เร่งช่วยเหลือ ชาวบ้านได้รับผลกระทบจาก ‘พายุฤดูร้อน’

หลายหน่วยงาน เร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบของพายุฤดูร้อน โดยเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นักเรียนและครูโรงเรียนวัดบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก สำรวจความเสียหายและทำความสะอาดอาคารเรียน หลังเกิดพายุฝนพัดถล่ม จนหลังคาอาคารเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอน เสียหาย นอกจากนี้ ยังมีบ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 60 หลัง

เช่นเดียวกับที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พิจิตร กำแพงเพชร และแพร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งสำรวจและให้การช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนเสียหาย ตามระเบียบทางราชการ นอกจากนี้ ยังพบต้นไม้ และเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายพื้นที่ รวมทั้งมีพืชผลทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก

ส่วนที่จังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจสภาพบ้านเรือน, โรงเรียน, ยุ้งข้าว และคอกสัตว์  ในพื้นที่ 12 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนเมื่อ 15 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ารุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยมีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างเสียหายกว่า 200 หลัง นอกจากนี้ ยังเกิดฟ้าผ่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 7 คน

ด้านจังหวัดนครราชสีมา หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนักเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้สภาพการจรจรบนถนนมิตรภาพ ค่อนข้างหนาแน่น ในช่วงกิโลเมตรที่ 96 พื้นที่ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว รถเล็กไม่สามารถใช้เลนซ้ายสุด เนื่องจากมีน้ำท่วมขังผิวถนน ทำให้ตำรวจทางหลวง ต้องเปิดช่องทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายรถ

ขณะที่ในกรุงเทพฯ ก็เกิดพายุฝนพัดถล่มเช่นกัน อย่างที่ย่านลาดกระบัง ความรุนแรงของพายุทำให้เสาไฟฟ้า 14 ต้น หักโค่นทับบ้าน และอาคารพาณิชย์ บริเวณถนนเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เสียหายกว่า 30 คูหา โดย 1 ในนั้น เป็นบ้านพักบิดา “โฟร์” ศกลรัตน์ วรอุไร อดีตสมาชิกวง “โฟร์-มด”

นอกจากนี้ ยังเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง รวมทั้งมีรถยนต์ที่จอดหน้าอาคารเสียหายประมาณ 5 คัน

จากนั้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง นำรถเครนขนาดใหญ่ พร้อมเครื่องมือเข้าเคลียร์พื้นที่ เพื่อเร่งซ่อมแซมเสาไฟฟ้า ก่อนจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนประชาชนทั้งในละแวกใกล้เคียง และบริเวณที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา พร้อมประเมินความเสียหายที่ประมาณ 6 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายวานนี้ (17 เม.ย.) ยังเกิดพายุฝนพัดกระหน่ำในหลายพื้น อาทิ ถนนศรีนครินทร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ย่านตลิ่งชัน และถนนเทียมร่วมมิตร

รวมทั้งเกิดพายุลูกเห็บตกกระหน่ำ ในอำเภอหางดง และสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ โดยเฉพาะที่บ้านนากู่ หมู่ 9 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง มีลูกเห็บตกลงมาจำนวนมหาศาล จนหลังคาหลายบ้านพังเสียหาย แถมยังทำให้พื้นที่ดินขาวโพลนเหมือนหิมะอีกด้วย

‘หมอแสง’ แจกสมุนไพร ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส

หมอแสง เข้าแจกยาให้ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ชาวบ้านที่ป่วยและทราบข่าว เดินทางมาขอรับยาด้วย

เมื่อวานนี้ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรค และเจ้าหน้าที่สำนักกิจการในพระดำริ เข้าพื้นที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อแจกยาให้ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กระทรวงยุติธรรม

และติดตามผลการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคมะเร็ง พร้อมทั้งไปให้ความรู้ด้านกฎหมายกับผู้ต้องขัง หลังจากเมื่อวันที่ 14-15 มีนาคม ที่ผ่านมา หมอแสงได้มาแจกยาให้ผู้ต้องขังในครั้งแรก ซึ่งครั้งนี้ที่มาเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งหมอแสงจะมาแจกยาในครั้งต่อไปในวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 นี้

นอกจากนี้มีประชาชนที่ทราบข่าวว่า หมอแสงจะมาแจกยาก็ต่างมารอคิวกันตั้งแต่ช่วงเช้า แต่เนื่องจากยาสมุนไพรที่หมอแสงเตรียมมาไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่มารอ

นายแพทย์สาธิต ทิมขำ สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ประชาชนมีความหวังและมีความเชื่อมั่นศรัทธาในการมารับยาของหมอแสง โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง มีความคาดหวังจะทำให้อาการดีขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้รับรองหมอแสงเป็นหมอพื้นบ้านแล้ว พร้อมทั้งได้นำตัวยาของหมอแสงไปวิเคราะห์ ถึงประสิทธิผลรวมถึงภาวะแทรกซ้อน

และให้ทราบว่า การรักษาที่ถูกต้องโดยเฉพาะหลายๆ คน รักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันก็อยากจะให้รักษาต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรักษาใดที่สามารถบอกได้ว่ามะเร็ง แต่ละชนิดใช้ยาประเภทเดียวกันได้ เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนได้ติดตาม และตรวจสุขภาพเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี

​โจ๋ซ่า! ใช้ท่อนเหล็กไล่ทุบรถเก๋งหนุ่มโรงงานหวังชิงทรัพย์

​โจ๋ซ่า! ใช้ท่อนเหล็กไล่ทุบรถเก๋งหนุ่มโรงงานหวังชิงทรัพย์

วันที่ 18 เม.ย. 61 ที่ สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายพิเชตดวงวิเชียร อายุ 48 ปี ได้รีบเดินทางเข้ามาแจ้งความด้วยความตกใจกลัวว่า ขณะขับรถยนต์เก๋งกลับบ้านพัก ได้ถูกคนร้ายขับขี่จักรยานยนต์ ไล่ทุบกระจกรถจนแตกละเอียดและทำร้ายร่างกาย ตนเองจึงได้หลบหนีเข้ามาแจ้งความ โดยเหตุเกิดบนถนนสายเสนา-ปทุม ม.7 ต.บางนมโค อ.เสนา บริเวณหน้าโรงงานเครื่องมือแพทย์

ทั้งนี้ นายพิเชต เล่าว่า ตนเองขับรถเก๋งออกจากที่ทำงานในสวนอุตสาหกรรมบ้านแพน มาตามถนนสายเสนา-ปทุมเพื่อกลับบ้านพักในเขต อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่ขับรถมาถึงบริเวณหน้าโรงงานเครื่องมือเเพทย์ ได้มีชายขับขี่รถจักรยานยนต์แบบหญิงสีแดงมาประกบ พร้อมทั้งส่งเสียงเรียกตนเองคิดว่าเป็นคนรู้จกจึงชะลอรถพร้อมทั้งลดกระจกลง แต่จังหวะที่กระจกกำลังลด คนร้ายได้ใช้ท่อนเหล็กยาว 1-2 เมตร ตีเข้าที่กระจกถึง 2 ครั้ง จนกระจกแตก จังหวะนั้นคนร้ายจะตีซ้ำอีกมาที่ตน จนต้องเอียงตัวหลบ และได้ขับรถหลบหนี แต่คนร้ายยังตามมาอีก เมื่อมาถึงบริเวณที่มีไฟแสงสว่างคนร้ายก็ได้จอดรถแล้วย้อนกลับไปทางเดิมตนเองจึงรีบขับรถมาแจ้งความที่ สภ.เสนา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนและให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์หรือว่าเรื่องสวนตัวหรือไม่ก็อาจเป็นกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองซึ่งต้องเร่งสืบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง