กรมอุทยานแห่งชาติแนะ ข้อควรปฏิบัติเมื่อพบช้างป่า

กรมอุทยานแห่งชาติ แนะข้อควรปฏิบัติหากพบช้างป่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

แฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความแนะข้อควรปฏิบัติหากพบช้างป่า เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยระบุไว้ 10 ข้อดังนี้

1.หยุดรถให้ห่างจากช้างอย่างน้อย 30 เมตร

2.อย่าใช้แตรรถ หรือส่งเสียงดังรบกวนช้างหรือไล่ช้าง

3.งดการใช้แฟลชถ่ายภาพ

4.ติดเครื่องยนต์ไว้เสมอ

5.หากพบช้างในเวลากลางคืน ให้ติดเครื่องยนต์ไว้เสมอ ห้ามกระพริบไฟ

6.เมื่อตกอยู่ในวงล้อมของช้าง ให้ใช้ไฟต่ำ อย่ากระพริบไฟ แล้วเลือกเคลื่อนรถไปในทางที่ช้างอยู่น้อย

7.ไม่ควรจอดรถดูช้าง เพราะเป็นการกีดขวางรถคันอื่น

8.เมื่อจอดรถเรียงกันบนถนน เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนไหว รถคันหลังควรเคลื่อนรถตาม เพื่อช่วยกันบรรเทาสถานการณ์คับขัน

9.ไม่ควรจอดรถแล้วลงไปถ่ายรูปช้างในระยะใกล้ๆ

10.ประสาทสัมผัสของช้างที่ดีที่สุดคือ หู จมูก และตา ถ้าดับเครื่องยนต์ ช้างจะเข้าใกล้เพื่อใช้ประสาทสัมผัสอย่างอื่น นั่นก็คือการดม ดู และสัมผัส

ขอบคุณข้อมูลจากแฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กลุ่มเครือข่ายฯ เสนอใช้ พรบ.สิ่งแวดล้อม ยุติบ้านพักตุลาการ

กลุ่มเครือข่ายฯเสนอใช้ พรบ.สิ่งแวดล้อม พร้อมยุติบ้านพักตุลาการ ระงับทุกกิจกรรมและส่งต่อพื้นที่เป็น อช.ดอยสุเทพ-ปุย

คณะทำงานร่วมที่ประกอบไปด้วยตัวแทนเครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพและตัวแทนจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปที่จะเป็นมติเสนอไปยังแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ โดยมีข้อเสนอสำคัญก็คือขอให้ประกาศพื้นที่โครงการก่อสร้างในแนวเขตป่าดั้งเดิมทั้งหมดให้เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูสภาพป่าตามลำดับ

เช้าวันนี้ ( 20 เม.ย.) สำนักงานศาลยุติธรรมไม่อนุญาตให้ตัวแทนเครือข่ายทวงคืนผืนป่าดอยสุเทพและตัวแทนหน่วยงานราชการ เข้าพื้นที่สำรวจการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ตามที่ธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือขอไปก่อนหน้านี้ ทำให้คณะทำงานร่วมได้เข้าหารือกันที่ห้องประชุมโครงการชลประทานเชียงใหม่ โดยในวันนี้เครือข่ายกลุ่มคัดค้านได้สรุปข้อเสนอเป็นมติเพื่อนำส่งให้กับแม่ทัพภาคที่ 3 ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรี ใช้อำนาจตาม ม.48 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ( ฉบับแก้ไข) พ.ศ.2561 ประกาศให้พื้นที่โครงการก่อสร้างเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ให้ระงับทุกกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าว

ซึ่งใช้แนวเขตป่าดั้งเดิมเป็นเส้นกำหนดเขต โดยเส้นแบ่งนี้จะทำให้ต้องรื้อถอนอาคารชุด 9 หลัง และ บ้านพักที่อยู่เหนือขึ้นไปทั้งหมด เหลือเพียงอาคารชุด 4 หลัง และ อาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งการใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมจะเป็นเครื่องมือและทางออกที่ไม่กระทบกับทุกฝ่าย ที่สำคัญยังเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ทุกฝ่ายเรียกร้องและต้องการ

หลังจากนั้นขอให้สำนักงานศาลยุติธรรมส่งคืนพื้นที่ให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อนำไปสู่การประกาศเพิ่มเติมเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาดูแลฟื้นฟูสภาพป่าในระยะยาว

นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลจัดสรรพื้นที่ใหม่และงบประมาณสำหรับการก่อสร้างบ้านพักแห่งใหม่ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับข้าราชการตุลาการที่จำเป็นต้องใช้บ้านพักอาศัย

ข้อเสนอยังระบุถึงรายละเอียดการฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้กลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์ โดยเสนอให้ปลูกต้นคำมอกหลวงที่มีถิ่นกำเนิดและพบครั้งแรกที่ดอยสุเทพ เป็นไม้ยืนต้นที่ช่วยรักษาระบบนิเวศน์และยังเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดอยสุเทพ

ขณะที่ตัวแทนหน่วยราชการเห็นด้วยกับชุดความเห็นในการระงับและฟื้นฟู แต่ไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับแนวเขตที่จะเสนอให้มีการรื้อถอน หรือ รายละเอียดในการรื้อถอน โดยให้เหตุผลถึงความรับผิดชอบทางกฏหมายในอนาคต

ข้อเสนอทั้งหมดธนารักษ์จังหวัดจะเสนอไปยังนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ภายในเย็นวันนี้ ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะตรวจสอบและหารือร่วมกับผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 จากนั้นจะเสนอไปยัง พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ภายในวันที่ 29 เม.ย. นี้ ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ ( 21 เม.ย.) ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีหนังสือเชิญข้าราชการตุลาการและเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ บริเวณที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบริเวณพื้นที่ก่อสร้างบ้านพัก ในโอกาสครบรอบวันที่ระลึกแห่งการสถาปนาศาลยุติธรรม ครบรอบ136 ปี โดยเชิญนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฏีกามาเป็นประธาน

อุทาหรณ์! หนูน้อยหัวทิ่ม ตกลงหม้อน้ำยาขนมจีน

อุทาหรณ์เตือน! ผู้ปกครองระมัดระวังมากขึ้น พบหนูน้อยหัวทิ่ม ตกลงหม้อน้ำยาขนมจีน เป็นแผลทั่วร่างกาย

วันนี้ (20 เม.ย.61) สมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ปกครองได้ระมัดระวังในการดูแลบุตรหลานของตัวเอง หลังเกิดเหตุหนูน้อยตกลงหม้อน้ำยาขนมจีน จนทำให้เป็นแผลทั่วร่างกาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา

ข้อความที่ทางผู้โพสต์ระบุมีดังนี้ …

หัวอกคนเป็นพ่อแม่แทบสลายเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้พ่อกับแม่ยิ่งต้องระวังมากขึ้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ (น้องหัวทิ่มตกลงหม้อน้ำยาขนมจีนค่ะ) เหตุเกิดช่วงบ่ายวานนี้ พฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน หมู่ที่ 15 บ้านดอน ต.หนองพลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา สงสารน้องจริงๆ หายไวๆ นะน้อง ปลอดภัยนะลูก