ภัยใกล้ตัว! เร่งเยียวยาจิตใจ หญิงอายุ 18 ถูกเจ้าของหอทำร้าย-ล่วงละเมิด

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งเยียวยาจิตใจหญิงสาววัย 18 ปี ถูกเจ้าของหอพักทำร้ายร่างกาย และล่วงละเมิดทางเพศ ที่ จ.สงขลา

วันนี้ (20 เม.ย. 61) เวลา 08.00 น. นางไพรวรรณ พลวัน รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รอง ปพม.) รักษาการแทนปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.) ครั้งที่62/2561 เพื่อรับทราบปัญหาทางสังคม ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และร่วมหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวง ร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 8 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

จากกรณีหญิงสาววัย 18 ปี ถูกเจ้าของหอพักที่เช่าพักอาศัย ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าจนอ่อนแรง และบังคับข่มขืนกระทำชำเรา แล้วหลบหนีไป ซึ่งขณะนี้สภาพจิตใจของเด็กสาวมีอาการแย่ ต้องเข้าพบจิตแพทย์โดยด่วน ที่จังหวัดสงขลา นั้น ได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา (พมจ.สงขลา) พร้อมทีม One Home จังหวัดสงขลา เร่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และประเมินทางสังคมของครอบครัวดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจของกระทรวง พม. พร้อมเร่งเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจหญิงสาวอย่างใกล้ชิดโดยด่วน

เพื่อให้หญิงคนดังกล่าวมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข และช่วยเหลือในเรื่องของการตรวจสุขภาพและการรักษาพยาบาลอาการบาดเจ็บของหญิงสาวคนดังกล่าว รวมทั้งกระทรวง พม. มีบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสงขลา พร้อมดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ปกครองและบุคคลใกล้ชิดที่เกี่ยวข้อง หากพบเบาะแสการกระทำความรุนแรงในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษาและการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป

สำหรับความคืบหน้าทางคดี ล่าสุด พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.สงขลา ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการสอบสวนคดีนี้ พร้อมกับเปิดเผยว่า ในทางคดีหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและได้ออกหมายจับเจ้าของหอพักรายนี้แล้ว และดำเนินคดีทุกฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ

สวาซิแลนด์ เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว เป็น ‘อีสวาตินี’

กษัตริย์แห่งสวาซิแลนด์ ทรงประกาศเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็น “ราชอาณาจักรอีสวาตินี”  ป้องกันความสับสนเป็น “สวิตเซอร์แลนด์”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 แห่งสวาซิแลนด์ ทรงมีพระบรมราชโองการเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สวาซิแลนด์” เป็น “อีสวาตินี”  ( eSwatini ) ซึ่งเป็นภาษาสวาตีหมายถึง “ดินแดนของชาวสวาซี” หรือ “สถานที่สำหรับชาวสวาซี”

โดยพระองค์ทรงให้เหตุผลของพระราชประสงค์ในการเปลี่ยนชื่อประเทศ ว่าเป็นการแสดง “ความเป็นอัตลักษณ์” ของประเทศ ก่อนตกอยู่ภายใต้การยึดครองของสหราชอาณาจักรระหว่างปี 2449 ถึง 2511 และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนระหว่าง “สวาซิแลนด์” กับ “สวิตเซอร์แลนด์”

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 ทรงเรียกสวาซิแลนด์ว่า “ราชอาณาจักรอีสวาตินี” มาแล้วหลายครั้งในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่รวมถึงการขึ้นเวทีพระราชทานกระแสพระราชดำรัวสต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อปีที่แล้ว

ปัจจุบันสวาซิแลนด์เป็นประเทศเดียวในทวีปแอฟริกาที่อยู่ภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี 2529 ขณะทรงมีพระชนมพรรษาเพียง 18 พรรษา และถูกนานาประเทศรุมวิจารณ์อย่างหนักจนถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับการกดขี่ด้านสิทธิพลเมือง

ด้านพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสวาซิแลนด์วิจารณ์การเปลี่ยนชื่อประเทศว่า “ไม่จำเป็น” และเรียกร้องให้สมเด็จพระราชาธิบดีอึมสวาตีที่ 3 ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนมากกว่านี้ จากการเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีมากที่สุดในโลก

สำหรับสวาซิแลนด์ เป็นประเทศที่คุ้นหูของชาวไทยเมื่อหลายปีก่อน เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งหลบหนีคดีทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ได้เคยเข้าไปเจรจาทำธุรกิจเหมืองเพชร เมื่อประมาณปี 2009

ชาวบ้านร้อง! น้ำประปาไม่ไหล เดือดร้อนกว่า 400 ครัวเรือน

การประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองคาย เร่งตรวจสอบน้ำประปา หลังชาวบ้านร้องเรียนน้ำไม่ไหล ส่งผลกระทบ กว่า 400 ครัวเรือน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการวางระบบจัดส่งน้ำใหม่งบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหนองคาย พร้อมตัวแทน การประปาส่วนภุิมภาคสาขาหนองคาย ชี้แจงกับชาวหมู่บ้านเอื้ออาทรมิตรภาพหนองคาย ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองคาย กรณี ปัญหาน้ำประปาไม่ไหล ติดต่อกัน 4 วัน ทำให้ชาวบ้านกว่า 400 ครัวเรือนเดือดร้อน ต้องซื้อน้ำอุปโภคบริโภค

ทั้งนี้ นายคมกริช ศรีปัญญา ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองคาย ระบุว่า ปัญหาน้ำประปาไม่ไหล เกิดจากท่อน้ำดิบ ที่จะส่งไปโรงผลิตน้ำเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซม ซึ่งขณะนี้ก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว การประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองคายได้ทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ดำเนินการวางระบบท่อจัดส่งน้ำใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งจะทำให้ระบบส่งน้ำประปาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น