น่ายินดียิ่ง สองเกาหลี เตรียมยุติสงครามถาวร หลังสู้รบกันมานานกว่า 70 ปี

เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ กำลังเตรียมประกาศยุติสงครามระหว่างสองประเทศลงอย่างถาวร หลังสู้รบกันมาตั้งแต่ช่วงปี 1950

เดลี่เมล สื่ออังกฤษ และ ยูเอสเอ ทูเดย์ รายงานโดยอ้างอิงสื่อเกาหลีใต้ ระบุว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ กำลังเตรียมการประกาศสิ้นสุดสงครามระหว่างสองเกาหลีอย่างถาวร ที่มีมาตั้งแต่ช่วงปี 1950 โดยการประกาศสิ้นสุดสงครามนี้จะเกิดขึ้นในการเจรจาระหว่าง นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในวันที่ 27 เมษายนนี้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ ที่ไม่ได้ระบุชื่อ บอกว่า นักกฎหมายของสองเกาหลีกำลังเจรจา เพื่อออกแถลงการณ์ร่วมสิ้นสุดสงครามระหว่างกัน นอกจากนี้ นายคิม มีกำหนดการที่จะเจรจากับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายนนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังคงไม่วางใจถึงท่าทีของเกาหลีเหนือที่ก่อนหน้านี้แข็งกร้าว และเปลี่ยนมาดำเนินนโยบายทางการทูตอย่างฉับพลัน

เพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที! แท็กซี่ทิ้งผู้โดยสารบนมอเตอร์เวย์

กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที!!! กรณีคนขับรถแท็กซี่ทิ้งผู้โดยสารบนมอเตอร์เวย์ หลังพบความผิดร้ายแรงมียาเสพติดในครอบครอง บันทึกประวัติพร้อมดำเนินการตามกฎหมายสูงสุดเด็ดขาด 

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนพฤติกรรมของแท็กซี่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กในชื่อ Sukanya Saetiao โดยระบุว่าได้โดยสารรถแท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ทส-9435 กรุงเทพมหานคร คันสีชมพู จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิปลายทางห้วยขวาง แต่คนขับรถไม่ใช้มาตรค่าโดยสารและขอเก็บในอัตราเหมาจ่าย 500 บาท เมื่อผู้ร้องไม่ยินยอม คนขับรถจึงปล่อยให้ผู้ร้องลงจากรถบริเวณถนนมอเตอร์เวย์นั้น

กรมการขนส่งทางบก โดยกองตรวจการขนส่งทางบก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจับกุม นายบุญช่วย พิมพ์นนท์ ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะเลขที่ 58000457 ออกให้โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้ขับรถแท็กซี่ตามที่ถูกร้องเรียน ซึ่งพบความผิดเพิ่มเติมในคดีเกี่ยวกับการมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการเพิกถอนทันที เนื่องจากพฤติกรรมของนายบุญช่วย พิมพ์นนท์ เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้บริการรถสาธารณะและถือเป็นความผิดร้ายแรง

กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดสูงสุด และบันทึกประวัติความผิดไว้ทั้งที่ศูนย์ข้อมูลประวัติของกรมการขนส่งทางบกและฐานข้อมูลประวัติอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในส่วนความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามมาตรา 5(2) ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารปรับ เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 1,000 บาท, มาตรา 57 เบญจ ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ตามที่ได้ตกลงกันไว้ เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 1,000 บาท, มาตรา 66/5 เรียกเก็บอัตราค่าโดยสารเกิน ปรับ 5,000 บาท

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการตรวจสอบพฤติกรรมการให้บริการและกวดขันจับกุมรถโดยสารธารณะที่กระทำความผิดอย่างเข้มข้นจริงจัง ซึ่งดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันเช่นเดียวกับกรณีที่มีชาวต่างชาติโพสต์คลิประบุพฤติกรรมของคนขับรถแท็กซี่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอเก็บอัตราค่าโดยสารเหมาจ่ายเมื่อผู้โดยสารปฏิเสธจึงใช้มาตรค่าโดยสาร แต่เมื่อถึงปลายทางได้เรียกเก็บอัตราค่าโดยสารสูงกว่าที่ปรากฏในมาตรค่าโดยสาร มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 66/5 ฐานเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารเกิน ปรับ 5,000 บาท

และจะพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถเนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการขู่กรรโชกทรัพย์จากผู้โดยสารส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ เร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และท่าอากาศยานสุวรณภูมิติดตามตัวคนขับรถแท็กซี่มาดำเนินการตามกฎหมายสูงสุดทันที

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริการประชาชนด้วยความปลอดภัย เป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะของประเทศ หากพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารไม่ปลอดภัย ระบุรายละเอียดของ รถ หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-นามสกุลผู้ขับรถ สถานที่ใช้บริการ

หรือสถานที่พบเห็นเหตุการณ์ แจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง, แอพพลิเคชั่น DLT GPS, แอพพลิเคชั่น Taxi OK, Line ID “1584dlt”, เว็บไซต์ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/, E-Mail : dlt_1584complain@hotmail.com, เฟซบุ๊ก “1584 ร้องเรียนรถโดยสารสาธารณะ”, ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ (GCC1111) ทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี, ส่งจดหมายหรือหนังสือร้องเรียนมายังกรมการขนส่งทางบกหรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน กรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก แฟนเพจ กรมการขนส่งทางบก

กรมขนส่งฯ เผยสถิติร้องเรียนแท็กซี่ช่วงสงกรานต์ เร่งเพิ่มโทษจับปรับ

กรมการขนส่งทางบก เผยช่วงสงกรานต์ มีประชาชนร้องเรียนถูกแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสารกว่า 560 เรื่อง พร้อมเร่งแก้กฎหมาย เพิ่มโทษจับปรับแท็กซี่ที่ทำผิดกฎหมาย

กรมการขนส่งทางบก รายงานสถิติเรื่องร้องเรียนการให้บริการรถแท็กซี่ ผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน ระหว่าง 11 – 16 เมษายน ที่ผ่านมา พบว่า เรื่องร้องเรียน ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มีจำนวน 1412 เรื่อง โดยกว่า 560 เรื่อง เป็นปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร ตามด้วยกรณีไม่กดมิเตอร์

ส่วนการร้องเรียน ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มีจำนวน 249 เรื่อง ซึ่งประเด็นข้อร้องเรียนมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ ขับรถประมาท / ไม่หยุดที่ป้าย / กิริยาไม่สุภาพ / เก็บค่าโดยสารเกินราคา และให้ลงก่อนที่หมาย ซึ่งกรมการขนส่งทางบก จะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนภายใน 7 วันต่อไป

ขณะที่นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก ระบุว่า กรณีแท็กซี่ที่ทิ้งผู้โดยสาร และคิดค่าโดยสารแบบเหมา ทางกรมการขนส่งทางบก ได้จับปรับทุกข้อหา และบันทึกประวัติคนขันรถไว้ เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และป้องกันไม่ให้กลับเข้ามาระบบให้บริการสาธารณะได้อีก นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังสหกรณ์แท็กซี่ทุกแห่ง ให้เข้มงวดตรวจคุณสมบัติคนขับทุกคน ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะ

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างปรับแก้กฎหมาย โดยเพิ่มโทษจับปรับแท็กซี่ที่ทำผิดกฎหมายมากขึ้น พร้อมเชื่อว่า ในระยะยาว ปัญหาน่าจะลดลง หากรถแท็กซี่ทั้งหมดเข้าระบบแท็กซี่โอเค