‘เปรมชัย’ โดนแล้ว 13 ข้อหา-เสียหายแพ่ง13ล้าน

รอง ผบ.ตร. เผย “เปรมชัย” โดนฟันทั้งหมด 13 ข้อหา รออัยการสั่งเพิ่มเติมหรือไม่ – มั่นใจสำนวนติดสินบน งาช้าง และอาวุธ สรุปได้ภายใน 30 มี.ค.นี้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันยังไม่ได้รับคำสั่งให้สอบสวน สำนวนคดีล่าสัตว์ป่าฯ ของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม4คน เพิ่มเติมครั้งที่2 อย่างเป็นทางการจากอัยการ มาให้พนักงานสอบสวนว่าจะให้สอบเพิ่มเติมในประเด็นใดเนื่องจากวันนี้อัยการยังอยู่ระหว่างการประชุม แต่คาดว่าอัยการจะมีคำสั่งให้สอบเพิ่มเติม เพราะมีข้อเท็จจริงจากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มาเพิ่มเติมทั้งเรื่องดีเอ็นเอและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ต้องส่งเพิ่มเติม

รวมถึงเรื่องค่าเสียหาย ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้สรุปค่าเสียหายมูลค่ารวมประมาณ 13ล้านบาท ส่วนสำนวนสอบเพิ่มเติมในครั้งแรก ได้ส่งกลับให้อัยการแล้วตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ตำรวจไม่ทำคดีล่าช้า

ส่วนกรณี ที่มีกระแสข่าวเรื่องไม่พบดีเอ็นเอที่อาวุธปืน อาจจะเป็นช่องโหว่ ของคดีนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า ปืนเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่หลักฐานสำคัญที่พบดีเอ็นเอ คือ เป็นมีดและ เขียง ซึ่งทำให้ยืนยันได้ว่า สำนวนการสอบสวนไม่อ่อนตามที่มีกระแสข่าวแน่นอน และหากอัยการมีคำสั่งสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการมา ก็จะดำเนินการทันที

สำหรับประเด็นที่มีบุคคลตั้งข้อสังเกตว่า สำนวนมีช่องโหว่ให้ผู้ต้องหาต่อสู้คดีในชั้นศาลได้นั้น ขอให้รอผลการประชุมของพนักงานอัยการก่อน และส่วนตัวไม่คิดที่จะฟ้องกลับบุคคลเหล่านั้น และยืนยันว่าการทำงานของตัวเองตลอดที่รับราชการมาไม่มีทางเปิดช่องให้ผู้ต้องหากลับมาฟ้องร้องตนเองได้

ทั้งนี้ความผิดฐานตาม พ.ร.บ.ศุลกากร กรณีหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้างาช้าง พนักงานสอบสวนได้เรียกนายเปรมชัย เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ขณะนี้นายเปรมชัยโดนข้อกล่าวหารวมทั้งหมด 13 ข้อหา

นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังยืนยันอีกว่า ได้กำชับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปทส. และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ว่าจะต้องสรุปสำนวนส่งอัยการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มี.ค.นี้

ฝรั่งเศสไว้อาลัย ตร.วีรบุรุษ ยอมให้คนร้ายจับเป็นตัวประกันแทนเหยื่อสาว

ฝรั่งเศสร่วมไว้อาลัยให้แก่ตำรวจนายหนึ่งซึ่งเสียชีวิตหลังยอมให้คนร้ายจับเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้หญิง ในเหตุกราดยิงเมื่อวันศุกร์

ชาวฝรั่งเศสร่วมไว้อาลัยตำรวจนายหนึ่งซึ่งเสียชีวิต หลังยอมให้คนร้ายจับเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้หญิงระหว่างเกิดเหตุกราดยิงซูเปอร์มาร์เก็ตที่แทร์บ เมื่อวันศุกร์

พันตำรวจโทอาร์โนด์ เบลทาร์ม วัย 44 ปี เดินทางไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองแทร์บ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ หลังได้รับแจ้งว่ามีคนร้าย บุกกราดยิงและจับพนักงานและลูกค้าเป็นตัวประกัน โดยเขายอมเป็นตัวประกันแทนหญิงสาวคนหนึ่ง เขาถูกยิง 2 นัด และถูกแทงหลายแผล ก่อนที่หน่วยตำรวจพิเศษจะบุกจู่โจมและสังหารคนร้าย

