สลด! ชายฝรั่งเศส วัย 60 ช็อกดับ ขณะพาครอบครัวเที่ยวถ้ำมรกต

นักท่องเที่ยว ชาวฝรั่งเศส วัย 60 ปี ช็อกกะทันหัน ขณะพาครอบครัวเที่ยวถ้ำมรกต

วันนี้ (28 มี.ค. 61) มีรายงานว่า เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหมดสติไม่รู้สึกตัวบริเวณภายในถ้ำมรกต อ.สิเกา จ.ตรัง หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางทะเลชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมหน่วยเกาะกระดาน ผู้ประกอบการบริษัททัวร์ปากเมงและผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์ เร่งให้การช่วยเหลือ ส่งต่อให้กับทีมกู้ชีพ ALS รพ.สิเกา ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีโรคประจำตัวและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยว Mr.Roosebeke Jose ชาวฝรั่งเศส วัย 60 ปี ได้พาครอบครัวและเพื่อนๆ บินมาท่องเที่ยวทางทะเลตรัง และได้ว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำมรกตเพื่อชมความงามภายในถ้ำแต่เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ทางไกด์จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมหน่วยเกาะกระดาน หลังรับแจ้งได้รีบนำเรือคายัคเข้าไปรับตัวอย่างเร่งด่วน และได้ประสานเจ้าหน้าที่ เร่งพาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือคลองปากเมง

โดยระหว่างที่นำส่งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำ CPR ไปตลอดระยะทาง จนถึงมือแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสิเกา ได้เข้าช่วยเหลือต่อ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางภรรยาของ Mr.Roosebeke Jose ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สิเกา และได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเพื่อส่งศพกลับต่อไป ซึ่งมีทางผู้อำนวยการททท.สำนักงานตรังและเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ภรรยาและครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก หน่วยกู้ภัยทางทะเลชุมชนสภากาชาดไทย

ชาวระนอง ร้องสื่อผู้รับเหมาทิ้งงานขยายท่อระบายน้ำ สร้างความเดือดร้อน

ชาวบ้านระนอง ร้องสื่อผู้รับเหมาทิ้งงานขยายท่อระบายน้ำ เป็นหลุมกว้าง 1 ม. ยาว 30 ม. มีน้ำเน่าเสีย รถประสบอุบัติเหตุ

นางสิริพร พุทธพงษ์ ชาวบ้านใน ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง เปิดเผยถึงความเดือดร้อน หลังเจ้าหน้าที่ได้มีการขุดขยายท่อระบายน้ำเก่าสำหรับทำท่อระบายน้ำลงสู่ทะเล แต่ติดท่อประปา ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถดำเนินโครงการต่อได้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ประปาก็ไม่เข้ามาแก้ไข ทำให้โครงการไม่แล้วเสร็จ และปล่อยให้ถนนดังกล่าวเกิดสภาพเป็นหลุมบ่อยาวกว่า 30 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวนาน 1 เดือน จนมีน้ำขัง ซึ่งน้ำภายในท่อก็มีลักษณะเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงกระทบกับสุขอนามัยของคนในชุมชน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และเชื้อโรค

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านประสบอุบัติเหตุ ขับขี่จักรยานตกท่อจนได้รับบาดเจ็บด้วย จนประชาชนเกรงว่าในอนาคตจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีก เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังโยนงานกันไปมา ตนจึงขอมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนดังกล่าว

ผงะ! พบวัวใน จ.สุรินทร์ ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

ผงะ! พบวัวใน จ.สุรินทร์ ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กักกัน สั่งเร่งฉีดวัคซีนทั้งหมู่บ้าน

ความคืบหน้า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ หลังถูกประกาศให้เป็นเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคพิษสุนัขบ้า ยกทั้งจังหวัด ล่าสุดนายสัตวแพทย์เอกภพ ทองสวัสดิ์ ปศุสัตว์เขต 3, ประเสริฐ สรรเพชุดาญาณ ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย ปศุสัตว์อำเภอเมืองสุรินทร์ สาธารณสุขอำเภอเมืองสุรินทร์ และนายก อบต.บุฤาษี รุดลงพื้นที่ ฟาร์มเลี้ยงโค ของ นายถวัลย์ โชติช่วง อายุ 54 ปี พื้นที่ บ.ผึ้ง ม.6 ต.บุฤาษี อ.เมือง จ.สุรินทร์ หลังพบว่ามีวัวเป็นโรคพิษสุนัขบ้าตาย 1 ตัว เป็นวัวพ่อพันธุ์ “ชาร์โรเลส์” อายุ 2 ปี โดยทางปศุสัตว์ได้ตัดหัววัวไปตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ แล้วพบว่า มีเป็นผลบวก หรือมีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ทำให้นายสัตวแพทย์เอกภพ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ภายในฟาร์มพร้อมสั่งห้ามให้มีการเคลื่อนย้าย วัวคอกเดียวกันที่เหลืออยู่อีก 15 ตัว โดยเด็ดขาด

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า ฟาร์มวัวของ นายถวัลย์ มีลักษณะเป็นฟาร์มกึ่งเปิดกึ่งปิด พร้อมกันนี้ยังได้อนุมัติวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 2,000 โด๊ด เพิ่มเพื่อนำมาฉีดสุนัข แมว และวัวในพื้นที่บ้านผึ้ง รัศมี 1 ก.ม. เพื่อป้องกันเชื้อที่อาจแพร่ขยายออกไปในวงกว้างต่อไป ด้านนายถวัลย์ กล่าวว่า วัวตัวที่ตายเป็นวัวพ่อพันธุ์ชาร์โรเลส์ อายุ 2 ปีกว่า ตนซื้อมาจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.แกใหญ่ อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อ 3 เดือนก่อน แต่ไม่ทันได้ขายกกลับมาตายเสียด้วยอาการป่วย ตนเหลือ วัว 18 ตัว ทุกตัวมีน้ำลายฟูมปาก เหมือนจะติดเชื้อ จะขายก็ไม่มีใครกล้ารับซื้อ ตนขอวิงวอนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้ความช่วยเหลือด้วย เพราะต้องกู้เงินมาเลี้ยงวัว แต่วัวกลับติดเชื้อแบบนี้

ด้าน ประเสริฐ ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่พร้อมเปิดเผยว่า ตนเป็นห่วงอย่างเดียวว่า คนที่มาสัมผัสจะไม่รู้ ซึ่งสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เริ่มทุเลาลงมา แต่เดือนนี้ กลับมาพบอีก ซึ่งจากการตรวจพบว่า วัวพบมีผลบวกหลายตัว เพราะว่า วัว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เจ้าหน้าที่คาดไม่ถึง ไม่ได้วิ่งกัด เหมือน หมา แมว อย่างเคสนี้เจ้าของยังคิดว่าติดสัตว์ ตนเองกลัวอย่างเดียวคือ คนที่สัมผัสแล้ว ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากทางสาธารณะสุข ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคพิษสุนัขบ้า อยู่ในความควบคุมของทางปศุสัตว์เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวทำอย่างไร ให้ทาง อบต.ซื้อวัคซีนได้เต็มพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ขาดตลาด หาซื้อวัคซีนไม่ได้ ถ้ามีการปูพรมฉีดวัคซีน 100% และอย่างที่ 2 คือ คน ต้องมีความรู้ เมื่อมีแผล ต้องรีบล้างแผล และควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วน