สุเทพ โพสต์ หลังแกนนำ พันธมิตร โดนอายัดบัญชี ในคดีกบฏ-อั้งยี่!

สุเทพ โพสต์ หลังแกนนำ พันธมิตรโดนอายัดบัญชี ในคดีกบฏ-อั้งยี่!

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (26 มี.ค. 2561) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ” Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” แสดงความเห็นถึงกรณีที่ สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.-พวก ในคดีกบฏ อั้งยี่ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า
อายัดบัญชี 13 พันธมิตร ปฏิบัติการรุกฆาตจากการท่าฯ-อำนาจมืด

“….เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีส่งเอกสารถึงทุกธนาคาร อายัดทุกบัญชีของพวกเรา แต่เพิ่งทราบจริงวันนี้(23)หลังจากเพื่อนโอนเงินมาให้ ไปกดATMไม่ได้ จึงไปติดต่อธนาคารจึงทราบเรื่องทั้งหมด อายัดทุกบัญชี จะกี่บาทก็ช่าง และมันคงจะเป็นภาวะแบบนี้ไปจนกว่าเขาจะสามารถยึดทรัพย์เราได้ทั้งหมด..
มันเป็นเช่นนี้เอง ความรู้สึกเจ็บลึกในอก..

แม่เจ้าโว้ย!!!ทีคนโกงชาติบ้านเมืองมันทำอะไรกันอยู่ ทีกับคนที่ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตนเอง เอ็งทำได้และรีบทำ..”
ตอนหนึ่งในเฟสบุ๊ค ของ “มาลีรัตน์ แก้วก่า” ที่โพสต์รัวๆ เมื่อเวลา 20.31น.วันที่ 23 มี.ค.2561 และได้รับการแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นข่าวร้อนทั้งในสื่อกระแสหลักและโลกออนไลน์..
มาลีรัตน์ แก้วก่า หรือ”พี่ติ๊ก”ของน้องๆ เป็นอดีตสว.สกลนคร และเป็นอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2

เมื่อกล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรฯที่ประกาศยุติบทบาทไปแล้วเมื่อเดือนส.ค.2556 เป็นทีทราบกันว่าพวกเขาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับระบอบทักษิณถึงสองรอบใหญ่ๆ คือเมื่อปี 2549 และ 2551 ทำให้แกนนำและแนวร่วมถูกดำเนินคดีหลายคดี โดยคดีอาญาคดีหลักคือ คดีบุกทำเนียบรัฐบาล,คดีชุมนุมล้อมรัฐสภาและคดีชุมนุมที่สนามบิน

สองรอบของการลุกขึ้นสู้ทำให้ระดับแกนนำโดนคดีอาญา-แพ่ง ไปคนละ 5-6 คดีเป็นอย่างน้อย
เฉพาะคดีชุมนุมที่สนามบินเมื่อปลายปี 2551เป็นคดีที่ตลกร้ายที่สุด.. พนักงานสอบสวนฟ้องเหวี่ยงแหผู้ต้องหาจำนวนมากถึง 98 คน ทั้งแกนนำการชุมนุมและคนที่ไปยืนปรบมือร้องเพลงข้างเวที และในจำนวน 98 จำเลย มีผู้ที่ถูกข้อหาก่อการร้ายโทษประหารชีวิตถึง13 คน

จะว่าไปคดีสนามบินนี้คล้ายๆกับคดีที่ดีเอสไอ-อัยการกำลังถูกวิจารณ์อยู่ในขณะนี้ว่าฟ้องเหวี่ยงแห 58 กปปส.
แต่ที่น่าเศร้า..คดีสนามบินนั้นนอกจากพันธมิตรฯจะถูกฟ้องอาญาข้อหาหนักแล้ว ยังถูกฟ้องแพ่งจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.),บริษัทการบินไทย และวิทยุการบิน อีกด้วย

คดีแพ่งของการบินไทยและวิทยุการบินนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี แต่ในส่วนของทอท.คดีถึงที่สุดเมื่อเดือนก.ย.2560 โดย13จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหาย 522 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ปี นับแต่ 5 ธ.ค.2551 และณ วันนี้เริ่มปฏิบัติการอายัดบัญชีกันแล้ว ทั้งๆที่คดีอาญาเพิ่งจะสืบพยานโจกท์ในศาลชั้นต้นเท่านั้น..
คำถามจึงมีอยู่ว่าหากคดีอาญาศาลตัดสินยกฟ้องจำเลยหรือรอลงอาญา รอการกำหนดโทษ จะเป็นธรรมกับจำเลยที่ถูกบังคับคดีหรือที่สุดอาจถูกฟ้องล้มละลายหรือไม่อย่างไร..

จริงอยู่เม็ดเงิน 800 กว่าล้านบาท ที่จำเลย 13 คนต้องชดใช้ หากคิดเป็นรายหัวตกคนละ 60 กว่าล้านบาท คงยากที่บุคคลเหล่านี้จะหามาชดใช้ได้ แต่คำถามชวนคิดก็คือทำไมปฏิบัติการรุกฆาตอายัดบัญชีมาแรงและมาเร็ว..ทั้งๆที่การบังคับคดี การสืบทรัพย์มีระยะเวลาดำเนินการนาน 10 ปี

…และที่ผ่านมาสังคมก็รับรู้ว่าจำเลยทั้ง13คนและทุกคนไม่เคยมีใครหนีคดี มีแต่เคารพกระบวนการยุติธรรม และไม่ได้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแม้แต่น้อย.. ก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม อดีตสว.มาลีรัตน์ถึงได้ตบท้ายในเฟสบุ๊คของเธอแบบประชดประชันปนน้อยเนื้อต่ำใจว่า “จุกในอกจริงๆ..แต่ไม่อาจสยบข้าได้หรอก ต่อให้ไม่มีเงินกินข้าว เพื่อนมิตรยังมีข้าว ให้กิน…เอาเถอะ..รีบมายึดไปให้หมด..เร็วนะ..”