โดยที่สถานีตำรวจ และสถานที่ราชการหลายแห่งสั่งลดธงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยต่อการจากไปของเบลทาร์ม ด้านประธานาธิบดี เอมมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้กล่าวยกย่องว่าเขาเป็นวีรบุรุษ หลังแสดงความกล้าหาญและไม่เห็นแก่ตนเอง และเสริมว่าเขาควรได้รับการเคารพและชื่นชมจากชาวฝรั่งเศสทั่วประเทศ

พันตำรวจโทอาร์โนด์ เบลทาร์ม
พันตำรวจโทอาร์โนด์ เบลทาร์ม

ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือ นายราดวน ลักดิม อายุ 25 ปี ที่เกิดในโมร็อกโก แต่ได้สัญชาติฝรั่งเศส ได้ลงมือสังหารเหยื่อไปทั้งสิ้น 3 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 16 คน

ทั้งนี้ มีรายงานว่านายลักดิมได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยรายสำคัญที่สุด จากเหตุการโจมตีหลายระลอกในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน

วัดกาฬสินธุ์ขอบิณฑบาตเถ้าเหยื่อทัวร์อีก 3วัน ลดอาถรรพ์ตายโหง

หลวงปู่วัดป่าพุทธมงคล ขอบิณฑบาตเถ้ากระดูกเหยื่อทัวร์มรณะอีก 3 วัน ก่อนให้ญาติเก็บกระดูก ลดอาถรรพ์

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ ที่วัดป่าดงกระยอมอุดมคุณ ตำบลห้วยโพธิ์ และวัดป่าพุทธมงคล ตำบลหลุบ ได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ เหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุรถทัวร์มรณะ ทั้งนี้การเผาศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ ได้ทำการฌาปนกิจไป 5 ศพ ขณะที่วัดป่าพุทธมงคล ได้ฌาปนกิจจำนวน 9 ศพ แต่ในวันนี้ทั้ง 2 วัดญาติไม่ได้ทำการเก็บกระดูกผู้เสียชีวิต

เนื่องจากหลวงปู่หนูอินทร์ เจ้าอาวาสฯ และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ขอบิณฑบาตเอาไว้ เพราะเป็นการลดความร้อนแรง และต้องการให้เป็นไปตามความเชื่อของโบราณประเพณี เพราะการเสียชีวิตที่ไม่ปกติธรรมดาถือว่าเป็นผีตายโหง จึงจำเป็นที่จะต้องอาถรรพ์ จึงได้ปล่อยเอาไว้ 3 วัน ครบตามนั้นจึงจะทำพิธีเลี้ยงพระ และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต

ซึ่งวันนี้ภายในวัดญาติจึงทำได้เพียงการทำบุญ ขณะที่ในวันนี้ ญาติ ได้เตรียมเอกสาร เพื่อส่งกับเจ้าหน้าที่ คปภ. เพิ่มเติม เพื่อขอรับค่าสินไหมทดแทน เพราะรถคันนี้ได้ทำประกันแบบภาคบังคับ และทำประกันแบบภาคสมัครใจเอาไว้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินรายละ 650,000 บาท ทันทีเมื่อผ่านการตรวจเอกสาร ซึ่งขณะนี้เอกสารได้ผ่านแล้ว 10 ราย ซึ่งการจ่ายค่าสินไหมจะเริ่มในวันที่ 27 มีนาคมนี้

สำหรับผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ก่อนหน้านี้ญาตินำศพฌาปนกิจเอง โดย 2 ราย คือ 1.นายวิรุฬห์ ตะก้อง ทำการฌาปนกิจศพที่วัดชัยสุนทร เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และ 2.นายสีไพร เผือดผุด ญาติทำการฌาปนกิจศพไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ส่วนอีก 2 ราย ญาติจะทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 26 มี.ค. 61 โดยนางเรียน ธารวาวแวว ฌาปนกิจศพที่วัดดงกระยอมอุดมคุณ บ้านกลางดง ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และนางสายธาร สุทธิชุม จะฌาปนกิจศพที่วัดดอนสนวน บ้านดอนสนวน ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์