แฉพฤติกรรมฉาวเก๋งขาวขวางรถฉุกเฉิน ชนคนขี่รถจยย. แขนเกือบขาด

แฉพฤติกรรมฉาวเก๋งขาวขวางรถฉุกเฉินจนผู้ป่วยในรถเสียชีวิต เคยขับรถชนคนขี่จักรยานยนต์แขนเกือบขาดมาครั้งหนึ่งแล้ว

ก่อนหน้านี้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อItthikorn Butsaraได้โพสต์ภาพวิดีโอ เหตุการณ์ขณะอยู่บนรถฉุกเฉิน ที่กำลังนำตัวผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาลโดยระบุว่า “คนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจและเสี่ยงต่อหัวใจหยุดเต้น พี่ให้ทางรถพยาบาลได้แต่ไม่ยอมหลบ เห็นแต่ในข่าว วันนี้เจอกับตัวเองเลย” โดยเนื้อหาในคลิปเผยให้เห็นภาพในรถฉุกเฉินที่มีการเปิดเสียงไซเรน – ไฟขอทาง โดยวิ่งทางช่องทางขวาสุดของถนน ด้านหน้ารถมีรถเก๋งฮอนด้าซีวิค สีขาว ขับแช่ไม่หลีกให้รถฉุกเฉิน

เก๋งขาว , ขวางรถฉุกเฉิน

โดยมีความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเจ้าของคลิปวิดีโอ ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุเปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ป่วยที่เดินทางมากับรถฉุกเฉินคันดังกล่าว ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งเรื่องราวดัวกล่าวได้รับความสนใจจากสังคม และสร้างเสียงวิจารณ์ต่อพฤติกรรมดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางความตื่นตัวในเรื่องการขับรถหลบทางให้รถฉุกเฉิน เพื่อช่วยรักษาชีวิตคนไข้วิกฤตที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน หลังก่อนหน้านี้มีกรณีคลิปรถเก๋งคันสีแดงขับขวางทางรถฉุกเฉินจนกระทั่งคนไข้ภายในรถเสียชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง

ล่าสุดได้มีการย้อนความไปถึงพฤติกรรมของคนขับรถเก๋งสีขาวคันนี้ เมื่อช่วงเดือน ส.ค. 60 ที่ผ่านมาโดยข้อมูลระบุว่ารถเก๋งซีวิคคันนี้ ได้เคยชนประสานงา กับรถจักรยานยนต์ จนทำให้ผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์แขนเกือบขาดมาแล้ว และตอนนี้ก็ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยทราบชื่อเจ้าของรถคือ นายฤทธิกร ประมาณเมือง แต่ครั้งนั้น แฟนสาวเป็นผู้ขับ แต่ครั้งที่ขวางรถพยาบาลนั้น ตนเองเป็นผู้ขับขี่เอง

นอกจากนี้นายฤทธิกร ได้เปิดเผยว่า “คดีเก่านั้นเกิดขึ้นจริง และแฟนสาวเป็นผู้ขับขี่ อันนี้รับผิดชอบมีการพูดคุยกับคู่กรณีตลอด และยังไปเยี่ยมอยู่เสมอ เพียงแต่ตอนนี้คือยังไม่ได้นัดชดใช้ค่าเสียหาย เพราะผู้ป่วยยารักษาอาการอยู่ต่อเนื่อง เพราะแขนผู้บาดเจ็บไม่สามารถกลับมาใช้ได้เหมือนปกติ เราดูแลอยู่ไม่ได้ทิ้งผู้บาดเจ็บแต่อย่่างใด”

ตร.ล่อซื้อยาบ้า ถูกคนร้ายยิงแต่ ‘กระสุนด้าน’ เชื่อ ‘ห้อยพระดี’

ตำรวจปากเกร็ด ล่อซื้อยาบ้า คนร้ายยิงปืนใส่ยิงไม่ออกพบห้อยพระดัง

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 21 เม.ย.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายประสิทธิ์ กรำกระโทก อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 14 ต.คำสะอาด อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และนายชนะวงศ์ ไทยเจริญ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลจที่ 50 ซอยประชานิเวศน์ 3 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) จำนวน 212 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์) จำนวน 0.81 กรัม อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 1 นัด โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สำหรับผู้ต้องหาที่1 มีโทษเพิ่มคือ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาติ โดยจับกุมตัวได้ที่ หน้าห้างเมเจอร์ สาขาปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดที่บริเวณหน้าห้างเมเจอร์ ปากเกร็ด จึงได้ทำการวางแผนเข้าล่อซื้อและจับกุม เมื่อผู้ต้องหามาถึงจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหามีการต่อสู้และได้ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่เครื่องกระสุนปืนไม่ทำงาน ด.ต.นิพนธ์ จึงได้เข้าไปกอดปล้ำเพื่อแย่งอาวุธปืน และด.ต.นิพนธ์ ไม่ได้รับบาดเจ็บ และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ จึงได้นำตัวไปตรวจค้นห้องพัก เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาที่ 2 ยืนอยู่หน้าห้องพัก ผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าอาศัยอยู่ด้วยกัน และสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากนายลพ ไม่ทราบนามสกุล อยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

จากการสอบถาม ด.ต.นิพนธ์ สายสีแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ถึงขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาและถูกยิงแต่ปืนไม่ทำงาน ทราบว่าจากการวางแผนล่อซื้อยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซุ้มจับกุมแต่ผู้ต้องหาไหวตัวได้และได้ทำการพยายามหลบหนี จึงได้มีการติดจามจับกุม ระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงออกมาแต่ปืนไม่ทำงาน ตนจึงได้เข้าจับกุมตัวและพบมียาบ้าของกลางอยู่ในตัว ซึ่งเพื่อน ๆ ตำรวจที่เข้าร่วมจับกุมผู้ต้องต่างตกใจและเข้าจรวจสอบว่าตนถูกยิงบาดเจ็บหรือไม่ แต่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ตนห้อยพระ ‘หลวงปู่เอี่ยม’ เป็นพระที่ตกห้อยติดตัวตลอด เป็นพระวัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด ตำรวจทุกคนส่วนใหญ่จะห้อยพระวัดสะพานสูง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพ่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อภิสิทธิ์ รอ สนช. แจงปมคลิปล้ม กสทช. จี้ ต้องหาผู้รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

อภิสิทธิ์ รอ สนช. แจงปมคลิปล้ม กสทช. ชี้ มีลักษณะคล้ายการคว่ำ กกต.จี้ ต้องหาผู้รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมากให้ล้มการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับการคว่ำรายชื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ก่อนหน้านี้

จึงจะต้องรอดูว่า สนช. จะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าว และจะมีการสอบสวนเกี่ยวกับคลิปเสียงหลุด รวมถึงจะต้องติดตามว่าคณะกรรมการสรรหาฯ จะมีการชี้แจงอย่างไรด้วย และได้มีการกลั่นกรองผู้สมัครแล้วหรือไม่ เนื่องจากบางคนขาดคุณสมบัติ ดังนั้นหากเกิดความล้มเหลวหลายครั้งก็ควรมีการออกมารับผิดชอบ

ทั้งนี้ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจ ที่คณะกรรมการสรรหา และ สนช. ไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับการสรรหาล้มทั้ง กกต. และ กสทช. และเป็นห่วงว่าในอนาคตหากมีผู้สมัครที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจผ่านการคัดเลือก ก็อาจถูกครหาได้ว่ามีความชัดเจนที่มีการใช้สายสัมพันธ์ในการเข้าสู่ตำแหน่ง จึงควรชี้แจงถึงสาเหตุการล้มการสรรหาให้ชัดเจน