ศาลขอนแก่น ตัดสินจำคุก “เปรี้ยว-เอิร์น-เบนท์” 2 เดือน ปรับ 500 บาท ฐานละเมิดอำนาจศาลกรณีแชทหลุดในห้องพิจารณาคดี
หลังจากการพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาล ของ ศาล จ.ขอนแก่น ตามที่องค์คณะผู้พิพากษาได้มีการนัดไต่สวนฉุกเฉินในช่วงบ่ายของวันนี้ จากกรณีที่มีภาพและข้อความหลุดในโซเชียลมีเดียและเพจต่าง ๆ เป็นภาพ น.ส.ปรียานุชหรือเปรี้ยว น.ส.กวิตา หรือ เอิร์น และ น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนท์ ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยองค์คณะผู้พิพากษาได้มีการไต่สวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจนแล้วเสร็จ ก่อนมีคำสั่งศาลให้จำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน ปรับคนละ 500 บาท โดยให้รอลงอาญา 1 ปี โดยทันทีที่ศาลอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ จึงมีคำสั่งให้ตำรวจศาลทำการควบคุมตัว น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.เอิน กลับลงไปห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้น 1 ของอาคารศาลทันทีเพื่อส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณพ์กลับไปทำการคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น เช่นเดิม ขณะที่ น.ส.เบนท์ ทีมทนายความได้นำตัวไปชำระค่าปรับกับทางศาล ก่อนที่อนุญาตให้เดินทางกลับ ตามสิทธิ์ของการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม
ด้าน นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของเบนท์ กล่าวว่า ในการพิจารณาไต่สวนครั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าร่วมกันทำจริง โดยกระทำการในช่วงบ่ายของวันที่ 13 มี.ค. ในห้องพิจารณาคดี ศาลจึงทำการวินิจฉัยตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เพราะถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล และต้องการตักเตือนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน และเป็นคดีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอำนาจศาล จึงมีคำสั่งจำคุกผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน และปรับคนละ 500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ทำให้ น.ส.เบนท์ ซึ่งอยู่ในระหว่าง การประกันตัว ได้ทำการชำระค่าปรับต่อศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเดินทางกลับ

ขณะที่ น.ส.เปรี้ยว และ น.ส.เบนท์ ซึ่งถูกคุมขังอยู่แล้ว จึงไม่ต้องชำระค่าปรับ เพราะถูกคุมขังในช่วงของการรอพิจารณาคดี ตามการนัดหมายของศาล ซึ่งส่วนตัวตนมองว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนั้น ทำเพราะคึกคะนอง และไม่มีเจตนาที่จะละเมิดอำนาจศาล และคำสั่งศาลซึ่งเป็นผลการพิจารณาคดีครั้งนี้ ถือว่าศาลยังคงเมตตาและให้โอกาส เนื่องจากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและมีการให้การต่อศาลอย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการพิจารณาคดีในคดีหลัก คือการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่ง น.ส.เบนท์ นั้นให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรไปแล้ว โดยศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 มิ.ย.2561 ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องมาฟังคำสั่งศาลครบทุกคน