ชื่นชม! ทีมกู้ภัยลุยป่าทึบบนหุบเขาสูง กว่า 20 ก.ม. เก็บศพนายพราน

ชาวเน็ตชื่นชม สุดยอดทีมกู้ภัยลุยป่าทึบบนหุบเขาสูงกว่า 20 ก.ม. เก็บศพนายพราน ที่สุโขทัย

จากกรณีมีการแชร์ส่งต่อภาพการทำงานของหน่วยกู้ภัยเทพนิมิตร จุดศรีสัชนาลัย ในการเดินทางเข้าเก็บศพผู้เสียชีวิตในป่าลึก อย่างสมบุกสมบั่น จนได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ใน อ .ศรีสัชนาลัยนั้น จ.สุโขทัยนั้น ต่อมา เวลา 10.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 61 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าพบ นายวิโรจน์ กาฟัก อายุ 59 ปี หน.ชุดกู้ภัยเทพนิมิตร อ.ศรีสัชนาลัย ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ให้ร่วมเดินทางเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เนื่องจากว่ามีญาติแจ้งคนหายเป็นนายพรานหาของป่า ได้เข้าไปในป่าลึกเป็นเวลาหลายวันขาดการติดต่อ อาจได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถเดินทางออกมาได้

เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่หายตัวไปเป็นป่าลึกบนหุบเขาสูงที่บ้านโป่งตีนตั่ง หมู่ 11 ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เขตติดต่อ ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่จึงได้ประชุมวางแผนเข้าไปในป่าเพื่อช่วยชีวิตแต่พบว่าสภาพเส้นทางที่จะเข้าไปช่วยนั้น ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ด้วยรถยนต์ ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไป เนื่องจากจุดที่คนหายตัวไปนั้นมีระยะทางไกล หนทางมีความลำบากเป็นอย่างมาก ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าป่าไปลึกกว่า 20 ก.ม. จึงให้ลูกทีมกู้ภัยจัดเตรียมเสบียง และสัมภาระที่จำเป็นในการเดินป่าให้พร้อม แล้วเดินทางเข้าปาไปในวันที่ 2 มีนาคม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป่าไม้ คนนำทาง รวมกว่า 20 นาย

สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์จากหน้า สภ.ศรีสัชนาลัย ในเวลา 06.00 น. ของวันที่ 2 มีนาคม จนมาถึงปากทางเข้าห้วยแม่ระโมง รถยนต์ไม่สามารถเดินทางเข้าไปต่อได้ เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องใช้การเดินเท้าผ่านป่ารกทึบ ข้ามลำห้วย ขึ้นดอย ไต่หน้าผาชัน หนทางสุดหฤโหด จนลูกทีมและเจ้าหน้าที่บางนายเป็นตะคริวไปต่อไม่ไหว จึงถอนกำลังกลับส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือเดินทางต่อ จนถึงเที่ยงก็ยังไม่ถึงที่เกิดเหตุ จึงพักรับประทานอาหารกันกลางป่า โดยตัดใบกล้วยป่ามาทำความสะอาดแล้วใช้รองอาหารแทนจาน หลังจาก ได้พักผ่อนคลายเหนื่อย เรียบร้อยแล้วคณะกู้ภัยจึงเดินทางบุกป่าฝ่าดงกันต่อ จนกระทั่ง บ่าย 3 โมง จึงถึงจุดที่ญาติแจ้งว่าคนหายไป

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทพนิมิตร และทีมค้นหา ได้พบศพ นายชัยณรงค์ จักรเพชร อายุ 49 ปี อาชีพเป็นพรานป่า อยู่บ้านเลขที่ 102/2 หมู่ 10 ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตข้างดงไผ่ สภาพกะโหลกศรีษะ เกือบหลุดออกจากคอ มีบาดแผลใต้รักแร้ซ้าย สวมชุดลายพรางทหาร มีมีดเหน็บหลัง 1 เล่ม ปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก ตกอยู่ข้างๆ ศพ สภาพศพขึ้นอืด ส่งกลิ่นคละคลุ้ง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน

เบื้องต้นยังไม่สามารถชันสูตรพลิกศพได้ จึง ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตกลับลงมาด้วยความทุลักทุเล เมื่อทีมกู้ภัยเทพนิมิตร ได้นำร่างนายชัยณรงค์ ผู้เสียชีวิตลงมาถึงชายเขา จึงได้นำร่างนายชัยณรงค์ ผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์โดยละเอียดต่อไป

นายวิโรจน์ หัวหน้าชุดกู้ภัยเทพนิมิตรศรีสัชนาลัย กล่าวช่วงท้ายว่า ตั้งแต่ทำงานกู้ภัยมาหลายปี เพิ่งเจอเคสนี้นี่แหละที่หฤโหดที่สุด แต่ตนและทีมงานทุกคนมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

โคตรโหด ! น้องสามีใช้ขวานสับพี่สะใภ้กรรไกรแทงซ้ำดับคาถนน

พัทลุง น้องสามีโหดใช้ขวานตีพี่สะใภ้ก่อนใช้กรรไกรตัดหญ้าแทงซ้ำจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีบรรพต พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีมีเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านท้องที่ ม.4 ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง ในที่เกิดเหตุริมถนน เจ้าหน้าที่พบศพนางอารีย์ บุญฉิม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที 127 ม.4 ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ถูกแทงด้วยกรรไกรตัดหญ้า เข้าบริเวณหน้าอก และตามลำตัว ศรีษะถูกฟันด้วยขวานอีกหลายแผล ใกล้กันเจ้าหน้าที่พบกรรไกรตัดหญ้า 1 อันจึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายกำลังเดินจูงวัวบนถนนเพื่อนำไปล่ามบริเวณข้างบ้าน ก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกับนายสุวรรณเจิม บุญฉิม อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นน้องชายสามี ที่มีบ้านติดกัน โดยทั้งสองเคยมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนกระทั้งเช้าวันนี้ก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกันอีก ขณะที่เถียงกัน นายสุววณเจิม เถียงสู้ไม่ได้จึงหยิบขวานมาตีผู้ตาย ก่อนที่จะเอากรรไกรตัดหญ้าแทงซ้ำจนเสียชีวิตดังกล่าว และหลังเกิดเหตุ นายสุวรรณเจิม ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป