กู้ภัยเร่งตามหา คุณตา วัย 100 ปี หายตัวไปนาน 6 วัน

สุนัขกู้ภัยร่วมค้นหาคุณตาอายุ 100 ปี หลังหายตัวไปนาน 6 วัน เต็มยังไม่พบเบาะแส เตรียมค้นหาต่อเนื่อง

จากกรณีมูลนิธิกระจกเงา ได้รับแจ้งเหตุผู้สูงอายุ ชื่อนายนิตย์ สีหจักร์ อายุ 100 ปี มีอาการหลงลืม พลัดหลงหายไปจากบ้านที่ ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 ปัจจุบันยังไม่พบตัว แม้ว่าชาวบ้านจะระดมกันค้นหามาหลายวันนับตั้งแต่หายตัวไป แต่ยังไม่มีวี่แวว

ล่าสุดวันนี้ (3 มีนาคม 2561) ทีมงานศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้ลงพื้นที่ติดตามกรณีดังกล่าว โดยใช้กระบวนการสุนัขกู้ภัยสะกดรอยติดตาม โดยความร่วมมือของทีมสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ โดยวันนี้ได้มีสุนัขกู้ภัยปฏิบัติภารกิจออกค้นหาคุณตานิตย์ ร่วมกับชาวบ้านและฝ่ายปกครองตั้งแต่ช่วงเช้า

โดยการค้นหา ดำเนินการทั้งบนบกและในแหล่งน้ำ โดยใช้สุนัข 3 ตัวนำทางค้นหา พิกัดรัศมีกว่า 2 กิโลเมตรจากจุดที่คุณตาหายตัวไป

ในวันนี้การค้นหาได้ยุติลงเวลา 16.00 น. และจะมีการขยายพื้นที่การค้นหาในวันพรุ่งนี้ต่อเนื่อง เพื่อให้ปราศจากข้อสงสัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ข้อสันนิษฐานว่าคุณตานิตย์ ซึ่งป่วยมีอาการหลงลืม อาจเดินพลัดหลงมาถึงถนนหลักแล้วโบกรถที่ผ่านมาเพื่อขออาศัยไปด้วย ก็อาจเป็นไปได้ จึงขอประชาสัมพันธ์ หากผู้ใดเคยพบเห็นหรือทราบเบาะแส โปรดแจ้ง มูลนิธิกระจกเงา โทร 0956311914

วอดทั้งหลัง! ไฟไหม้เรือนนอนบ้านเมตตาโคราช คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เกิดไฟไหม้เรือนนอนหญิง ในบ้านเมตตาโคราช วอดทั้งหลัง คาด ไฟฟ้าลัดวงจร โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

วันนี้(3 มี.ค.) พ.ต.ท.กฤษณะชัย ขันอาสา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้อาคาร ภายในสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา ถนนสุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงได้ประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครนครราชสีมา 2 คัน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตา นครราชสีมา เข้าไปช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารชั้นเดียว ซึ่งเป็นเรือนนอนหญิง โดยไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในอาคาร เนื่องจากมีฟูกที่นอน และเสื้อผ้าอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เปลวไฟได้พวยพุ่งออกมาจนทำให้หลังคากระเบื้องแตก ร่วงหล่นลงมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องระดมกำลังฉีดน้ำดับเพลิงอยู่เป็นเวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถดับเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบภายใน ข้าวของ เสื้อผ้า และที่นอน ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามผู้ดูแลเรือนนอน ทราบว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งของเรือนนอนหญิง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8 หลัง มีผู้ไร้ที่พึ่งหญิงอยู่ทั้งหมดจำนวน 243 คน โดยหลังที่ถูกไฟไหม้เป็นเรือนนอนที่ 7 ใช้สำหรับเป็นเรือนนอนของผู้ไร้ที่พึ่งหญิง จำนวน 37 คน ช่วงเกิดเหตุเป็นขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ไร้ที่พึ่งหญิงทั้งหมด ไปรวมตัวอยู่ที่โรงอาหาร เพื่อเตรียมที่จะรับประทานอาหารเย็น ในเวลา 16.30 น.

ต่อมาแม่บ้านได้เห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากเรือนนอนหญิงที่ 7 จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ และได้ช่วยกันนำถึงดับเพลิงจำนวนกว่า 50 ถัง ไปฉีดสกัดไฟไว้ ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แต่ไม่สามารถสกัดไฟไว้ได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึง จึงช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิงสำเร็จ โดยดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุของไฟไหม้ในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่คาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณที่นอน ซึ่งมีพัดลมเพดานติดตั้งไว้อยู่

สะเทือนใจ! แม่ทิ้งลูกแรกเกิดไว้ในพงหญ้าข้างถนน โชคดีรอดปาฏิหารย์

สลด! แม่ใจยักษ์ทิ้งลูกแรกเกิดเพศชายไว้ในพงหญ้า โชคดีรอดปาฏิหารย์ คาด ฝีมือแม่ใจแตก เร่งติดตามแกะรอยกล้องวงจรปิด

ร.ต.อ.ภาคภูมิ ภูสมนึก ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากคนงานก่อสร้างในชุมชุนหอพักนักศึกษาว่า พบร่างเด็กทารกแรกเกิดเพศชาย ถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้า ข้างถนนหน้าปากซอยฉลอง ตรงข้ามวิทยาลัยสารพัดช่างกาฬสินธุ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมประสานหน่วยกู้ชีพ กู้ภัยกุดหว้า เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุซึ่งเป็นชุมชนหอพักนักศึกษาตรง ปากซอยฉลอง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่พบชาวบ้านกำลังพากันปฐมพยาบาลทารกเพศชายด้วยการเช็ดเนื้อตัว เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้นำตัวเด็กทารกแรกเกิดเพศชายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยพยาบาลได้ชั่งน้ำหนักก็ปรากฏว่ามีน้ำหนักถึง 3.6 กิโลกรัม และถือว่าเด็กมีความสมบูรณ์และต่างมีความเวทนาสงสาร จึงได้ตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่า “บุญหลาย” ที่หมายถึง คนมีบุญมากถึงแม้จะมีคนนำมาทิ้งเพื่อหวังให้ตายก็ยังสามารถรอดได้อย่างปาฏิหาริย์

ด้าน พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจสายสืบทำการแกะรอยตามกล้องวงจรปิดเบื้องต้น พบรถจักรยานยนต์ คนขับเป็นชายและซ้อนเป็นหญิงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนขับรถผ่านเข้ามา ซึ่งก็จะทำการตรวจสอบว่าเป็นรถของใครแต่เบื้องต้นคาดว่าอาจจะเป็นกลุ่มคนทำงานหรือเป็นนักศึกษาใจแตกที่ท้องในวัยเรียนแต่คิดสั้น จึงได้นำลูกของตนมาทิ้ง โดยเฉพาะในจุดที่ทิ้งดังกล่าวเป็นย่านหอพักชื่อดังในหลายสถาบันการศึกษา อย่างไรก็ตามหาก ประชาชนทั่วไปมีเบาะแสก็สามารถแจ้งมาได้ที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามหาครอบครัวที่แท้จริงเบื้องต้นเด็กก็ยังคงอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ไปก่อน