เปิด4มาตรการเข้มช่วงสงกรานต์ ฝ่าฝืนจับปรับ

ตำรวจ คุมเข้ม 4 มาตรการหลักป้องกันอุบัติเหตุอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ ฝ่าฝืนทั้งจำทั้งปรับ รณรงค์เล่นน้ำอย่างสร้างสรรค์

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561 ในด้านการดูแลรักษาความแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยปฎิบัติทั่วประเทศดำเนินการ 4 มาตาการหลัก ประกอบด้วย มาตรการด้านการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์/ด้านการให้บริการประชาชน/ด้านความปลอดภัยตลอดจนมาตรการด้านป้องกันปรามปราบอาชญากรรม โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายนนี้ จะดำเนินการอย่างเข้มงวดมากที่สุดครอบคลุมทุกมิติ

ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรด้านการจราจรได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแล โดยเบื้องต้น จะมีการลงพื้นที่ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีก่อสร้างถนน เพื่อขอคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนให้มากที่สุด /เปิดจุดให้บริการประชาชนในบริการจุดพักรถและห้องน้ำ และอำนวยความสะดวกด้านอื่นๆ ส่วนผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ จะต้องไม่ดื่มสุรา เสพสารเสพติด เพื่อลดอุบัติเหตุเป็นต้น พร้อมย้ำว่า ตำรวจจะดำเนินการบังคับกฎหมายจราจรและการจำหน่ายสุรา อย่างเคร่งครัดโดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีอัตราโทษทั้งจำและปรับ

ส่วนมาตรการเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมและโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบ ซึ่งจะมีการระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม และประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนฝากบ้านกับตำรวจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่อุปกรณ์เล่นน้ำในลักษณะอันตราย / ไม่แต่งกายล่อแหลม พร้อมรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองหรือผ้าลายดอก เพื่อเป็นอนุรักษ์ประเพณีไทย พร้อมกับเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมชอบลวนลาม กระทำการลามกอนาจารจะมีโทษทั้งจับทั้งปรับตั้งแต่ 1 ปี จนถึง 10 ปี ส่วนการนั่งท้ายกระบะเล่นน้ำสงกรานต์จะมีการพิจารณาและกำหนดเป็นโซนๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก สำหรับจุดเล่นน้ำสงกรานต์ในกรุงเทพมาหานครปีนี้มีหลายจุดสำคัญ อาทิ ถนนข้าวสาร ทางตำรวจนครบาลจะกำหนดจุดและออกแผนอย่างละเอียดอีกครั้ง

“อัจฉริยะ” เร่งปศุสัตว์ชี้แจ้ง การซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า

ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อกรมปศุสัตว์ ให้เร่งตรวจสอบบริษัทที่จัดซื้อจัดจ้างวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าที่ไม่มีคุณภาพ โดยขอผลการตรวจสอบเร็วที่สุด

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมปศุสัตว์ ตาม พรบ.ข้อมูลข่าวสาร เพื่อขอข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากต้องการทราบถึงบริษัทที่ประมูลได้ ในระหว่างปี 2559-2561 ซึ่ง 1 ใน 5 บริษัท ได้ส่งมอบวัคซีนที่ไม่ได้คุณภาพให้แก่กรมปศุสัตว์ รวมถึงอีก 1 บริษัทที่ไม่มีวัคซีนส่งมอบให้ ส่งผลให้โรคพิษสุนัขบ้าระบาด เพราะไม่มีวัคซีนเข้าไปช่วยป้องกันให้กับสุนัข โดยมีนายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นตัวแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์รับมอบหนังสือ

อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, พิษสุนัขบ้า, กรมปศุสัตว์.วัคซีน
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม

ด้านรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมปศุสัตว์มารับมอบหนังสือแทนเนื่องจากอธิบดีฯ ติดภารกิจทางราชการ ซึ่งขอยืนยัน กรมปศุสัตว์เป็นผู้ซื้อวัคซีน มีขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้อง และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)

