จวกยับ! คลิปกระบะมักง่าย จอดรถโยนขยะทิ้งลงข้างทาง

จวกยับ! คลิปกระบะมักง่าย จอดรถโยนขยะทิ้งลงข้างทาง แบบโนสนโนแคร์ใดๆ

โลกออนไลน์กำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ศิวะ โฉมทรัพย์เย็น ได้โพสต์คลิปความยาวประมาณ 38 วินาที โดยเผยให้เห็นเหตุการณ์ของรถกระบคันหนึ่งจอดริมทางถนน และมีชายหญิง 1 คู่ กำลังช่วยกันขนของจากท้ายกระบะไปโยนทิ้งลงข้างทาง ไม่สนโลกเลยทีเดียว

ทั้งนี้ หลังจากคลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่ต่อว่าทั้ง 2 คน ว่าเป็นการกระทำของคนมักง่าย พร้อมจี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาตัวมาลงโทษ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

แรงไม่หยุด! ออเจ้าใส่ชุดไทยไปทำบัตรประชาชน

แรงไม่หยุด! กระแสละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ออเจ้าใส่ชุดไทยไปทำบัตรประชาชน

เรียกว่าตอนนี้ใครๆ ก็ต้องไม่พลาดชมละครบุพเพสันนิวาส ที่ดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองตอนนี้ แถมยังเกิดกระแสคำฮิตอย่าง ‘ออเจ้า’ จนติดปากทุกคน ไหนจะฉากมะม่วงน้ำปลาหวาน กุ้งเผา หมูกระทะ ก็มีคนกินตามกันอย่างอร่อย แต่ที่สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งก็เมื่อโลกออนไลน์มีการแชร์กระทู้เรื่อง “สวมชุดไทยห่มสไบไปทำบัตรประชาชนได้ไหม” ที่มีการถามถึงการแต่งกายไปทำบัตรประชาชนด้วยชุดไทย

ซึ่งในเวลาต่อมา ได้มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Numfon Sinchai ได้ออกมาตอบข้อสงสัยของหลายๆ คน จากประสบการณ์จริงที่ได้ใส่ไปทำมาแล้ว โดยยืนยันว่า สามารถใส่ชุดไทยไปถ่ายภาพได้ แต่ต้องเป็นแบบมีแขนด้วยเท่านั้น

คุก 2 เดือน ‘เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ’ กับพวก ปมแชทหลุดในห้องพิจารณาคดี

ศาลขอนแก่น ตัดสินจำคุก “เปรี้ยว-เอิร์น-เบนท์” 2 เดือน ปรับ 500 บาท ฐานละเมิดอำนาจศาลกรณีแชทหลุดในห้องพิจารณาคดี

หลังจากการพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาล ของ ศาล จ.ขอนแก่น ตามที่องค์คณะผู้พิพากษาได้มีการนัดไต่สวนฉุกเฉินในช่วงบ่ายของวันนี้ จากกรณีที่มีภาพและข้อความหลุดในโซเชียลมีเดียและเพจต่าง ๆ เป็นภาพ น.ส.ปรียานุชหรือเปรี้ยว น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น และ น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนท์ ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยองค์คณะผู้พิพากษาได้มีการไต่สวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจนแล้วเสร็จ ก่อนมีคำสั่งศาลให้จำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน ปรับคนละ 500 บาท โดยให้รอลงอาญา 1 ปี โดยทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ จึงมีคำสั่งให้ตำรวจศาลทำการควบคุมตัว น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.เอิน กลับลงไปห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของอาคารศาลทันทีเพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณพ์กลับไปทำการคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น เช่นเดิม ขณะที่ น.ส.เบนท์ ทีมทนายความได้นำตัวไปชำระค่าปรับกับทางศาล ก่อนที่อนุญาตให้เดินทางกลับ ตามสิทธิ์ของการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม

ด้าน นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของเบนท์ กล่าวว่า ในการพิจารณาไต่สวนครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันทำจริง โดยกระทำการในช่วงบ่ายของวันที่ 13 มี.ค. ในห้องพิจารณาคดี ศาลจึงทำการวินิจฉัยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เพราะถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล และต้องการตักเตือนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และเป็นคดีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอำนาจศาล จึงมีคำสั่งจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน และปรับคนละ 500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ทำให้ น.ส.เบนท์ ซึ่งอยู่ในระหว่าง การประกันตัว ได้ทำการชำระค่าปรับต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเดินทางกลับ

ขณะที่ น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.เบนท์ ซึ่งถูกคุมขังอยู่แล้ว จึงไม่ต้องชำระค่าปรับ เพราะถูกคุมขังในช่วงของการรอพิจารณาคดี ตามการนัดหมายของศาล ซึ่งส่วนตัวตนมองว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ทำเพราะคึกคะนอง และไม่มีเจตนาที่จะละเมิดอำนาจศาล และคำสั่งศาลซึ่งเป็นผลการพิจารณาคดีครั้งนี้ ถือว่าศาลยังคงเมตตาและให้โอกาส เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและมีการให้การต่อศาลอย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการพิจารณาคดีในคดีหลัก คือการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่ง น.ส.เบนท์ นั้นให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรไปแล้ว โดยศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 มิ.ย.2561 ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องมาฟังคำสั่งศาลครบทุกคน