สีกาโวยเจ้าอาวาสวัดดังศรีสะเกษ อ้างทำท้องแต่ไล่ให้ไปทำแท้ง ด้านเจ้าอาวาสโต้ลั่นชี้ถูกใส่ร้ายป้ายสี
จากกรณีที่มีข่าวว่า พบเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถูกผู้หญิงร้องเรียนกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งครรภ์ แต่ว่าเจ้าอาวาสวัดดังกลับให้ไปทำแท้ง จากการตรวจสอบที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าวพบแกนนำของชาวบ้าน นำโดย นายประหยัด สุขจิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านโคกเจริญ พร้อมด้วย นายชัยณรงค์ ม่วงทอง อบต.หมู่ 12 บ้านโคกพัฒนา นายพรนิมิต สมพร อบต.หมู่ 6 ต.ละลาย นายสถิตย์ บุญศรี เกษตร ต.ละลาย เป็นตัวแทนของชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านโคกเจริญ บ้านโคกพัฒนา บ้านโคกเจริญใหม่ และบ้านโคกสมบูรณ์ พากันมาพบกับ พระคำแพง กตปุญโญ รองเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง เพื่อพากันหารือเกี่ยวกับกรณีที่มีการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดดังแห่งนี้

ด้านนายประหยัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2561 ตนได้รับโทรศัพท์จากนางลี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นภรรยาของช่างวาดภาพตามผนังโบสถ์และศาลาวัด ได้ร้องเรียนว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งท้อง และต่อมาเจ้าอาวาสได้ให้ไปทำแท้ง แต่ไม่ทำจึงได้มาร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้าน ตนจึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ได้รับทราบ รวมทั้งได้เชิญผู้นำหมู่บ้าน เรียกประชุมชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งมีชาวบ้านมาร่วมชุมนุมประมาณ 50 คน พร้อมทั้งได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ มาร่วมรับทราบด้วย
โดยตนได้ให้นางลี เล่าพฤติกรรม เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านได้รับทราบ โดยได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดมานั่งฟังด้วย ซึ่งนางลีได้เล่าพฤติการณ์ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้สอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาสวัดแล้ว ท่านได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาและท่านไม่ได้พูดอะไรอีก
ขณะเดียวกัน ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ได้ทำบันทึกข้อตกลงขึ้นมา เพื่อให้เจ้าอาวาสวัดได้ลงนามรับทราบว่า ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้เจ้าอาวาสอยู่ในวัดนี้อีกต่อไป เนื่องจากเห็นว่าทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตนเป็นผู้นำหมู่บ้าน ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเจ้าอาวาสจะทำผิดจริง เนื่องจากว่าเป็นเพียงคำบอกเล่าของฝ่ายหญิงและไม่มีพยานหลักฐานที่จะเชื่อได้ว่าเจ้าอาวาสได้เสพเมถุนกับนางลีจริง
ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ ก็ได้แจ้งให้ตนทราบว่าหากมีการเสพเมถุนจริงตามที่นางลีกล่าวอ้าง อีกทั้งนางลีก็มีความยินยอม ทางกฎหมายไม่สามารถจะเอาผิดได้ เพราะว่าเป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย หากแต่เป็นเรื่องทางวินัยของสงฆ์ที่จะต้องดำเนินการต่อไป และเจ้าอาวาสวัดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง โดยยินยอมย้ายออกไปจากวัดไปอยู่ที่อื่น ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 23 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา
ทางด้านเจ้าอาวาสวัดที่ถูกกล่าวหา กล่าวว่า ตนไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนการที่นางลีบอกว่าตั้งท้อง และให้ไปทำแท้งนั้น แม่ของนางลี แจ้งว่า นางลีทำหมันแล้ว จึงสงสัยว่าจะท้องได้อย่างไร และเมื่อตนได้รับทราบความจริงจากแม่ของนางลีแล้ว ปรากฏว่าต่อมา นางลีได้มาขอเงิน จำนวน 5,000 บาท แต่ตนไม่ให้ นางลีจึงขู่ว่าหากไม่ให้เงิน จะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีขึ้นแต่ตนไม่ได้ทำผิดอยู่แล้ว จึงไม่กลัวและไม่คิดว่าจะมีการใส่ร้ายป้ายสี
ทั้งนี้สาเหตุที่ตนยอมย้ายออกมา ก็เพราะอยากให้วัดสงบและไม่ให้ชาวบ้านแตกแยก ซึ่งกรณีที่มีสื่อโซเชียลเอาข่าวไปลงในทางเสียหาย ตนจะได้ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่หากสื่อโซเชียลยุติการนำเสนอข่าว และนางลียุติการเคลื่อนไหว ตนก็พร้อมที่จะอโหสิกรรมให้ ขณะเดียวกัน กุฎิเจ้าอาวาสของวัดดังแห่งนี้ ก็ถูกปิดประตูด้านหน้า โดยมีการนำเอากุญแจมาล็อคเอาไว้ ส่วนทรัพย์สินภายในกุฎิ ซึ่งเป็นของส่วนตัวของเจ้าอาวาสได้ถูกขนย้ายออกไปหมดแล้ว