นายกญี่ปุ่นขอโทษกรณีที่ดินอื้อฉาว

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาขอโทษอีกครั้ง เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของเขา พร้อมทั้งยืนยันการเดินหน้าแก้กฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเอง

นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นออกมาแสดงความขอโทษต่อสาธารณชนอีกครั้งเมื่อวานนี้ เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของเขาที่หลายคนมองว่าเป็นการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้องของตัวเอง

นี่นับเป็นการเผชิญวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่นายอาเบะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคมปี 2555 หลังจากที่ข่าวเรื่องมีการนำที่ดินของรัฐบาล มาขายให้แก่โรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของเขาในราคาถูกแบบผิดปกติ

แม้ว่านายอาเบะ จะออกมาระบุว่าเขาต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในฐานะหัวหน้าคณะรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบเรื่องนี้ เหมือนที่เคยกล่าวไว้ในอดีต

ขณะเดียวกัน พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ LDB ของญี่ปุ่น ก็เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในการกำหนดบทบาทที่ชัดเจนของกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งรู้จักกันในฐานะกองทัพญี่ปุ่น

ส่วนผู้ประท้วงที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ได้ออกมาเรียกร้องให้นายอาเบะลาออก โดยอ้างว่าการแก้ไขกฎหมายจะเป็นการปูทางให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ไปมีบทบาทสำคัญในเวทีโลกมากขึ้น

จากผลสำรวจความนิยมล่าสุดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า คะแนนนิยมของคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นชุดปัจจุบันลดลงมาอยู่ทีร้อยละ 31 เท่านั้น โดยประชาชนส่วนให้เหตุผลที่ว่า เนื่องจากเขาไม่แสดงความรับผิดชอบเกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของเขา

สีกาโวย! เจ้าอาวาสวัดดังศรีสะเกษ อ้างทำท้องแต่ไล่ให้ทำแท้ง

สีกาโวยเจ้าอาวาสวัดดังศรีสะเกษ อ้างทำท้องแต่ไล่ให้ไปทำแท้ง ด้านเจ้าอาวาสโต้ลั่นชี้ถูกใส่ร้ายป้ายสี

จากกรณีที่มีข่าวว่า พบเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถูกผู้หญิงร้องเรียนกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งครรภ์ แต่ว่าเจ้าอาวาสวัดดังกลับให้ไปทำแท้ง จากการตรวจสอบที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าวพบแกนนำของชาวบ้าน นำโดย นายประหยัด สุขจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านโคกเจริญ พร้อมด้วย นายชัยณรงค์ ม่วงทอง อบต.หมู่ 12 บ้านโคกพัฒนา นายพรนิมิต สมพร อบต.หมู่ 6 ต.ละลาย นายสถิตย์ บุญศรี เกษตร ต.ละลาย เป็นตัวแทนของชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านโคกเจริญ บ้านโคกพัฒนา บ้านโคกเจริญใหม่ และบ้านโคกสมบูรณ์ พากันมาพบกับ พระคำแพง กตปุญโญ รองเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง เพื่อพากันหารือเกี่ยวกับกรณีที่มีการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดดังแห่งนี้

ด้านนายประหยัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2561 ตนได้รับโทรศัพท์จากนางลี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นภรรยาของช่างวาดภาพตามผนังโบสถ์และศาลาวัด ได้ร้องเรียนว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งท้อง และต่อมาเจ้าอาวาสได้ให้ไปทำแท้ง แต่ไม่ทำจึงได้มาร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้าน ตนจึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับทราบ รวมทั้งได้เชิญผู้นำหมู่บ้าน เรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งมีชาวบ้านมาร่วมชุมนุมประมาณ 50 คน พร้อมทั้งได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ มาร่วมรับทราบด้วย

โดยตนได้ให้นางลี เล่าพฤติกรรม เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านได้รับทราบ โดยได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดมานั่งฟังด้วย ซึ่งนางลีได้เล่าพฤติการณ์ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้สอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาสวัดแล้ว ท่านได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาและท่านไม่ได้พูดอะไรอีก

ขณะเดียวกัน ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ได้ทำบันทึกข้อตกลงขึ้นมา เพื่อให้เจ้าอาวาสวัดได้ลงนามรับทราบว่า ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้เจ้าอาวาสอยู่ในวัดนี้อีกต่อไป เนื่องจากเห็นว่าทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนเป็นผู้นำหมู่บ้าน ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเจ้าอาวาสจะทำผิดจริง เนื่องจากว่าเป็นเพียงคำบอกเล่าของฝ่ายหญิงและไม่มีพยานหลักฐานที่จะเชื่อได้ว่าเจ้าอาวาสได้เสพเมถุนกับนางลีจริง

ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ ก็ได้แจ้งให้ตนทราบว่าหากมีการเสพเมถุนจริงตามที่นางลีกล่าวอ้าง อีกทั้งนางลีก็มีความยินยอม ทางกฎหมายไม่สามารถจะเอาผิดได้ เพราะว่าเป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย หากแต่เป็นเรื่องทางวินัยของสงฆ์ที่จะต้องดำเนินการต่อไป และเจ้าอาวาสวัดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง โดยยินยอมย้ายออกไปจากวัดไปอยู่ที่อื่น ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 23 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา

ทางด้านเจ้าอาวาสวัดที่ถูกกล่าวหา กล่าวว่า ตนไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนการที่นางลีบอกว่าตั้งท้อง และให้ไปทำแท้งนั้น แม่ของนางลี แจ้งว่า นางลีทำหมันแล้ว จึงสงสัยว่าจะท้องได้อย่างไร และเมื่อตนได้รับทราบความจริงจากแม่ของนางลีแล้ว ปรากฏว่าต่อมา นางลีได้มาขอเงิน จำนวน 5,000 บาท แต่ตนไม่ให้ นางลีจึงขู่ว่าหากไม่ให้เงิน จะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีขึ้นแต่ตนไม่ได้ทำผิดอยู่แล้ว จึงไม่กลัวและไม่คิดว่าจะมีการใส่ร้ายป้ายสี

ทั้งนี้สาเหตุที่ตนยอมย้ายออกมา ก็เพราะอยากให้วัดสงบและไม่ให้ชาวบ้านแตกแยก ซึ่งกรณีที่มีสื่อโซเชียลเอาข่าวไปลงในทางเสียหาย ตนจะได้ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่หากสื่อโซเชียลยุติการนำเสนอข่าว และนางลียุติการเคลื่อนไหว ตนก็พร้อมที่จะอโหสิกรรมให้ ขณะเดียวกัน กุฎิเจ้าอาวาสของวัดดังแห่งนี้ ก็ถูกปิดประตูด้านหน้า โดยมีการนำเอากุญแจมาล็อคเอาไว้ ส่วนทรัพย์สินภายในกุฎิ ซึ่งเป็นของส่วนตัวของเจ้าอาวาสได้ถูกขนย้ายออกไปหมดแล้ว

‘มาร์ค’ ซื้อโฆษณาเต็มหน้า นสพ. ขอโทษ ปมข้อมูลสมาชิก 50 ล้านคนรั่วไหล

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กประกาศลงโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ 9 ฉบับในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร  เพื่อขอโทษผู้ใช้ หลังเกิดปมนำข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านคนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร หรือซีอีโอเฟซบุ๊ก เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังระดับโลก ประกาศลงโฆษณาเต็มหน้าหน้าหนังสือพิมพ์ 9 ฉบับในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้แก่ เดอะวอชิงตันโพสต์ ,เดอะนิวยอร์กไทมส์, เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล , เดอะการ์เดียน , ซันเดย์มิรเรอร์ , เดอะซันเดย์ไทมส์ , เดอะเมล์ออนซันเดย์ , ซันเดย์เอ็กซ์เพลส , ซันเดย์ เทเลกราฟ เพื่อกล่าวขอโทษผู้ใช้งานเฟซบุ๊กกรณีปมข้อมูลรั่วไหลจนนำไปสู่การใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โดยการนำข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก 50 ล้านคนไปใช้งานโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของเว็บไซต์ดังกล่าวอย่างยิ่ง

‘ซัคเคอร์เบิร์ก’ ยอมรับว่า มีแอพลิเคชั่นตัวหนึ่งทำให้ในปี 2557 มีข้อมูลรั่วไหลและยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำลายความน่าเชื่อถือของเฟซบุ๊ก ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน พร้อมทั้งระบุว่า ตนเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรให้มากกว่านี้ แต่ได้เพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีบริษัทวิจัย ‘เคมบริดจ์ อะนาไลติกา’ ที่ถูกกล่าวหาว่า ได้ล้วงข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายไปใช้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559 ขณะที่ตามประกาศดังกล่าวไม่มีการกล่าวถึงเคมบริดจ์ อนาลิติกาว่าได้ล้วงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิกไปใช้ในการโน้มน้าวผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดแต่อย่างใด

ดูบทความต้นฉบับ : Mark Zuckerberg finally says ‘I’m sorry’ in newspaper ads around the globe