เรียกผู้ประกอบการทุกราย! เข้าชี้แจง กรณีข่าว SMS ดูดเงินประชาชน

กสทช. เรียกผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายเข้าชี้แจง กรณีข่าว SMS ดูดเงินประชาชนผู้ใช้บริการ

วันนี้(17 เม.ย.) ที่สำนักงาน กสทช. ตัวแทนผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกเครือข่าย ได้เข้าชี้แจงกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. หลังมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่า ได้รับผลกระทบจากการรับบริการข้อความสั้น หรือ SMS ที่ไม่ได้สมัครโดยสมัครใจ และต้องชำระค่าใช้บริการเกินจริง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า เรื่อง SMS ดูดเงินประชาชน เป็นปัญหาที่สำนักงาน กสทช. ให้ความสำคัญ เพราะเป็นกรณีที่ทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการต้องเสียเงิน โดยไม่ได้สมัครใจ ทั้งนี้ แนวทางการแก้ปัญหา SMS ดูดเงินใน

เบื้องต้น ทาง กสทช. บอกให้โอเปอเรเตอร์ต้องส่ง SMS ยืนยันไปให้ผู้ใช้งานอีกครั้ง หากมีการสมัครทั้งที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และขณะนี้สามารถยกเลิกได้ทางช่องทาง *137 เพียงช่องทางเดียว

ศาลอุทธรณ์ แก้โทษคุกปลอดประสพ คดีระงับตั้งข้าราชการ จากรออาญา เป็นไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก2 ปีไม่รอลงอาญา “ปลอดประสพ ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง “วิฑูรย์ ชลายนนาวิน” ขึ้นเป็นซี.9 ปี 46 -ให้ชดใช้เงิน 1.4 ล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (17 เม.ย. 2561) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ปลอดประสพ สุรัสวดี, คุกปลอดประสพ, ศาลอุทธรณ์, ข่าวสดวันนี้

เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 73 ปี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2546 -12 พ.ย. 2554 จำเลย ใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ ให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่ง 399/2546 ที่ให้เลื่อนและแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่งผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9)

โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้ จากเดิมที่ศาลชั้นต้นให้รอลงอาญา 2 ปีและปรับ 20,000 บาท เป็นว่า ให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา แต่ยังคงให้ชดใช้ค่าเสียหายโจทก์ด้วย 1.4 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ นายปลอดประสพ จำเลย อยู่ระหว่างรอยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวสู้คดีชั้นฎีกา

อ.ธรณ์ คาดฉลามทำร้ายนทท. เป็นฉลามหูดำ ชี้น่ารักเหมือนแมว แต่กัดคนเป็น

ผศ.ธรณ์ คาดเป็นฝีมือฉลามหูดำ ขย้ำนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ ขณะเล่นน้ำทะเลที่หัวหิน เผยแม้จะมีหน้าตาน่ารัก แต่มันก็กัดคนเป็น แนะต้องระวัง 6 เรื่องหากคิดเที่ยวทะเลไทย เหตุน่ากลัวกว่าฉลามเยอะ

รายงานข่าวแจ้งว่า ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่มีนักท่องต่างชาติรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกฉลามกัดที่ขา ขณะลงเล่นน้ำที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ตัวเป็นๆ ฉลามว่ายในทะเล หลังข่าวนทท.ถูกกัดเจ็บ ที่หาดทรายน้อย)ว่า

มั่นใจนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวถูกฉลามกัดจริง ไม่ใช่ถูกตัวเพรียงอย่างที่เข้าใจกัน เพราะดูจากบาดแผลแล้วคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของฉลามหูดำ และเชื่อมันไม่ได้ตั้งใจกัดคน แต่อาจคิดว่าเท้าของนักท่องเที่ยวเป็นปลา จึงลองงับดูเท่านั้น

