บุญใหญ่! แม่หนุ่มวัย 17 บริจาคอวัยวะลูก ต่อชีวิตให้คนอื่น หลังรถแหกโค้งดับ

แม่หนุ่มวัย 17 บริจาคอวัยวะต่อชีวิตให้ใครหลายคน หลังลูกขี่รถแหกโค้งเสียชีวิต หวังทำบุญที่ยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้ายให้ลูกชาย

วันนี้ (3 มี.ค. 61) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์เรื่องราวดีๆ ของครอบครัวน้องปอนด์ นายภควันต์ บุญยวง อายุ 17 ปี ที่เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุ แต่ผู้เป็นแม่ได้ตัดสินใจบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทย เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์และต่อชีวิตให้กับคนอื่นได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้…

“สวัสดีค่ะควีน วันนี้เรามีเรื่องมาบอกกล่าว การทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ครั้งสุดท้ายของชีวิต

น้องชื่อ ภควันต์ บุญยวง(น้องปอนด์) อายุ17ปี เป็นชาวหมู่ 7 ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ กำลัวศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเนินพิทยาคมระดับชันมัธยมศึกษาปีที่6 เมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ. 2561 น้องได้ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์แหกโค้ง เหตุเกิดที่ ม.2บ้านโคก อาการสาหัส พักรักษาตัวที่ รพ.เพชรบูรณ์ แพทย์ลงความเห็นว่าน้องมีสภาวะสมองตาย น้องไม่สามารถกลับมาหาครอบครัวน้องได้อีกแล้ว

ต่อมา แม่ของน้องน.ส.กาญจนา บุญยวง จึงได้ประสงค์ที่จะบริจาคอวัยวะและดวงตาให้สภากาชาด เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์และต่อชีวิตให้กับคนอื่นได้ ทางโรงพยาบาลเพชรบูรณ์จึงติดต่อกับทางสภากาชาดไทย อวัยวะที่น้องได้บริจาคหลักๆเลยได้แก่ ดวงตาทั้ง2ข้าง ปอด หัวใจ ตับ ไต และอีกหลายอย่าง

ที่ลงมานี้เพื่อที่อยากจะเชิดชูน้อง ที่ได้ต่อชีวิตให้อีกหลายชีวิต เพราะเวลาเราหมดลมหายใจ ร่างกายก็นำไปเผาเป็นแค่เถ้าถ่าน แต่อวัยวะที่น้องได้บริจาคให้กับทางสภากาชาดนั้น นำไปปลูกถ่ายได้หลายคนเลยค่ะ

ขออานิสงค์ผลบุญนี้ส่งผลให้น้องไปสู่ภพภูมที่ดี และบุญรักษามารดาและครอบครัวของน้องด้วยเถิด สาธุ”

ประเดิม! ติดกำไรข้อเท้า EM ผู้ที่ได้ปล่อยตัวชั่วคราวคดียาบ้า

ศาลจังหวัดมีนบุรี ประเดิมรายเเรก ติดกำไรข้อเท้าติดตามตัว ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว คดีครอบครองยาบ้า

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้สั่งติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ EM เป็นรายแรกแก่ผู้ถูกปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขัง ฐานความผิดมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เสพเมทแอมเฟตามีนและเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ วางหลักประกันเป็นเงินสด 10,000 บาท

ซึ่งกำไล EM เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา หรือจำเลยที่มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของศาลยุติธรรม โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายสราวุธ กล่าวว่า ทางสำนักงานศาลยุติธรรมมีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำศูนย์ควบคุม EM ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคล สามารถระบุตำแหน่งที่อยู่และส่งข้อมูลพิกัดของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวด้วยการแจ้งเตือนแบบ Real-time ไปยังศูนย์ควบคุม เมื่อเกิดเหตุกับอุปกรณ์ เช่น มีการทุบ ทำลาย ตัด หรือถอดอุปกรณ์โดยไม่ได้รับการอนุญาต เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสาเหตุของการเกิดสัญญาณ จากนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของศาล เพื่อเสนอผู้พิพากษาพิจารณาเพื่อยกเลิกคำสั่งการปล่อยชั่วคราว และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อไป

ศิษยานุศิษย์ ‘หลวงพ่อเปิ่น’ คับคั่ง! ร่วมพิธีไหว้ครู ประจำปี 2561

ศิษยานุศิษย์ “หลวงพ่อเปิ่น” คับคั่ง! ร่วมพิธีไหว้ครู ประจำปี 2561 ที่ วัดบางพระ

วันนี้ (3 มี. ค. 61) ทีมข่าว MThai News ได้มีโอกาสมาร่วมงาน พิธีไหว้ครู ที่ วัดบางพระ ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ประจำปี 2561 ของ ‘หลวงพ่อเปิ่น’ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งนครชัยศรี ผู้เข้มขลังขมังเวทย์ ด้านการสักเลขยันต์ ที่โด่งดัง จึงได้เก็บภาพบรรยากาศภายในพิธีต่าง ๆ มาให้คุณผู้อ่านได้ชมกันอย่างตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าลูกศิษย์ลูกหาที่มา “ สักยันต์ หลวงพ่อเปิ่น ” และบางคนที่มีอาการที่เรียกว่า “ ของขึ้น ” ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

โดยพิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่เป็นประเพณีของไทยที่นิยมปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อแสดงถึงความระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ เรียกได้ว่าเป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ศิษย์ได้เกิดมีความกตัญญูกตเวที แสดงตนขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรง น้อมระลึกถึงคุณฯงามความดีของบูรพาจารย์ และเป็นการขอขมาแด่ครูบาอาจารย์ ซึ่งในพิธีครั้งนี้มีลูกศิษย์กว่า 30,000 คนเข้าร่วมพิธีไหว้ครู ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวกลางลานอนุสรณ์พระอุดมประชานารถหรือหลวงพ่อเปิ่น

ทั้งนี้หลวงพ่อเปิ่น มรณภาพ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2545 เวลา 10.55 น. สิริอายุ 79 ปี พรรษา 54 แม้ท่านจะมรณภาพไปแล้ว คุณงามความดีคำสั่งสอนของท่านได้รับการสืบทอดต่อมา หลักธรรมที่ท่านสอนคือ ให้ปฏิบัติตัวเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข รู้จักปลงในทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกอย่างในชีวิตมันไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตามในทุกๆ ปีวัดจะจัดให้มีพิธีไหว้ครูใหญ่ประจำปีขึ้นในวันเสาร์กลางเดือน ๔ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณบุรพาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา โดยในแต่ละครั้งงานจะคับคั่งไปด้วยศิษยานุศิษย์ที่มารวมตัวกันอย่างล้นหลาม จนทำให้พื้นที่บริเวณลานวัดดูแคบไปอย่างถนัดตา