หนึ่งเดียวในโลก! เวียนเทียนทางน้ำ รอบวัดติโลกอาราม ในวันมาฆบูชา

เวียนเทียนทางน้ำ หนึ่งเดียวในโลก รอบวัดติโลกอาราม ครั้งที่ 32 ในวันมาฆบูชา มีพุทธศาสนิกชนชาวพะเยาและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

วันนี้(1 มี.ค.61) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ที่บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม (วัด-ติ-โลก-อาราม) กว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา คลาคล่ำไปด้วยพุทธศาสนิกชน และบรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เดินทางร่วมกิจกรรม เวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยา หนึ่งเดียวในโลก ในคืนวันมาฆบูชา

ซึ่งครั้งนี้ ซึ่งทางจังหวัดพะเยา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 32 แล้ว โดยมีประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าแต่งกายด้วยชุดผ้าขาว ร่วมนั่งเรือพายพื้นบ้านกว่า 50 ลำ ประกอบพิธีเวียนเทียนทางน้ำรอบวัดติโลกอาราม ที่มีพระพุทธรูปหินทราย หลวงพ่อศิลากว๊านพะเยาอายุ กว่า 500 ปี ประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้เห็นความสำคัญของวันมาฆบูชา ร่วมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม เนื่องในวันมาฆบูชาด้วย

ส่วนบรรยากาศการเวียนเทียนหลายวัดในจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะที่วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง หรือ วัดพระเจ้าตนหลวง ก็มีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด จำนวนมากเดินทางเข้าร่วมงานและเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชาเป็นจำนวนมากเช่นกัน

สำหรับกิจกรรมนั่งเรือพาย เวียนเทียนทางน้ำ รอบวัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา ปีหนึ่งจะจัดขึ้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ซึ่งวัดติโลกอารามถือเป็นวัดร้างที่ถูกค้นพบตามแผ่นศิลาจารึก สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งล้านนาเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2019-2029 มีอายุเก่าแก่มากกว่า 500 ปี วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นวัดที่มีผู้ปกครองเมืองพะเยาได้สร้างถวาย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแก่พระเจ้าติโลกราช (ติ-โลก-ราช) ในฐานะทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา

ป.ป.ท.เผย! คดีโกงงบคนจน พบเจ้าหน้าที่คืนเงินหวังจบปัญหา – แถมพบทุจริตรูปแบบใหม่

ป.ป.ท.สอบซ้ำพยาน ยืนยันช่วงเวลารับเงิน หลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ใช้ทริคคืนเงินจบปัญหา พบทุจริตรูปแบบใหม่ เตรียมสรุปภาพรวมรอบสัปดาห์ 5 มี.ค.

พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้ว 24 จังหวัด จากพื้นที่ตรวจสอบเร่งด่วน 37 จังหวัด ซึ่งมีการทุจริตที่คล้ายกับที่ จ.ขอนแก่นและเชียงใหม่

โกงงบคนจน

และยังพบพฤติการณ์ทุจริตในรูปแบบใหม่ แต่ขอสรุปรายละเอียดก่อนเปิดเผยข้อมูล ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานให้เห็นพฤติการณ์ที่ชัดเจน เพื่อสรุปภาพรวมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมารายงานคณะทำงานของแต่ละชุดในวันที่ 5 มี.ค.นี้ ส่วนปัญหาที่พยานได้รับเงินคืนจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ แล้วถูกสั่งห้ามให้บอกข้อมูลกับ ป.ป.ท.ว่าได้เงินครบนั้น ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสอบถามพยานซ้ำ เพื่อยืนยันถึงช่วงเวลาในการรับเงินและคัดแยกพยาน

หากเป็นการรับเงินของปีงบประมาณ 2560 ในช่วงการตรวจสอบก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว เพราะปีงบประมาณ 60 ปิดงบประมาณไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย.60 ซึ่งมีพยานให้รายละเอียดในประเด็นนี้อยู่และมีอยู่หลายจังหวัด แต่ถ้ารับเงินของปีงบประมาณ 61 ในช่วงนี้ ก็ยังต้องตรวจสอบว่าได้รับเงินครบตามใบสำคัญรับเงินหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก ซึ่งบางจังหวัดก็มีการถ่ายรูปขณะรับมอบเงินไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.ท.วันนพ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน อดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ออกมาเปิดเผยว่าผลสอบของ พม.พบผู้บริหารระดับปลัดเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ป.ป.ท.จะต้องหารือประเด็นนี้อีกครั้ง หากตรวจพบหลักฐานการกระทำผิดเชื่อมโยงระหว่างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกับผู้บริหารพม.ก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

โฆษกสภาทนายชี้ คดีหวย 30 ล้าน ต้องรอข้อเท็จจริงชั้นศาล ไม่ใช่กระแสโซเชียล

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ชี้! คดีหวย 30 ล้าน ต้องรอข้อเท็จจริงชั้นศาล ไม่ใช่กระแสโซเชียล

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวแสดงทัศนะเกี่ยวกับข้อพิพาทคดี หวย 30 ล้านบาท ระหว่าง นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ที่อ้างสิทธิลอตเตอรี่ที่หายไป กับ ร.ต.ท.จรูญ วิมล อายุ 62 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ที่เป็นผู้ครอบครองสลาก

โดยในสื่อโซเชียลก็เกิดความคิดแตกต่างกันจนอาจนำไปสู่การตัดสินโดยสังคมไปแล้วว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ทั้งสื่อหลักสื่อโซเชี่ยล อาจทำให้สังคมมีความเห็นไปทางใดทางหนึ่งได้ มีหลายคดี ที่ข้อเท็จจริงตามสื่อ แตกต่างกับข้อเท็จจริงในสำนวนศาลก็ได้

ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ปรากฏและยุติในสำนวนคดีในการสืบพยานในชั้นศาลเป็นข้อเท็จจริงที่มีรายละเอียดสมบูรณ์ กฎหมายจึงให้ถือข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุติในชั้นสืบพยานในศาล เป็นข้อเท็จจริงที่ใช้ในการพิพากษาคดีเท่านั้น