ฉลาม, ฉลามหูดำ, Thon Thamrongnawasawat

ทั้งนี้ แม้ฉลามหูดำจะน่ารักเหมือนแมว ไม่ดุ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่กัดใคร ก็เหมือนหมาแมวที่น่ารักก็กัดคนเช่นเดียวกัน และฉลามทุกตัวทุกชนิดมีฟันแหลมคมทั้งสิ้น เมื่อกัดใครย่อมมีเลือดออกมากเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม อย่าไปกลัว เรื่องแบบนี้นาน ๆ เกิดขึ้นสักครั้ง

อีกทั้งในประเทศไทยโอกาสที่จะถูกฉลามกัดมีแค่ปีละครั้งเท่านั้น หรือมีสัดส่วนแค่ 1 ต่อ สองร้อยล้านครั้งต่อปี และยังยืนยันว่า ฉลามหูดำไม่ใช่ฉลามอันตราย และไม่ได้ทำร้ายคน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่มาไทย ควรรู้ด้วยว่า การท่องเที่ยวทะเลไทยยังมี 6 อย่าง ที่อยากจะเตือนนักท่องเที่ยว ซึ่งน่ากลัวกว่าฉลามและต้องระวังมาก ๆ ประกอบด้วย

1.เรือเร็ว หรือสปีดโบ้ท โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุถูกเรือเร็วชนมีมากกว่าถูกฉลามกัดหลายเท่า ซึ่งสถิตินักท่องเที่ยวถูกเรือชนตายระหว่างเล่นน้ำมีอย่างน้อยปีละ 2 คน และได้รับบาดเจ็บสาหัสปีละหลายคน

2. แมงกะพรุนกล่อง ที่ตอนนี้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ พบอยู่หลายหาด ที่ผ่านมามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสัมผัสแล้วหลายร้อยคน

3. การเหยียบขยะทะเล โดยเฉพาะแก้ว หรือวัตถุแหลม ๆ แต่ละปีพบผู้ได้รับบาดเจ็บเรื่องนี้ไม่ใช่น้อย

4. ปลากระเบนตัวเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ปลาจ้องม้อง ซึ่งมักจะอยู่ตามหาดทรายน้ำตื้น ๆ หากไปเหยียบหรือทำให้ตกใจอาจจะถูกเงี่ยงแทงเอาได้

5. สิ่งมีพิษตามแนวปะการัง ไม่ว่าจะเป็นหอยเม่น หรือปะการังไฟ

6. การดำน้ำแบบตื้น ถ้าไม่รู้วิธีที่ถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

นอกจากนี้จากเรื่องที่เกิดขึ้น  ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ยังได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat  เกี่ยวกับฉลามที่พบในทะเลไทยด้วย ว่า  ในเรื่องของฉลามที่ประจวบ ขอให้ความคิดเห็นในฐานะนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลครับ อันดับแรก ผมไม่ทราบว่าเป็นการกัดของฉลามหรือไม่ เพราะไม่ได้เห็นบาดแผลโดยละเอียด ต้องสอบถามกับผู้ที่เห็นหรือผู้รักษา อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้ความเห็นเกี่ยวกับฉลามไว้ดังนี้

1) ฉลามเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศ เป็นผู้ล่าคอยควบคุมสัตว์ที่อ่อนแอกว่า หากไม่มีฉลาม ระบบนิเวศทางทะเลย่อมเกิดผลกระทบ

2) ฉลามในเมืองไทยถูกล่าไปมาก แต่แน่นอนว่าก็ยังพอมีเหลือโดยเฉพาะฉลามขนาดเล็กหรือลูกฉลาม

มีผู้นำคลิปฉลามที่ว่ายเข้ามาในน้ำตื้น โดยบอกว่าอยู่แถวนั้น ฉลามที่เห็นในคลิปไม่ใช่ฉลามหูดำ แต่อาจเป็นลูกฉลามหัวบาตร