สำหรับ13 แกนนำ/แนวร่วมพันธมิตรฯ ที่ถูกทอท.ฟ้องแพ่ง ประกอบด้วยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง,นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายอมร อมรรัตนานนท์, นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง, นายสำราญ รอดเพชร, นายศิริชัย ไม้งาม ,นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี

จาก 13 รายชื่อ จะพบว่ามีอย่างน้อย 6 คน คือพิภพ,สมศักดิ์,สุริยะใส,สมเกียรติ,สำราญและอมร เป็นผู้ต้องหาคดีกบฏร่วมกับ”ลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ”ในรอบของกปปส.ปี2557ด้วย…
การตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย-กบฏ-อังยี่-ซ่องโจร…ไม่ได้เป็นเรื่องสนุกอย่างแน่นอน แต่ใช่หรือไม่ว่าเหตุปัจจัยสำคัญที่
ทำให้คนพันธมิตรฯ-กปปส.ลุกขึ้นมาต่อสู้ก็เพราะต้องการหยุดอำนาจฉ้อฉลประเทศชาติ หยุดปฏิบัติที่ทำร้ายศาสนา จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์..เป็นหลัก

คงไม่มีใครว่าถ้าการดำเนินคดีในส่วนของต้นทาง กลางทางของกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส สะอาด ยุติธรรม..แต่ที่ผ่านๆมาพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีกหลายต่อหลายกรณีว่า..ไม่ใช่
นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่พี่น้องมวลมหาประชาชนจะต้องช่วยกันตอบให้กับบ้านนี้เมืองนี้อีกครั้ง…!!

โดย” อดีตพันธมิตรร่วมสู้”

อียิปต์จัดการเลือกตั้ง ปธน. นาน 3 วัน

อียิปต์จัดเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด คาดนายอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี จะคว้าชัยชนะ

ประชาชนชาวอียิปต์ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเดินทางเข้าไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนให้กับผู้นำคนใหม่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา โดยมีเจ้าหน้าที่กองทัพประจำด้านหน้าจุดลงคะแนน คาดกันว่าประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี จะสามารถคว้าชัยครั้งนี้ไปได้

คูหาเลือกตั้งเปิดเมื่อเวลา 9 นาฬิกาวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยทางการจัดเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดทั่วประเทศ เนื่องจากกลุ่มต่างๆ ในอียิปต์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ขู่จะก่อเหตุตามจุดเลือกตั้ง

ชาวอียิปต์ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน จำนวน 60 ล้านคน จากประชากรเกือบ 99 ล้านคน คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 2 เมษายน โดยมีผู้สมัครเพียง 2 คนคือ ประธานาธิบดีอัล-ซิซี วัย 63 ปี และนายมูสซา มุสตาฟา มูสซา วัย 65 ปี ส่วนคู่แข่งคนอื่นๆ ถูกสกัดไม่ให้ลงสมัคร หนึ่งในนั้นคือ พลเอก ซามี อันนาน ที่ถูกควบคุมตัวในเดือนมกราคมหลังประกาศตัวจะลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ประธานาธิบดีอัล-ซิซีชนะเลือกตั้งสมัยแรกด้วยคะแนนท่วมท้น ร้อยละ 96.9 ในปี 2557 หนึ่งปีหลังยึดอำนาจจากประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ที่ถูกประชาชนประท้วงให้ลาออก

พาณิชย์จับตาใกล้ชิด รถเร่ขายสินค้าห้างค้าปลีกใหญ่

กระทรวงพาณิชย์ จับตาใกล้ชิด หลังห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ใช้กลยุทธ์รถเร่ขายสินค้าตามหมู่บ้าน คล้ายกับรถพุ่มพวง

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ ได้เผยแพร่ภาพรถบรรทุกขนาดเล็ก ติดป้ายว่า มินิบิ๊กซี ซึ่งภายในรถมีการนำสินค้าประเภทต่างๆเช่น ขนมขบเคี้ยว และอาหารแช่แข็ง รวมถึงมีบริการจ่ายบิล ให้บริการในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคล้ายกับรถเร่ขายของตามหมู่บ้านต่างๆ หรือรถพุ่มพวง จนมีการวิพากวิจารณ์ว่าอาจส่งกระทบกับร้านโชห่วย นั้น

ล่าสุด นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบถามไปที่ห้างบิ๊กซีแล้ว ได้รับแจ้งว่า โครงการนี้เป็นเพียงแนวคิดทดลองนำร่องของบิ๊กซี ในการประกอบธุรกิจรูปแบบใหม่ และยังไม่ได้คิดจะทำจริงจัง แต่หากบิ๊กซีจะทำจริงๆ ต้องดูรายละเอียดก่อนว่าผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าหรือไม่ แต่หากส่งผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ร้านค้าคนไทยอยู่ได้

ด้านนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จะติดตามกรณีของบิ๊กซีที่จัดสินค้าใส่รถกระบะเร่ขายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับค้าปลีกทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ซึ่งจะดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย 2 ฉบับ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ. 2542 และ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560