ตร.แจง หญิงจมน้ำเสียชีวิตที่ทะเลแหวก จ.กระบี่ ไม่ใช่ ‘ราชวงศ์บรูไน’

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเหตุหญิงจมน้ำเสียชีวิตที่ทะเลแหวก จ.กระบี่ ไม่ใช่ราชวงศ์บรูไนดารุสซาลาม โดยจะนำศพกลับไปยังบรูไนวันนี้

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า พระญาติราชวงศ์บรูไนดารุสซาลามที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และประสบอุบัติจมน้ำเสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตรายนี้มีชื่อขึ้นต้นด้วยอักษร PG

ทั้งนี้วันที่ 19 เม.ย.61 สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ รายงานเพิ่มว่า นายอิสลามาอีล อับดุลมานับ เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลาม ประจำประเทศไทย เดินทางไปร่วมพิธีอาบน้ำศพและพิสูจน์ทราบผู้เสียชีวิต ยืนยันว่า ชื่อคนที่ขึ้นต้นด้วย PG จะเกี่ยวข้องกับราชวงศ์บรูไนดารุสซาลามไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตามมีการยืนยันว่าผู้เสียชีวิต เป็นพลเมืองบรูไนดารุสซาลามจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์โดยตรง รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวันได้ให้ข้อมูลว่า ชาวบรูไนดารุสซาลามจำนวนมากมีชื่อขึ้นต้นด้วย PG


เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลามเดินทางมารับพระศพพระญาติในราชวงศ์ หลังเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดกระบี่ ก่อนประสบอุบัติจมน้ำเสียชีวิต

เกิดเหตุการณ์สลดใจ กับราชวงศ์บรูไนดารุสซาลาม เมื่อพระญาติซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ประสบอุบัติจมน้ำเสียชีวิต ล่าสุด เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลาม ประจำประเทศไทย เดินทางมารับพระศพ กลับประเทศ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามแล้ว

นายอิสมาแอน บิลอับดุลลา เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลาม ประจำประเทศไทย เดินทางมายังมัสยิดบ้านคลองหิน ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ ร่วมพิธีอาบน้ำพระศพนางปางีรัน ฮัจยะฮ์ ยามีละฮ์ อายุ 60 ปี ราชวงศ์ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม หลังประสบอุบัติเหตุจมน้ำ ขณะลงเล่นน้ำบริเวณทะเลแหวก ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

นายอัสนาวี มุคุระ ประธานคณะกรรมการอิสลาม ประจำจังหวัดกระบี่ บอกว่า ขณะเกิดเหตุหน่วยงานต่างๆ ที่ดูแลความปลอดภัย ได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะนี้ได้ชี้แจงให้ทางเอกอัครราชทูต รับทราบแล้วหลังสิ้นอาบน้ำศพ เอกอัครราชทูตบรูไนดารุสซาลาม ประจำประเทศไทย จะนำศพกลับประเทศ เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม

ด้าน นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี บอกว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางมาท่องเที่ยว กับบริษัทมาเรียมทัวร์ โปรแกรมท่องเที่ยว คือทะเลแหวก เกาะปอดะและ อ่าวไร่เลย์ ขณะกำลังดำน้ำ เกิดจมน้ำไกด์นำเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าช่วยเหลือปั้มหัวใจนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

คนร้ายทำทีดูทองก่อนเชิดหนี เจอประตูนิรภัยถึงกับยกมือไหว้

คนร้ายทำทีขอดูทอง ก่อเชิดสร้อยคอทองคำหนีแต่เจอประตู้นิรภัยของทางร้านจนต้องยกมือไหว้ อ้างลูกไม่สบาย ด้านตำรวจปทุมฯตามจับได้ทันควัน

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.กฤษณะ คำกังวาฬ รองสว.สอบสวน สภ.สามโคก รับแจ้งมีเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำ ที่เกิดเหตุห้างทองอ.เจริญ สาขากฤษณา 2 เลขที่ 99/50 ม.3 ต. กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.ต.เฉลียว บุญฤทธิ์ สว.สส.สภ.สามโคก กำลังชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