ฉลามหัวบาตรพบในทะเลไทยทั้งสองฝั่ง เมื่อโตเต็มที่อาจยาวเกิน 2 เมตร มีรายงานว่าจู่โจมคนในต่างประเทศ แต่ไม่เคยมีรายงานในไทย (เท่าที่พิสูจน์ได้)

ฉลามหัวบาตรที่พบในอ่าวไทย ส่วนใหญ่อยู่แถวจังหวัดชุมพร สมัยก่อนที่กองชุมพร (เกาะเต่า) มีฉลามหัวบาตรขนาด 1-1.5 เมตรเข้ามาเป็นประจำ กลายเป็นจุดทึ่นักดำน้ำสนใจไปดู

3) ฉลามขนาดเล็กและลูกฉลามบางครั้งว่ายเข้ามาในน้ำตื้นช่วงน้ำขึ้น/น้ำลง ทั้งในอ่าวไทยและอันดามัน มีคนพบเห็นเป็นประจำ บางครั้งก็เป็นข่าว เช่นเมื่อไม่กี่วันก่อน

4) ฉลามขนาดใหญ่ เช่น ฉลามขาว ไม่พบในไทย ฉลามที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ระดับสูง เช่น ฉลามเสือ แทบไม่มีใครเจอในเมืองไทยแล้ว (ผมเคยเจอครั้งสุดท้ายเมื่อกว่า 20 ปีก่อน) อาจพบตามแพปลาบ้าง แต่นับว่าน้อยมาก และบางครั้งไม่ได้จับมาจากทะเลไทย

5) รายงานฉลามจู่โจมมนุษย์ในเมืองไทยถึงขั้นเสียชีวิต เป็นเรื่องที่เกิดในอดีตหลายสิบปีมาแล้ว (เรื่องของนายแฉล้มกับฝรั่งที่ศรีราชา ก่อนผมเกิด)

6) ในช่วงหลายสิบปีหลังจากนั้น มีรายงานว่ามีคนโดนฉลามกัด โดยดูจากบาดแผล อาจมีอยู่บ้าง เพราะเมื่อมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น โอกาสที่ฉลามจะเจอคนก็มีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แต่ละปีมีการเล่นน้ำนับร้อยล้านครั้งในทะเลไทย แต่มีข่าวคนโดนฉลามกัด 1-2 ปีครั้ง อัตราส่วนน้อยมาก

7) การกัดของฉลามในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นการกัดที่เท้า เป็นร่องรอยจากฉลามขนาดเล็ก มักเข้ามาหากินในน้ำตื้น ว่ายเลียบตามพื้น เมื่อเห็นเท้าคนเล่นน้ำก็อาจกัด เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นปลา เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ก็ว่ายจากไป ไม่ใช่พยายามเข้ามากัดซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนในภาพยนตร์

8 ไม่มีใครเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากการกัดของฉลามในเมืองไทยในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา

9) ยังไม่มีเหตุการณ์ที่ฉลามจู่โจมซ้ำในพื้นที่เดิม ยกเว้นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่าจะไม่เกิด ผมเพียงนำสถิติมาให้ทราบ

10) สำหรับผม เคยเจอฉลามมาเยอะ ในภาพที่เห็นก็เป็นภาพถ่ายของผมช่วงที่ฉลามเข้ามาหาตอนดำน้ำ ผมไม่กลัวฉลาม แต่แน่นอนว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัว

11) ในต่างประเทศที่พบฉลามขนาดใหญ่ เช่น ออสเตรเลีย แอฟริกา บางหาดมีคำเตือนเรื่องฉลามอยู่บ้าง บางแห่งที่มีฉลามขนาดใหญ่เข้ามาประจำก็อาจมีข่ายกันฉลาม แต่ข่ายดังกล่าวบางครั้งก็ติดปลาหรือสัตว์น้ำอื่น

สุดท้ายคือฉลามอยู่ในทะเล เป็นบ้านของเขา และเขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเราครับ

ภาพจาก onep.go.th