ขณะที่ขั้นตอนการตรวจสอบ กรมปศุสัตว์ได้กวดขันโรคระบาดชัดเจน แต่อยากให้ประชาชนที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินด้วย เนื่องจากมีแหล่งข้อมูลบางข้อมูลที่ถูกพูดถึงอย่างไม่ถูกต้อง และหากว่าประชาชนเจอแหล่งการฉีดวัคซีนที่ไม่ถูกต้อง สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษได้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบได้

ขณะที่ช่วงเวลา 14.00 น. ของวันนี้ กรมปศุสัตว์ จะมีการแถลงถึงสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเผยแพร่สถานการณ์ล่าสุดของประเทศอีกครั้ง

ส่องโทษ เปรมชัย จ่อคุก 10 ปี 

ส่องโทษ เปรมชัย ในคดีฆ่าสัตว์ป่า จ่อโดนคุก 10 ปี 

ทีมข่าว MONO 29 รวมรวบอัตราโทษของนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด และพวก รวม 4 คน ครบกำหนดฝากขังครั้งที่  4  ใน คดีร่วมกันล่าสัตว์ป่า ต่อ ศาลจังหวัดทองผาภูมิ โดยคดีนี้ถือว่ามีอัตราโทษสูงถึงคุก 10 ปี
สำหรับโทษของนายเปรมชัย 9 ข้อหา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบสำนวนในชั้นอัยการ และ อีก 3 ข้อกล่าวหา รวมถึง พ.ร.บ.ศุลกากร  ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ซึ่งทั้ง 13 ข้อหา มีโทษอย่างไรบ้าง

1. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า  / จำคุกฟ 5 ปี ปรับ 5 หมื่นบาท
2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง  /  จำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท
3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง   / จำคุก ปี 4 ปรับ 4 หมื่นบาท
4. ฐานร่วมกันพยามยามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า   / จำคุก 5ปี ปรับ 5 หมื่นบาท

5. ฐานร่วมกัน ช่วยซ่อนเร้น หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิด   / จำคุก 1 ปี ปรับ 1 หมื่นบาท

เปรมชัย กรรสูต, คดีเสือดำ, ข่าวสดวันนี้
6. ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า / ไม่มีโทษทางอาญา
7. ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต / ไม่มีโทษทางอาญา
8. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต / จำคุก10 ปี ปรับ 2 แสนบาท
9. ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครอง / จำคุก 10 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท
10 ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ไว้ในครอบครอง ( งาช้างแอฟริกา) /  จำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่น
11. มีอาวุธปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครอง / จำคุก 10 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท
12. ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ / จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

13. ผิด พ.ร.บ.ศุลกากรครอบครองนำเข้างาช้างแอฟริกา /  ปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของรวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้กรมอุทยานฯ ฟ้องแพ่ง 12,750,000 บาท ส่วนการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งข้อมูลจากตำรวจระบุว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือ ได้ปรับประเมินความเสียหายทางระบบนิเวศเพิ่มเติม จากเดิม “เสือดำ” คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 12,700,000 บาท  “ไก่ฟ้าหลังเทา” ประเมินราคาค่าเสียหายเพิ่มเป็นตัวละ  25,000 บาท  และหมูป่าค่าเสียหายตัวละ 25,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  12,750,000 บาท ซึ่งการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งครั้งนี้ ถือเป็นการฟ้องแพ่งความเสียหายด้านสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกของกรมอุทยาน

โดยยึดบรรทัดฐานการเปรียบเทียบราคากับสวนสัตว์ไนท์ ซาฟารี ที่จัดซื้อเสือดำ พ.ศ.2549 กับโครงการเพาะพันธุ์และอนุรักษ์พันธุกรรมเสือโคร่ง เพื่อคืนสู่ถิ่นกำเนิดในธรรมชาติ บริเวณพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตก, กลุ่มป่าแก่งกระจาน และกลุ่มป่าอนุรักษ์ อื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง กรมอุทยานฯ

ส่วนไก่ฟ้าหลังเทา ประเมินราคาจากการซื้อขายทั่วไป รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะและขยายพันธุ์ไก่ฟ้าหลังขาว เพื่อกิจกรรมเพาะพันธุ์และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จังหวัดเชียงราย และหมูป่าประเมินจากราคาซื้อขาย เพาะพันธุ์