ในที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น เป็นเป็นร้านทองเพียง1คูหา ด้านในร้านพบน.ส.ฐิตินันท์ โชดกพงษ์ อายุ 37ปี เจ้าของร้านพร้อมลูกชายอยู่ในอาการตื่นตกใจ พร้อมชี้ให้ดูประตูอัตโนมัติที่คนร้านโยกจนชำรุด ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไปพร้อมวางสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 สลึง1เส้น ที่คนร้ายพยายามก่อเหตุไว้หน้าเคาร์เตอร์ แล้วขับจยย.หลบหนีไป

น.ส.ฐิตินันท์ โชดกพงษ์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 12.45น.ได้มีชาย 1 คนแต่งกายใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำคาดขาว กางเกงยีนขายาวใส่หน้ากากอนามัยปิดจมูก ทำทีเป็นลูกค้าขอดูสร้อยคอทองน้ำหนัก 2 สลึง โดยตนเองได้ส่งให้ดู 1 เส้นแรก แต่ชายดังกล่าวอ้างว่ายาวไป และขอดูเส้นใหม่ก่อนที่จะสวมคล้องคอ ก่อนที่คนร้ายจะบอกว่า “ผมเอาเลยนะ”

ก่อนที่คน้รายจะพยายามวิ่งออกไปด้านนอกแต่ไม่สามารถออกไปได้เพราะเป็นประตูนิรภัย ตนเองจึงบอกว่าให้คนร้ายนำมาคืนซะ คนร้ายจึงยกมือไหว้ขอโทษและนำทองมาคืนไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ พร้อมกล่าวว่าที่ทำไปเพราะลูกไม่สบาย ก่อนจะกระชากประตูนิรภัยจนชำรุดและเปิดประตูออกไปขึ้นรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟสีน้ำเงินดำที่จอดไว้หน้าร้านก่อนขับหลบหนีไป โดยคนร้ายไม่ได้ทรัพย์สินไป

ต่อมาวันเดียวกันเวลา 14.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายจำรูญ คงรอด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 13 ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ผู้ก่อเหตุไว้ได้ที่บ้านเช่าไม่มีชื่อ หมู่ที่ 3 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยรถจยย.ที่ใช้ก่อเหตุ หมวกกันน็อค 1 ใบ และชุดที่สวมใส่ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม.

โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ที่ทำลงไปเพราะต้องการหาเงินที่จะนำเงินไปรักษาลูกที่ป่วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “พยายามวิ่งราวทรัพย์” ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าคนร้ายยังมีหมายจับอยู่ที่สภ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ในข้อหาลักทรัพย์เมื่อปี 2558 อีกด้วย

เมียนมาแถลงเริ่มรับตัว ‘โรฮีนจา’ กลับ ก่อนฤดูมรสุม

รัฐบาลเมียนมาแถลงจะเริ่มกระบวนการรับตัวชาวโรฮีนจา ที่ลี้ภัยไปบังกลาเทศกลับประเทศก่อนฤดูมรสุม

นายวิน เมียต เอ รัฐมนตรีกระทรวงสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์และการตั้งถิ่นฐานใหม่ แถลงเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลเมียนมาสัญญาว่า จะเริ่มกระบวนการรับตัวชาวโรฮีนจาที่ลี้ภัยไปบังกลาเทศกลับเมียนมาก่อนฤดูมรสุม

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมียนมาระบุว่าได้เริ่มดำเนินการรับตัวชาวโรฮีนจา 5 คนกลับประเทศเป็นครอบครัวแรก โดยมาถึงศูนย์รับตัวผู้ลี้ภัยกลับในรัฐยะไข่แล้ว แต่รัฐบาลบังกลาเทศและสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ปฏิเสธกรณีดังกล่าว

วิกฤตโรฮีนจารอบนี้ปะทุขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังเกิดการปราบปรามที่มีทั้งการสังหาร, ข่มขืน และลอบวางเพลิง ทำให้ชาวโรฮีนจาราว 7 แสนคน ต้องหลบหนีออกจากรัฐยะไข่ไปยังบังกลาเทศ

ขณะที่สหรัฐฯ และ สหประชาชาติหรือ ยูเอ็น ระบุว่า กองทัพเมียนมาได้ปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มชาติพันธุ์ ขณะที่เมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเกือบทั้งหมด โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศจำนวนมากต้องอาศัยอยู่อย่างแออัดในค่ายผู้อพยพในเมืองค็อกซ์บาซาร์ พื้นที่ซึ่งเสี่ยงต่อเหตุน้ำท่วม โรคระบาด และดินถล่ม ในช่วงฤดูมรสุมที่จะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า