลวดี อายุ 49 ปี นางสาว วาสนา นวลวดี อายุ 44 ปี และนายบุญเลิศ ม่วงยิ้ม อายุ 40 ปี และอีก1 ราย ยังไม่ทราบชื่อและเสียชีวิตขณะนำส่ง รพ.พัทลุง

นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียชีวิต อีก 3 ราย เป็นหญิงที่นั่งมากับด้านท้ายรถกระบะ รวมผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เสียชีวิต 4 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมด ส่ง รพ.ควนขนุน เพื่อชันสูตรอีกครั้ง

สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ได้เดินทางกลับมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านในพื้นที่ จ.สงขลา โดยมีนายบุญเลิศ ม่วงยิ้ม อายุ 40 ปี เป็นคนขับ ขณะที่ ขับมาด้วยความเร็วรถเกิดอาการเสียหลักลงข้างทางชนกับต้นไม้ริมทางจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

สตูลจัดไกด์เตือนนักท่องเที่ยว ห้ามทำลายธรรมชาติ หวังลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

จ.สตูล เตรียมจัดไกด์คอยเตือนแจ้ง สิ่งต้องห้ามการเที่ยวทางทะเลให้นักท่องเที่ยวฟัง หวังลดทำลายธรรมชาติ

ในช่วงปี 61 พบว่านักท่องเที่ยวจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเดินทางลงเกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองจังหวัดสตูลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ในเขตพื้นที่ความดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา และปัจจุบันพบว่า นักท่องเที่ยวจีนแหกกฎในการขึ้นไปเหยียบย่ำปะการัง จับปลานีโม่ จับปลาดาวใส่ถุงพลาสติกและใส่ขวดโหล แหวกรื้อดอกไม้ทะเล ส่งผลกระทบด้านธรรมชาติและเกิดการทำลายเสียหายจนทำให้กลุ่มนักอนุรักษ์ต้องออกตัวปกป้องเรียกร้องให้ทางจังหวัดสตูล และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล สำนักงานท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหามาตรการด้านการป้องกันรณรงค์รักษาธรรมชาติให้ยืนยาว ล่าสุดแม้จะมีการทำป้ายออกเตือนข้อห้ามในเขตอุทยานแห่งชาติทั้งเป็นภาษาอังกฤษ ,ภาษาไทย ,และภาษาจีน พร้อมตัวการ์ตูนแสดงภาพต้องห้าม รวมทั้งป้ายของทีม รีฟกาเดียร์จังหวัดสตูลออกทำป้ายต้องห้ามก็ยังไม่เป็นจุดสนใจต่อนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางลงเรือเพื่อเดินทางไปเที่ยวยังเกาะหลีเป๊ะของจังหวัดสตูล

หลังจากสอบถามนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เห็นป้ายที่เด่นชัด และดูไม่ออกว่าเป็นรูปการ์ตูนแสดงสัญลักษณ์อะไร หากจะทำให้ดีต้องเด่นชัดตัวใหญ่ และมีหลากหลายภาษาที่แสดงให้เด่นชัด

ด้านนายนันทพล เด็นเบ็น รองประธานกลุ่มรีฟการ์เดียนจ.สตูล กล่าวว่า หลังจากประชุมหาแนวทางออกของทางจังหวัดสตูลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นประธานในพิธีการประชุมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทางจังหวัดสตูลได้หาแนวทางออกให้โดยทางจังหวัดสตูลได้แบ่งโซนที่บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวปากบารา จัดห้องให้นักท่องเที่ยวยามเดินทางลงเกาะหลีเป๊ะจะต้องแวะเที่ยวชมบูธนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ และ มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยจะมีกลุ่มมัคคุเทศก์ที่เก่งด้านภาษาจีนหมุนเปลี่ยนเวียนมาชี้แจ้งด้านการลงเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ แล้วต้องห้ามทำสิ่งที่ทางจังหวัดสตูลห้ามทำ หากพบ จับปรับ ลงโทษทันทีไม่เว้นโทษ ส่วนด้านมาตรการแบบยั่งยืนจะหารือกันอีกต่อไป

พร้อมกันนี้ที่บริเวณท่าเรือท่องเที่ยวปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล แม้เป็นจุดศูนย์การการเดินทางลงเรือเพื่อมุ่งหน้าไปเที่ยวยังเกาะหลีเป๊ะ โดยนักท่องเที่ยวในช่วงนี้พบเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนจากประเทศมาเลเซีย ที่เข้ามาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสายแม้ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะผ่านพ้นไป

จนปัจจุบันเพียงไม่กี่อาทิตย์ที่พบเป็นข่าวหน้าสื่อทีวีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อโลกออนไลน์ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าไปทำลายโดยการเหยียบย้ำแนวปะการัง จับปลานีโม่ และทางจังหวัดสตูลโดยทางอุทยานฯและกลุ่มรีฟการเดียนจะทำป้ายติดตั้งหน้าท่าลงเรือ แต่กลับไม่เป็นที่สะดุดตาต่อนักท่องเที่ยวเลย